
มหากาพย์โคตรโกง
คนไทยอาจเป็นคนที่โชคร้ายที่สุดในโลกที่ต้องเอาภาษีของตนไปจ่ายแทนนักการเมืองโกงบ้านโกงเมือง วันนี้เราคงได้ทราบคดีทุจริต “โครงการสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน” ซึ่งช่วงเวลานั้นมีมูลค่า 3 หมื่นกว่าล้านบาท แต่วิธีการโกงและความเสียหายที่ตามมาอยู่ในระดับน้องๆ ของโครงการรับจำนำข้าวที่เกิดขึ้น 16 ปีต่อมา ที่ลูกหลานไทยจะต้องจ่ายหนี้จากที่นักการเมืองได้ก่อไว้อีก 30 ปี
คนไทยอาจเป็นคนที่โชคร้ายที่สุดในโลกที่ต้องเอาภาษีของตนไปจ่ายแทนนักการเมืองโกงบ้านโกงเมือง วันนี้เราคงได้ทราบคดีทุจริต “โครงการสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน” ซึ่งช่วงเวลานั้นมีมูลค่า 3 หมื่นกว่าล้านบาท แต่วิธีการโกงและความเสียหายที่ตามมาอยู่ในระดับน้องๆ ของโครงการรับจำนำข้าวที่เกิดขึ้น 16 ปีต่อมา ที่ลูกหลานไทยจะต้องจ่ายหนี้จากที่นักการเมืองได้ก่อไว้อีก 30 ปี
นี่เป็นอีกบทเรียนหนึ่งที่คนไทยต้องเรียนรู้ไว้ ที่นักการเมืองมีวิธีพลิกแพลงในการยักยอกเอาเงินงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของประชาชนเข้ากระเป๋าตัวเอง ไม่มีใครคัดค้านเหตุผลและความจำเป็นของโครงการนี้ แต่มีการโกงกินกันมโหฬารตั้งแต่เริ่มโครงการ ใครตามการเมืองสมัยนั้นคงได้ยินเรื่อง “รัฐมนตรีคนหนึ่ง” ที่ผละออกจากพรรคการเมืองฝ่ายค้านมาร่วมกับรัฐบาล จนถูกเพื่อนๆ ให้สมญาว่าเป็น“งูเห่า” ไม่รู้จักบุญคุณพรรค นักการเมืองคนนั้นพยายามอ้างเหตุผลถึงความจำเป็นที่ต้อง “เสียสละ” เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลใหม่ก็เพื่อชาติบ้านเมือง แต่จริงๆ แล้ว ที่เขาต้องการเป็นรัฐมนตรีต่อก็เพราะจะหากินกับโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน เพราะนั่นหมายถึงจำนวนเงินมหาศาลกำลังรออยู่
วิธีการเสนอโครงการต่อ ครม.นั้น นอกเหนืออธิบายเหตุผลและความจำเป็นแล้ว เขาจะเสนองบประมาณจำนวนไม่มากนัก หลังจากได้รับอนุมัติและโครงการดำเนินไประยะหนึ่ง ก็เสนองบประมาณเพิ่มเติมขึ้นเรื่อยๆ ซึ่ง ครม.ก็ต้องอนุมัติทั้งที่เริ่มรู้ว่าอะไรเป็นอะไร หลายโครงการมักทำกันอย่างนี้ พรรครัฐบาลหลักก็เกรงใจเพราะมีบุญคุณกันที่รัฐมนตรีคนนี้และพวกเข้ามาร่วม ทำให้รัฐบาลมีเสียงเพิ่มขึ้น รัฐบาลผสมมักเป็นแบบนี้ ทั้งที่รู้ว่าคนเสนอมีแผนจะโกงกิน ก็ยอมให้ผ่านๆ กันไป
ก่อนที่จะสร้างบ่อบำบัดน้ำเสียก็ต้องหาที่ดินสำหรับก่อสร้าง 1,900 ไร่ อดีตรัฐมนตรี 2 คน ชื่อ ว.และ ส. ได้กำไรไปมากมายจากการกว้านซื้อที่ดินในราคาถูกและมาขายให้รัฐในราคาแพง พื้นที่บางแห่งอยู่ในทะเลแต่มีโฉนดซึ่งเป็นเรื่องแปลกมาก ผลก็คือ พนักงานที่ดินหลายคนโดนข้อหาไปแล้ว
บริษัทก่อสร้างหลายแห่งที่มารวมกันเป็นคอนโซเตียมรับโครงการนี้ พอเอ่ยชื่อ ใครที่อยู่ในวงการหรือติดตามการเมืองมานานก็รู้ว่าบริษัทแต่ละแห่งเป็นของนักการเมืองใหญ่คนไหนบ้าง แม้ว่าจะไม่มีชื่อตนเป็นเจ้าของก็ตาม นักการเมืองพวกนี้เล่นการเมืองเพื่อเข้าสู่อำนาจ และใช้อำนาจทางการเมืองก่อให้เกิดผลประโยชน์กับตน เมื่อรัฐมีโครงการก่อสร้างต่างๆ หนีไม่พ้นที่บริษัทเหล่านี้จะได้งานไป บางทีทำท่าแข่งกันเองเพื่อให้ดูดี แต่แอบไปตกลงกันแล้วว่าโครงการนี้ใครจะได้ โครงการนั้นใครจะได้ ส่วนบริษัทที่ไม่ได้ก็ไปเป็นซับคอนแทร็ก นักการเมืองเจ้าของบริษัทก่อสร้างจะคิดหาโครงการก่อสร้างในพื้นที่จังหวัดของตน เพราะนอกจากจะได้คะแนนเสียงแล้ว บริษัทก่อสร้างของตนก็ได้งานทำด้วย
