
เมืองไทยใหญ่อุดม ใต้ดินสมดั่งใจหรือ?
เชื้อเพลิงสำคัญในการจุดอารมณ์ “ทวงคืนพลังงาน” คือ การกล่าวอ้างว่าประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ของปิโตรเลียมสูงระดับโลก
เชื้อเพลิงสำคัญในการจุดอารมณ์ “ทวงคืนพลังงาน” คือ การกล่าวอ้างว่าประเทศไทยมีความอุดมสมบูรณ์ของปิโตรเลียมสูงระดับโลก
แม้มีการชี้แจงไปหลายรอบจากทั้งรัฐและผู้รู้จริง รวมทั้งการเสวนาในหมู่วิศวกรสถาบันโด่งดัง ที่ดูเหมือนจะสะสางข้อเท็จจริงได้แล้ว แต่ประเด็นนี้ยังคงถูกหยิบยกขึ้นมาอีกเรื่อยๆ
คนไทยจำนวนมาก ขี้เกียจศึกษาข้อมูล เลยตกเป็นเครื่องมือของการบิดเบือน โดยเฉพาะในโลกาภิวัตน์ที่ข้อมูลล้นหลาม ยิ่งหาเวลาอ่านยาก จึงอาศัยคนอื่นสรุปและชี้นำ ยิ่งชี้ในเรื่องที่อยากฟังก็ยิ่งอยากเชื่อ แม้ใส่ร้ายให้เกลียดชังก็เกลียดตาม
เห็นแบบนี้จึงเข้าใจ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ที่เอาผิดการเผยแพร่ข้อมูลเท็จที่ก่อให้เกิดความเสียหาย การฟ้องร้องเป็นมาตรการเด็ดขาด ที่จะจัดการกับการเผยแพร่ข้อมูลเท็จซ้ำซาก แม้ฝ่ายถูกฟ้องแสร้งว่าฟ้องปิดปาก แต่ความจริงเป็นโอกาสให้พิสูจน์ข้อเท็จจริงต่อคนที่เป็นกลางอย่างศาลยุติธรรม
ล่าสุดในสังคมออนไลน์มีการส่งต่อวิดีโอของบริษัท KrisEnergy เกี่ยวกับการพัฒนาแหล่งน้ำมันดิบ “วาสนา” ในอ่าวไทย เป็นวิดีโอที่น่าดูและเข้าใจง่าย แต่คนส่วนใหญ่อาจไม่ได้ดู หรือดูแต่ไม่ฟังเพราะถูกชี้นำไปแล้ว ด้วยคำโปรยทำนองว่าวิดีโอนี้พิสูจน์ว่ารัฐโกหกว่าประเทศไทยมีพลังงานน้อยมากใครมาลงทุนก็ไม่ค่อยคุ้ม
วิดีโอ เล่าว่า พื้นที่นี้เคยถูกสำรวจเป็นระยะๆ มาตั้งแต่ปี 1975 หรือ พ.ศ. 2518 แต่เพิ่งพบน้ำมันเมื่อปี 2552 KrisEnergy จึงได้ซื้อหุ้นทั้งแปลงเพื่อพัฒนาในปี 2557 รวมเวลา 39 ปี ซึ่งขณะนี้ก็ยังไม่ได้ผลิต
สื่อนี้น่าจะใช้ประชาสัมพันธ์กับผู้ลงทุนของ KrisEnergy จึงไม่แปลกที่บรรยากาศเน้นความสำเร็จ-ความหวัง เพราะจะต้องมีการลงทุนเพิ่มเพื่อให้เกิดการผลิตด้วย นอกเหนือจากการลงทุนสำรวจที่หมดไปแล้วหลายพันล้านบาท ...การใช้เวลานาน-ลงทุนสูงมากเป็นข้อพิสูจน์ว่ามีน้อย พบยาก เสี่ยงสูง
เขาได้บอกเล่าลักษณะของแหล่งน้ำมันว่า อยู่เป็นกระเปาะอย่างที่ฝ่ายทวงคืนชอบปฏิเสธ ครึ่งหนึ่งของหลุมจะเป็นการเจาะแนวนอน ซึ่งต้องเลาะเลี้ยวไปมาจนกว่าจะพบเป้าหมายที่แสนจะหายาก (elusive target)
KrisEnergy บอกว่า จะผลิตได้ 7 ปี ในอัตราสูงสุด 10,000 บาร์เรล/วัน นับว่าเป็นแหล่งเล็กตามแนวโน้มที่รัฐคาด เขาถึงจะใช้โครงสร้างพื้นฐานที่นำไปใช้ต่อจุดอื่นได้ ที่เรียก Mobile Offshore Production Unit (MOPU) เพราะช่วยลดต้นทุน
แน่นอนว่า ถ้าไม่มีโอกาสมากพอที่จะได้กำไร ได้ IRR หรือผลตอบแทนที่คาดหวัง เขาก็จะไม่ลงทุนต่อ
