
บิ๊กมหาดไทยเข้าพบจุฬาราชมนตรีคนใหม่
ชวรัตน์นำทัมบิ๊กมหาดไทยร่วมแสดงความยินดี "อาศิส" จุฬาราชมานตรีคนที่18ของประเทศไทย
ชวรัตน์นำทัมบิ๊กมหาดไทยร่วมแสดงความยินดี "อาศิส" จุฬาราชมานตรีคนที่18ของประเทศไทย
ที่สำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย สำนักจุฬาราชมนตรี นายชวรัตน์ ชาญวีกูล รมว.มหาดไทย นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย นายมานิต วัฒนเสน ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายภาณุ อุทัยรัตน์รองปลัดกระทรวง นายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง นายศุภชัย ใจสมุทร โฆษกกระทรวงมหาดไทยฝ่ายการเมือง และนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธปัตย์ คณะทำงานนายถาวรเสียม ได้นำคณะได้เข้าพบ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรีคนที่ 18 ของประเทศ เพื่อร่วมแสดงความยินดีภายหลังที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้ง
โดยนายชวรัตน์กล่าวว่า ขอแสดงความยินดีที่ในโอกาสได้รับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งจุฬาราชมนตรีคนที่ 18 ตั้งแต่วันที่ที่ 6 มิ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งศาสนาอิสลามเป็นหนึ่งในศาสนาสำคัญที่มีบทบัญญัติให้ประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดีตามคำสอนของศาสนาโดยเคร่งครัด ทีผ่านมาพี่น้องชาวมุสลิมภายใต้การนำของจุฬาราชมนตรี ได้มีส่วนสำคัญในการสร้างสรรค์และพัฒนาประเทศไทยให้มีความเจริญรุ่งเรือง กระทรวงมหาดไทยได้ตระหนักดีถึงความสำคัญของศาสนาอิสลาม และมีเจตจำนงที่จะมุ่งส่งเสริมกิจการของศาสนาอิสลามในทุกๆด้าน เพื่อให้พี่น้องชาวมุสลิมได้ปฏิบัติศาสนกิจตามหลักการของศาสนาได้อย่างสมบูรณ์ เพื่อให้เกิดพลังแห่งความดีในการสร้างสันติสุขให้บังเกิดขึ้นในสังคม
“ผมเชื่อมั่นว่า ท่านอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี จะเป็นผู้นำพี่น้องชาวมุสลิมทุกคนในประเทศไทยให้สามารถปฏิบัติตามคำสอนแห่งพระคัมภีร์อัลกุรอานได้เป็นผลสำเร็จเกิดประโยชน์แก่สังคมและประเทศไทย ณ โอกาสนี้ ขอองค์อัลเลาะห์โปรดคุ้มครองและประทานความเมตตานำทางให้ท่านประสบความสำเร็จ และประกอบกิจการอันเป็นแก่ส่วนร่วมตลอดไป”นายชวรัตน์กล่าว
ด้าน นายอาศิส กล่าวว่า ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง จุฬาราชมนตรี และขอขอบคุณที่กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการกิการของศาสนาอิสลามให้มีความเรียบร้อย ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีภารกิจดูแลกิจการศาสนาอิสลาม นอกจากนี้ ในอนาคตจะได้ความร่วมมือจากกระทรวงมหาดไทย เพราะการทำงานคนเดียวไม่สามารถทำอะไรได้มาก จึงขอให้ทุกคนมาร่วมช่วยกันทำให้ประเทศชาติเกิดความสงบสุข ทั้งนี้ ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่า องค์การอิสลามทุกระดับ จะได้รับการดูแลจากกระทรวงมหาดไทย และรัฐบาลตลอดไป เพื่อให้ทุกคนอยู่ในประเทศอย่างร่มเย็นเป็นสุข สมานฉันท์เพื่อให้แผ่นดินรุ่งเรืองต่อไป







