
ไร้พลังเขย่า คสช. ให้ภาพทหารอุ้มม็อบต้านต่างๆ
กระแสต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เริ่มปะทุออกมาเคลื่อนไหวปั่นป่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมไปถึง ครม.ระหว่างการลงพื้นที่หลายต่อหลายรอบ
กระแสต่อต้านคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เริ่มปะทุออกมาเคลื่อนไหวปั่นป่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี รวมไปถึง ครม.ระหว่างการลงพื้นที่หลายต่อหลายรอบ
แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย เมื่อ คสช.ประเมินสถานการณ์ไว้ล่วงหน้า พร้อมพยายามตีกรอบควบคุมสถานการณ์สกัดทั้งคลื่นใต้น้ำและกลุ่มป่วนให้อยู่ในวงจำกัด ไม่สะเทือนถึงการบริหารประเทศหรือแผนปฏิรูป
ลำพังแค่การเคลื่อนไหวของบางกลุ่ม บางพวก ที่ปรากฏเวลานี้ จึงยังไม่มีพลังเพียงพอที่จะสั่นคลอนรัฐบาล คสช. ได้แต่อย่างไร แต่ขณะเดียวกันไม่ใช่เรื่องที่คณะรัฐประหารจะนิ่งนอนใจ จำเป็นต้องควบคุมการเคลื่อนไหวต่อเนื่องไม่ให้บานปลายจนควบคุมไม่อยู่ โดยเฉพาะหากแต่ละกลุ่มรวมตัวเคลื่อนไหวไปพร้อมๆ กัน
จากมาตรการกระชับอำนาจ ไล่ "ตัดตอน" ความปั่นป่วนวุ่นวาย รูปแบบการเคลื่อนไหวจึงทำได้แค่การโปรยใบปลิวโจมตี และการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์
เริ่มตั้งแต่การแจกใบปลิว “คนอีสานไม่ต้อนรับรัฐประหาร!!!” ดักหน้าการลงพื้นที่ภาคอีสานครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างปฏิบัติภารกิจติดตามแก้ปัญหาภัยแล้ง ปลุกให้เกิดกระแสทำตามในที่ต่างๆ ตามมา
ทั้งที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พบชายสวมหมวกกันน็อกขี่มอเตอร์ไซค์มาโปรยใบปลิวด้วยข้อความโจมตี คสช. และรัฐบาลหลายข้อความ พร้อมเรียกร้องให้ยกเลิกกฎอัยการศึก
ต่อมานักศึกษากลุ่มธรรมศาสตร์เสรีเพื่อประชาธิปไตย และพวกเดินโปรยใบปลิวที่สนามฟุตบอลเรื่อยมาจนถึงหน้ามหาวิทยาลัย โดยมีข้อความระบุว่า "ถึงยุคทมิฬมารจะครองเมืองด้วยควันปืน...แต่คนย่อมเป็นคน - จิตร ภูมิศักดิ์-"
นอกจากใบปลิวแล้ว การชูสามนิ้วแสดงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหารนั้น กำลังกลายเป็นกระแสที่แพร่สะพัดอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในโซเชียลมีเดีย
เริ่มจากปรากฏการณ์กลุ่มนักศึกษาดาวดินไปชูสามนิ้วพร้อมสวมเสื้อ “ไม่-เอา-รัฐ-ประ-หาร” ต่อหน้า พล.อ.ประยุทธ์ จนถูกควบคุมตัวไปปรับทัศนคติ ก่อนจะจุดชนวนให้เกิดการกระทำตามมากขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งเข้าไปควบคุมก็ยิ่งบานปลายมากขึ้น เข้าทำนองยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
ที่สำคัญ รูปแบบการเคลื่อนไหวชูสามนิ้วนี้ ถือเป็นการแสดงออกที่แม้แต่กรรมการสิทธิมนุษยชนยังออกมาการันตีสิทธิเสรีภาพ ทำให้ยากต่อการที่ คสช.จะเข้าไปสั่งห้ามหรือเอาผิดได้
แต่ต้องยอมรับว่าการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์นี้ ยากที่จะสั่นคลอนรัฐบาล คสช. เพราะไม่มีพลังเพียงพอ เมื่อคนในสังคมยังยอมรับและให้โอกาสรัฐประหาร
มิหนำซ้ำ ท่าทีจาก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ยังพยายามโยนให้การเคลื่อนไหวของนักศึกษามีคนอยู่เบื้องหลัง เพื่อดิสเครดิตการเคลื่อนไหว
ต้องยอมรับว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้การเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหารยากจะจุดติด คือสภาพบรรยากาศที่ยังอยู่ในช่วงประกาศกฎอัยการศึก คสช. มีอำนาจเบ็ดเสร็จในมือ การรีบจัดการปัญหาไม่ให้ทุกอย่างบานปลายจึงสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว
อีกทั้งยังจัดการคุมบรรดาแกนนำการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐประหาร ไม่ให้ออกมาสร้างความปั่นป่วน เพราะกลุ่มจัดตั้งเหล่านี้ย่อมมีพลังมากกว่าการเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ ที่หากตั้งรับดีๆ กระแสเหล่านี้ย่อมเงียบหายไปในที่สุด หรือยากที่จะมีพลังสั่นคลอนรัฐบาล คสช.ได้
จะเห็นว่านอกจาก คสช.จะพยายามตัดไฟแต่ต้นลมสกัดการเคลื่อนไหวตั้งแต่ต้นทาง รวมไปถึงการควบคุมตัวสกัดไม่ให้การเคลื่อนไหวลุกลามไปมากกว่านี้ อีกด้านหนึ่งแล้วยังมีแผนสองประสานไปยังสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ให้เปิดเวทีดึงกลุ่มป่วนนี้ไปร่วมแสดงความคิดเห็นที่จะเริ่มต้นกลางเดือน ธ.ค.นี้ ดึงให้ทุกอย่างกลับมาเข้าสู่ระบบ
ไม่เพียงแค่กลุ่มป่วนเท่านั้นที่ คสช.ให้ความสำคัญ แต่ยังรวมถึงภาควิชาการ ภาคประชาสังคมที่เคยออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือเรื่องต่างๆ ทั้งที่ดินทำกิน หรือเคลื่อนไหวเรื่องการปฏิรูป ซึ่งที่ผ่านมาได้ประสานส่งตัวแทนไปพูดคุยเคลียร์ปัญหาไม่ให้ทุกอย่างลุกลามบานปลาย และจะไม่เป็นผลดีในระยะยาว
ช่วงนี้การเคลื่อนไหวปั่นป่วนต่างๆ จึงยังไม่อาจสร้างแรงกระเพื่อมแก่ คสช.ได้