นี่เป็นเหตุผลที่รัฐไม่ตั้งเงื่อนไขเก็บผลประโยชน์สูงเกินกว่าศักยภาพของพื้นที่ ซึ่งระบบ Thailand III ก็ยืดหยุ่นตามความอุดมของแต่ละแหล่งผลิต แล้วยังมี windfall tax อีกด้วย
แต่ช่วงนี้ราคาน้ำมันดิบลดลงมาก ก็ต้องรอดูว่า KrisEnergy จะลงทุนผลิตตามแผนไหม? เขาตัดสินใจลงทุนในเดือน มิ.ย. 2557 แต่หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ราคาน้ำมันดิบก็ดิ่งลงกว่า 20 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล IRR ไของ “วาสนา” จึงตกต่ำลง
พลังงานเป็นเรื่องซับซ้อน แต่มีการบิดเบือนให้เรียบง่าย โดนใจด้วยวาทะชาตินิยม-ประชานิยม สะใจด้วยดราม่าว่าคนที่ประวัติดีกลับฉ้อฉล ทั้งมีการอ้างอิงข้อมูลจริงบางอย่างทำให้ดูน่าเชื่อถือ แต่มักเป็นการจับแพะชนแกะมากกว่า
เช่น การส่งออกน้ำมันใส เพราะโรงกลั่นไทยมีกำลังผลิตเหลือราว 20% ผนวกกับการส่งออกน้ำมันดิบบางส่วนที่ผลิตได้แต่ไม่เหมาะกับการกลั่นในประเทศ ซึ่งประเทศอื่นเขาก็ทำกัน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย (แต่ของไทยน้อยกว่ามาก) ทำให้น้ำมันเป็นสินค้าส่งออกอันดับที่ 3 ของไทย (0.4 ล้านล้านบาท ในปี 2556) แต่ถ้าดูการนำเข้าจะพบว่าน้ำมันดิบ (+ใส) ก็เป็นอันดับที่ 1 (1.2 ล้านล้านบาท)
การผลิตได้หรือส่งออกไม่ได้บ่งบอกความอุดมสมบูรณ์ที่แท้จริง หรือว่ามีพอเพียงหรือไม่ มีการเปรียบเทียบกับประเทศบรูไน ซึ่งบางคนอาจนึกว่าเป็น OPEC แล้วสร้างมโนภาพว่าไทยเราอุดมสมบูรณ์นัก ความจริงที่คือ แม้ไทยผลิตมากกว่าเขา 3 เท่า แต่เราใช้มากกว่ามหาศาล เพราะมีประชากรมากกว่า 160 เท่า ทำให้ไทยต้องนำเข้าสุทธิ 5 แสนกว่าบาร์เรล/วัน แต่บรูไนกลับส่งออกสุทธิ 1 แสนกว่า
จากรายงานสถิติปี 2556 ของบริษัท BP แม้ไทยผลิตก๊าซธรรมชาติได้เป็นอันดับที่ 22 ของโลก ผลิต 4 พันล้าน ลบ.ฟุต/วัน แต่ไทยใช้เป็นอันดับที่ 15 ใช้ 4.9 พันล้าน ลบ.ฟุต/วัน = ผลิตไม่พอใช้ ปริมาณสำรอง 10.1 ล้านล้าน ลบ.ฟุต เป็นอันดับ 40 เพียง 0.15% ของทั้งโลก
น้ำมันยิ่งหนักกว่า คือไทยเป็นผู้ผลิตอันดับ 31 ของโลก ผลิต 0.44 ล้านบาร์เรล/วัน แต่ใช้เป็นอันดับที่ 19 ใช้ 1.21 ล้านบาร์เรล/วัน = ผลิตไม่พอใช้ ปริมาณสำรองมี 0.4 พันล้านบาร์เรล เป็นอันดับที่ 48 เพียง 0.03% ของทั้งโลก
ในอาขยาน “เมืองไทยใหญ่อุดม ดินดีสมเป็นนาสวน...” ท่านสอนให้ “หาวิชา” ไว้เป็นหลัก สำหรับใต้ดินไทยที่มิได้อุดมสมดั่งใจนึกของหลายๆ คน ก็ยิ่งต้อง “หาวิชา” เพื่อให้รู้และเข้าใจข้อเท็จจริง
ถ้าไม่มีเวลา “หาวิชา” สังคมออนไลน์ควรจะเสพ “สื่อมวลชน” บ้าง เพื่อความสมดุลของการรับรู้ เพราะสื่อมวลชนส่วนใหญ่ยังมีจรรยาบรรณ จะได้ไม่หลงร่วมขบวนการที่อาจทำให้เสียใจภายหลัง n
ความเห็นส่วนตัวของผู้เขียน มิใช่ขององค์กรใด







