กกต.ขอคงอำนาจแจกใบเหลืองแดง
"สมชัย"เผยข้อสรุปแก้กม.ขอคงอำนาจแจกใบเหลืองแดง-ขยายเวลาสอบคำร้องเลือกตั้งเพิ่ม 60วัน
"สมชัย"เผยข้อสรุปแก้กม.ขอคงอำนาจแจกใบเหลืองแดง-ขยายเวลาสอบคำร้องเลือกตั้งเพิ่ม 60วัน
เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง เปิดเผยภายหลังการประชุมร่วมระหว่างกกต.และคณะที่ปรึกษากฎหมายในการพิจารณาเสนอแก้ไขกฎหมาย เพื่อประกอบการยกร่างรัฐธรรมนูญ ว่า ข้อเสนอที่คณะทำงานจัดทำข้อเสนอประกอบการยกร่างรัฐธรรมนูญ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นของสำนักงาน กกต.จัดทำขึ้นมีประมาณ 40 ประเด็น แต่ที่ประชุมเห็นว่าข้อเสนอที่เกี่ยวกับการออกแบบการเมือง สัดส่วน ส.ส.-ส.ว.หรือการกำหนดเขตเลือกตั้งนั้นเป็นเรื่องที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต้องไปพิจารณาเอง ซึ่งกกต.จะดูในส่วนของขอบเขตอำนาจของ กกต.เท่านั้น โดยที่ประชุมมองว่าต้องคงอำนาจหน้าที่ของ กตต.ในการให้ใบเหลืองใบแดง ก่อนที่จะประกาศผลการเลือกตั้งไว้ เพราะกกต.มีหน้าที่กลั่นกรองคนดีเข้ามาบริหารประเทศ จึงต้องมีอำนาจในการพิจารณาว่าใครกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งเพื่อเอื้อประโยชน์ในการได้มาซึ่งอำนาจหรือไม่
นายสมชัย กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมากฎหมายให้อำนาจ กกต.ให้ใบเหลืองใบแดงก่อนประกาศผลการเลือกตั้งภายใน 30 วันนับแต่วันเลือกตั้ง เพื่อให้เปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก ซึ่งตรงนี้มองว่าเป็นข้อจำกัดในการทำงานของ กกต. เพราะกรอบเวลาที่ให้มาไม่เพียงพอในการดำเนินการสืบสวนสอบสวน เพราะขั้นตอนการสืบสวนสอบสวนต้องผ่านหลายขั้นตอน ระยะเวลา 30 วันจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะพิจารณาแล้วเสร็จและยังให้เหลือเวลา 5 วันเพื่อส่งให้กฤษฎีกาพิจารณา ซึ่งแนวทางปฏิบัติเป็นไปไม่ได้เลย นอกจากนี้ถ้า กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งไปก่อน และมาพิจารณาในภายหลังนั้น เมื่อฝ่ายการเมืองเข้าสู่อำนาจหน้าที่ เป็นรัฐมนตรี เป็น ส.ส.ก็จะส่งผลให้กระบวนการดำเนินคดีลดถอยลง พยานไม่กล้าให้ปากคำและอาจทำให้ศาลยกคำร้องได้
"กกต.จึงมีความเห็นตามที่คณะทำงานจัดทำข้อเสนอฯ ส่งให้คณะกรรมาธิการยกร่างฯในประเด็นที่ให้คงอำนาจการให้ใบเหลืองใบแดงของ กกต.ไว้ แต่ขยายระยะเวลาออกไปเป็น 60 วันก่อนประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง หรือหากไม่แล้วเสร็จให้สามารถขยายได้ 1 ครั้ง คือ 30 วัน รวมเป็น 90 วัน และแก้ไขการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งแรกที่จากเดิมต้องมี ส.ส.ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ให้เป็นร้อยละ 90 ก็สามารถเปิดประชุมสภาได้ ซึ่งจะลดเงื่อนไขในการเปิดประชุมครั้งแรก" นายสมชัยกล่าว
โวกกต.ต้องแจกเหลืองแดงกลัวศาลตามนักการเมืองไม่ทัน
นายสมชัย กล่าวต่อว่า ส่วนที่หลายฝ่ายมองว่า กกต.เป็นองค์กรที่รวมอำนาจนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการไว้ด้วยกันนั้นตนยืนยันว่าไม่ใช่ เพราะกกต.ไม่มีอำนาจในฝ่ายนิติบัญญัติที่จะไปออกกฎหมายแต่เป็นอำนาจของสภา โดยกกต.มีอำนาจเพียงออกคำสั่งหรือประกาศให้สอดคล้องกับกฎมายที่มีอยู่เท่านั้น ส่วนอำนาจฝ่ายบริหารนั้นก็เป็นอำนาจที่กกต.จะต้องมี เพราะกกต.ต้องบริหารจัดการเลือกตั้งให้มีประสิทธิภาพ ไม่ใช่เพียงแค่จัดการเลือกตั้งแล้วหมดหน้าที่ ส่วนอำนาจตุลาการที่กกต.สามารถให้ใบเหลืองใบแดง กกต.ควรมีอำนาจตั้งแต่หลังวันที่รัฐบาลประกาศยุบสภาหรืออยู่ก่อนครบวาระ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งภายใน 45 วัน เพื่อให้กกต.จะได้มีอำนาจตัดสิทธิ์คนที่ทำผิดกฎหมายได้ทันที เป็นการใข้อำนาจระหว่างการแข่งขัน
นายสมชัย กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายการเมืองสนับสนุนให้ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งพิจารณาให้ใบเหลืองใบแดงแทน กกต.นั้นว่า แน่นอนว่าฝ่ายการเมืองจะยินดีให้มีศาลเลือกตั้ง พิจารณาการให้ใบเหลืองใบแดง เพราะส่วนใหญ่ศาลจะมององค์ประกอบเกี่ยวกับข้อกฎหมายเท่านั้น หากกฎหมายบอกว่าผิดก็คือผิด หากกฎหมายบอกว่าไม่ผิดก็คือไม่ผิด ซึ่งกระบวนการดังกล่าวอาจจะไม่ทันความคิดของฝ่ายการเมือง แต่เมื่อเปรียบเทียบกับการพิจารณาของ กกต. ซึ่งจะดูที่เจตนาว่าการกระทำดังกล่าวมีเจตนาเอื้อประโยชน์เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจทางการเมืองหรือไม่
เตรียมส่งกมธ.ยกร่างฯ 28 พ.ย.นี้
รายงานข่าวแจ้งว่า กรณีที่ เรื่องการแยก พ.ร.ฎ.ยุบสภา และการกำหนดวันเลือกตั้งออกจากกันนั้น ที่ปรึกษากฎหมายเห็นว่า การยุบสภาเป็นเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบของฝ่ายการเมือง หากยุบสภาแล้วก็จำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดวันเลือกตั้งให้ชัดเจน จึงไม่ควรที่จะให้มีการแยกเป็น 2 ส่วน อีกทั้งอำนาจเลื่อนการเลือกตั้งก็เห็นว่าควรให้องค์กรศาลเป็นผู้วินิจฉัย หากให้เป็นอำนาจของประธานกกต. อาจเกิดปัญหาและที่สุดอาจทำให้กกต.ต้องตกเป็นจำเลย อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานกกต. จะส่งความเห็นดังกล่าวไปยังพล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ประธานอนุกรรมาธิการประสานเพื่อรับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และองค์กรอื่นๆ ใน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ภายในวันที่ 28 พฤศจิกายนนี้