เป็นที่รู้กันดีว่า อดีตหัวหน้าพรรคการเมืองหนึ่งซึ่งเคยเป็นรัฐมนตรีหลายสมัย มีชื่อเสียงในการโกงกินได้ทุกสภาพดินฟ้าอากาศแม้ว่าตัวเองถูกเว้นวรรคทางการเมืองก็ตาม หากเอ่ยชื่อทุกคนต้องร้องอ๋อ เกี่ยวข้องกับคดีนี้อย่างดิ้นไม่หลุด ถือว่าเป็นผู้ต้องหาคนสำคัญ แต่รอดจากคดีนี้ได้อย่างน่าอัศจรรย์เพราะมีการตกลงทางการเมืองกับหัวหน้ารัฐบาลในยุคต่อมา
ทราบมาว่า จนถึงขณะนี้ บ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่านยังไม่สามารถดำเนินการได้ เรียกว่าเสียเงินฟรีตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงศาลตัดสินจ่ายค่าโง่รวมเป็นตัวเลขกลมๆ ร่วม 4 หมื่นล้านบาท ก่อนหน้านี้คนไทยเกือบเสียค่าโง่รวมดอกเบี้ยกว่า 9,000 ล้านบาท จากโครงการทางด่วนบางนา–บางปะกง ให้กับกิจการร่วมค้า บีบีซีดี. โดยบริษัท ช.การช่าง เป็นคนฟ้อง โชคดีที่ศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง ฝ่ายข้าราชการประจำเคยคัดค้านแล้วว่าไม่คุ้มที่จะสร้าง แต่ฝ่ายการเมืองก็ไม่ฟังเพราะจะหากินกับโครงดังกล่าว
ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายคนหนึ่ง เคยให้ความเห็นว่า ควรยกเลิกระบบอนุญาโตตุลาการได้แล้ว เพราะหลักการดูเหมือนดีคือ มีฝ่ายเอกชน ฝ่ายรัฐ และฝ่ายเป็นกลาง แต่ในทางปฏิบัติ ส่วนใหญ่ฝ่ายเอกชนเป็นฝ่ายชนะทุกที เพราะบริษัทก่อสร้างมีเงินมาก ฝ่ายเป็นกลางมักจะเอนเอียงเข้ากับบริษัทเอกชนทั้งที่ควรคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศเป็นหลัก ฝ่ายเอกชนใช้คำวินิจฉัยของอนุญาโตตุลาการไปฟ้องศาล เวลานี้มีข้อเสนอใหม่ว่าหากภาครัฐและเอกชนมีความขัดแย้งกัน ควรส่งให้ศาลตัดสินแทน
สำหรับรัฐมนตรีที่โกงในโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน และถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจำคุก ได้หนีไปอยู่ต่างประเทศเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคนโกงเมืองไทยนิยมทำกัน (อดีตรัฐมนตรี ป.ที่เจอคดีโกงโครงการรถ เรือดับเพลิง กทม.ก็หนีไปอยู่ต่างประเทศ)
บางคนเสนอว่า ให้ยึดทรัพย์ของอดีตรัฐมนตรีขี้โกงมาขายทอดตลาดให้หมดเสียก่อนแล้วค่อยใช้ภาษีของประชาชน สำหรับกรณีนี้ ป.ป.ช.เคยพยายามยึดทรัพย์มาแล้ว ปรากฏว่าในทางกฎหมาย คนคนนี้ไม่มีทรัพย์สินในชื่อของตนเองเลย เชื่อว่าคงจะเอาไปฝากไว้ในต่างประเทศหมดแล้ว
มีคนเคยบันทึกโครงการ “แดกเพื่อชาติ” ที่ผ่านมา รวมทั้งโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน ทั้งหมดอย่างน้อย 25 โครงการ มูลค่าหลายแสนล้านบาท นี่ยังไม่รวมบางโครงการที่ประเมินมูลค่าความเสียหายมิได้ หากงบในโครงการเหล่านี้ถูกโกงไปประมาณ 30% ก็เท่ากับภาษีของประชาชนถูกยักยอกเข้ากระเป๋านักการเมือง ข้าราชการ ผู้รับเหมาชั่วๆ ไปเป็นแสนๆ ล้านบาท ทั้งนี้ ยังไม่รวมโครงการรับจำนำข้าวที่ต้องใช้เงินไปนับล้านล้านบาท แล้วคนไทยจะทำอย่างไรดีกับนักการเมืองเลวๆ พวกนี้
รัฐมีโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานอีกมากมาย ซึ่งมีมูลค่ามหาศาล ต่อไปนักการเมืองก็ต้องเข้ามาบริหารประเทศอีก นักการเมืองชั่วคงเตรียมหาทางทุจริตจากโครงการที่มีมูลค่าสูงเหล่านี้ด้วยวิธีการที่พลิกแพลงมากขึ้น ดังนั้น หากประชาชนไม่เต็มใจที่จะให้ภาษีของตนถูกเบียดบังไปเข้ากระเป๋านักการเมือง ข้าราชการ นักธุรกิจชั่วๆ ก็ต้องร่วมตรวจสอบในทุกขั้นตอนของโครงการเพื่อให้ภาษีของประชาชนถูกใช้อย่างโปร่งใส







