posttoday
‘นิว นอร์มอล’

‘นิว นอร์มอล’

26 พฤศจิกายน 2557

ดูเหมือนว่าขณะนี้จีนกำลังหาสมดุลของการปฏิรูปเศรษฐกิจของตัวเองอยู่อย่างปวดหัวทีเดียวครับ เพราะในขณะที่ผู้นำจีนแสดงออกหลายๆ ครั้งถึงความพอใจกับความเชื่องช้าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ แต่การแสดงออกทางนโยบายทางเศรษฐกิจและการเงินของจีน ก็แสดงให้เห็นว่าจีนวิตกกังวลต่อความเชื่องช้าที่เกิดขึ้นเช่นกัน

ดูเหมือนว่าขณะนี้จีนกำลังหาสมดุลของการปฏิรูปเศรษฐกิจของตัวเองอยู่อย่างปวดหัวทีเดียวครับ เพราะในขณะที่ผู้นำจีนแสดงออกหลายๆ ครั้งถึงความพอใจกับความเชื่องช้าทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจครั้งใหญ่ แต่การแสดงออกทางนโยบายทางเศรษฐกิจและการเงินของจีน ก็แสดงให้เห็นว่าจีนวิตกกังวลต่อความเชื่องช้าที่เกิดขึ้นเช่นกัน

หากจำไม่ผิด ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง เคยเอ่ยปากมากกว่าหนึ่งครั้งถึงสภาวะตามปกติแบบใหม่ของเศรษฐกิจหรือที่เรียกกันว่า “New Normal” ที่เศรษฐกิจจีนจะเชื่องช้าลงอันถือว่าเป็นสภาวะปกติโดยที่ไม่ต้องหวั่นเกรงกัน เพราะจีนจะเน้นที่การปฏิรูปประเทศเป็นสำคัญ โดยที่ตัวเลขการเติบโตของจีดีพีจีนนั้นอาจจะไม่หวือหวานักเหมือนที่เป็นๆ มาในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา

การปฏิรูปเศรษฐกิจของจีนนั้นเกิดขึ้นในขณะที่เศรษฐกิจโลกกำลังเกิดภาวะซบเซาทีเดียว ไม่รู้ว่าจีนเลือกช่วงเวลาในปีนี้เพื่อการปฏิรูปเศรษฐกิจแบบจงใจหรือไม่

ประเด็นสำคัญของการปฏิรูปเศรษฐกิจจีน ก็คือ การลดการพึ่งพาการส่งออก และหันมากระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายภายในประเทศมากขึ้นเหมือนๆ กับประเทศพัฒนาแล้วทั้งหลาย นั่นก็คือ ให้ดีมานด์จากภายในประเทศขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทนการส่งออกนั่นเอง

ดังนั้น ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าตัวเลขภาคการผลิตของจีนนั้นไม่สู้ดีนักตลอดทั้งปีที่ผ่านมานี้ รวมไปถึงตัวเลขการส่งออกที่ปรับลดลงด้วยเช่นกัน แต่นั่นไม่ได้เป็นการพิสูจน์แม้แต่น้อยว่าตัวเลขที่ลดลงเหล่านั้นเป็นเพราะจีนตั้งใจที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจ หรือเป็นเพราะสภาวะการค้าโลกที่ลดลง ใบสั่งผลิตจากประเทศอื่นๆ นั้นลดลงกันแน่

ยิ่งไปกว่านั้น ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนพยายามเข้าควบคุมการปล่อยเครดิต โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนื่อง อันเป็นการป้องกันภาวะฟองสบู่ที่อาจจะเกิดขึ้น แต่ในที่สุด การควบคุมที่มากเกินไป ได้ส่งผลกระทบให้จีนก็เสี่ยงที่จะเกิดภาวะเงินฝืดขึ้นเช่นกัน ทำให้ในที่สุด ธนาคารกลางของจีน (พีบีโอซี) จำเป็นต้องประกาศลดอัตราดอกเบี้ยลง ทั้งดอกเบี้ยเงินกู้ลง 0.4% และลดดอกเบี้ยเงินฝากลง 0.25% เพื่อกระตุ้นให้เกิดการกู้ยืมมากขึ้น

พูดง่ายๆ ก็คือ การประกาศลดอัตราดอกเบี้ยของจีน รวมไปถึงการประกาศอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงินในช่วงก่อนหน้านี้ของจีน ได้แสดงให้เห็นว่า ในขณะที่ผู้นำจีนบอกให้โลกยอมรับกับปรากฏการณ์เชื่องช้าทางเศรษฐกิจของจีนที่จะเป็นสิ่งปกติแบบใหม่ หรือนิวนอร์มอลนั้น แต่ในแท้ที่จริงแล้ว บรรดาผู้ปกครองของจีนเองก็วิตกกังวลต่อสภาพเศรษฐกิจที่เชื่องช้าเกินไปไม่น้อยครับ

ยิ่งการเติบโตของจีดีพีจีนที่จะลดต่ำลงมาอยู่แถวๆ 7% เท่านั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่เสี่ยงมากสำหรับจีนที่การเติบโตที่ลดลงนั้นจะพอเลี้ยงประเทศที่มีประชากรถึง 1,400 ล้านคนได้หรือไม่ครับ

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์