
กกต.ฟันธงเลือกตั้งเที่ยวหน้ารุนแรง
กกต.เล็งขอรัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินช่วงเลือกตั้งครั้งหน้า เชื่อสถานการณ์หาเสียงรุนแรง หากบ้านเมืองไม่สงบเสนอแก้รธน.ต่ออายุส.ส.10ปี
กกต.เล็งขอรัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินช่วงเลือกตั้งครั้งหน้า เชื่อสถานการณ์หาเสียงรุนแรง หากบ้านเมืองไม่สงบเสนอแก้รธน.ต่ออายุส.ส.10ปี
นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวตอนหนึ่งในงานแถลงข่าวครบรอบสถาปนา12ปี กกต.ว่า การเลือกตั้งครั้งหน้าคาดว่าการซื้อสิทธิ์ขายเสียงจะมีมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะเป็นการช่วงชิงอำนาจรัฐระหว่าง 2 ฝ่าย แต่กกต.ไม่เคยใช้อำนาจตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งหากสถานการณ์ซื้อเสียงมีความรุนแรง อาจประสานไปที่ป.ป.ง. และธปท.เพื่อให้รายงานการทำธุรกรรมความเคลื่อนไหวในบัญชี
นายประพันธ์ กล่าวอีกว่า สถานการณ์การเลือกตั้งครั้งหน้าจะรุนแรง ผู้สมัครต้องรับผิดชอบ หากปล่อยให้มวลชนออกมาเคลื่อนไหว ที่ผ่านมาไม่เคยมีการประทุษร้ายเจ้าหน้าที่กกต.จนถึงชีวิต ดังนั้น ถ้าไม่ระงับยับยั้งก็เท่ากับว่ารู้เห็นเป็นใจ กฏหมายกำหนดบทลงโทษให้โดนใบแดง ถูกเพิกถอนสิทธิ และดำเนินคดีอาญา มีโทษ 10 ปี เพิกถอนสิทธิอีก 10 ปี หากสามารถสืบสวนต่อไปว่าพรรครู้เห็นก็ต้องรับผิดชอบซึ่งมีโทษถึงขั้นยุบพรรคได้
"หากในช่วงการเลือกตั้งมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งกกต.มีอำนาจสั่งห้ามให้ยุติ แม้จะไม่มีอำนาจเท่าศอฉ.แต่สามารถทำได้อำนาจตามพ.ร.บ.การเลือกตั้ง และพ.ร.บ.กกต." นายประพันธ์กล่าว
ด้านนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวว่า หากพรรคการเมืองไม่ทำตามสัญญาประชาค เรื่องจะหาเสียงกันอย่างถูกกฏหมายอาจเสนอต่อรัฐบาล ให้ออกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ช่วงที่มีการเลือกตั้ง แต่ถ้าเลือกตั้งแล้วบ้านเมืองไม่สันติ ก็คิดว่าน่าจะเสนอแก้รัฐธรรมนูญต่ออายุส.ส.เป็นเวลา10 ปี
"เรื่องที่ให้ประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินขณะเลือกตั้ง ก็เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ และให้ทุกพรรคไปหาเสียงในทุกพื้นที่ได้ แต่ก็ไม่ได้ฟันธงว่าจะต้องใช้ เพราะสถานการณ์อาจจะไม่รุนแรงตามที่คาดการณ์ไว้ก็ได้" นางสดศรี กล่าว
นายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งหน้ากกต.มีแผนรับมือกับนักการเมืองแล้ว ที่ผ่านมายอมรับว่าสังคมวิจารณ์กกต.อย่างรุนแรง เพราะขาดความน่าเชื่อถือ ซึ่งเกิดจากเจ้าหน้าที่ของกกต.ที่มีความรู้ไม่เพียงพอ ทำให้ถูกมองทำหน้าที่แบบสอง มาตรฐานคงต้องแก้ไขทำให้เป็นมาตรฐานเดียว







