พบสีสเปรย์พ่นต้าน"รัฐประหาร"ทั่วม.เชียงใหม่
เชียงใหม่-พบสีสเปรย์ถูกพ่นบนถนน"ต้านรัฐประหาร"ทั่วม.เชียงใหม่เจ้าหน้าที่นำทินเนอร์ล้างออกแล้ว
เชียงใหม่-พบสีสเปรย์ถูกพ่นบนถนน"ต้านรัฐประหาร"ทั่วม.เชียงใหม่เจ้าหน้าที่นำทินเนอร์ล้างออกแล้ว
เมื่อวันที่ 26 พ.ย.เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้นำทินเนอร์มาลบล้างสีทั้งหมด หลังมือมืดนำสีสเปรย์พ่นเป็นข้อความว่า "No coup" หรือการต่อต้านรัฐประหาร บริเวณพื้นถนนหน้าตึกนิติศาสตร์ใหม่ และถนนหน้าตึกคณะสังคมศาสตร์ รวมถึงบริเวณถนนระหว่าง หน้าอาคารคณะเกษตร-คณะวิจิตรศิลป์ ภายในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จ.เชียงใหม่ เมื่อเช้าตรู่ของวันนี้ โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบตัวผู้กระทำการดังกล่าว
พล.ต.ต.มนตรี สัมบุณณานนท์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้เร่งตรวจสอบเรื่องบุคคลที่พ่นสีว่าเป็นกลุ่มใด มีความประสงค์อะไร หากทราบตัวจะเชิญมาอบรมพูดคุยปรับทัศนคติต่อไป ส่วนเรื่องการจัดกิจกรรมใดๆของนักศึกษาหรือคณาจารย์จะไม่มีการสั่งระงับ สามารถจัดกิจกรรมได้ แต่ต้องอยู่ในขอบเขต หากเลยขอบเขตจะมีการดำเนินการตามกฏอัยการศึกทันที
ด้านนายธนารักษ์ สุวรรณประกิต รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนาคุณภาพการศึกษา มหาวิทยาวิทยาลัยเชียงใหม่ กล่าว กิจกรรมนักศึกษาภายใต้กฎอัยการศึกที่นักศึกษาจะดำเนินการจัดนั้น ทางมหาวิทยาลัยทราบว่ามีการนัดหมายกันผ่านช่องทางต่างๆให้คนเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว จึงได้ให้เจ้าหน้าที่ทำการตรวจสอบว่าเป็นกิจกรรมของนักศึกษาหรือกลุ่มใดในมหาวิทยาลัย เนื่องจากตามประกาศของมหาวิทยาลัยได้กำหนดให้ช่วง 1 เดือนก่อนการสอบปลายภาค เป็นช่วงงดทำกิจกรรมทุกอย่าง และเวลานี้ก็อยู่ในช่วงดังกล่าว
นายธนารักษ์ กล่าวอีกว่า หากจะมีการจัดกิจกรรมใดเป็นกรณีพิเศษก็จะต้องมีการขออนุญาต รวมทั้งหากเป็นคนภายนอกก็ต้องขออนุญาตเช่นกัน ซึ่งจากการตรวจสอบไม่พบว่าเป็นการจัดกิจกรรมของกลุ่มใดในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จึงได้สั่งฝ่ายรักษาความปลอดภัยให้มีการเฝ้าระวังไว้ รวมทั้งได้รับการประสานจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ขอเข้ามาสังเกตการณ์
อย่างไรก็ตามทางมหาวิทยาลัยอนุญาตสำหรับสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของนักศึกษานั้นถือเป็นพื้นที่ของทั้งนักศึกษาและประชาชนที่สามารถใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกได้อย่างเต็มที่ ซึ่งทางมหาวิทยาลัยไม่เคยมีการปิดกั้น เพียงแต่มีข้อเสนอแนะว่าการแสดงออกบางอย่างควรจะต้องมีหลักคิดด้วยว่า การใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงบางอย่างก่อให้เกิดความแตกแยกขัดแย้ง หรือเกิดผลเสียมากกว่าผลดีหรือไม่ก็อยากให้พิจารณาว่าควรทำหรือไม่







