
คุมประชานิยม รื้อองค์กรอิสระ
การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แม้จะยังไม่ได้ลงรายละเอียดในรายมาตรา แต่ก็นับว่าเริ่มมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ
โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์
การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แม้จะยังไม่ได้ลงรายละเอียดในรายมาตรา แต่ก็นับว่าเริ่มมีความคืบหน้าอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากคณะอนุกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญได้ทยอยประชุมจัดทำกรอบการเขียนรัฐธรรมนูญ
เริ่มกันที่ คณะอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 4 การคลังและงบประมาณของรัฐ ที่มี “จรัส สุวรรณมาลา” เป็นประธาน คณะอนุกรรมาธิการมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่าควรมีกลไกเพื่อควบคุมการใช้งบประมาณแผ่นดิน 2 ประการ ประกอบด้วย
1.การควบคุมนโยบายประชานิยม จะมีการกำหนดให้พรรคการเมืองที่ลงรับสมัครเลือกตั้งจะต้องชี้แจงนโยบายของพรรคที่ใช้หาเสียงต่อประชาชนว่าแหล่งที่มาของงบประมาณสำหรับการดำเนินนโยบายจะมาจากที่ใด จัดแนวทางการประเมินความเสี่ยงในด้านการเงินการคลังหากนโยบายมีผลบังคับใช้ และควรกำหนดระยะเวลาในการใช้งบประมาณในนโยบายประชานิยม
อย่างไรก็ตาม คณะอนุกรรมาธิการยังไม่ได้ข้อสรุปว่าควรกำหนดแนวทางอย่างละเอียดไว้ในรัฐธรรมนูญหรือจะกำหนดเฉพาะหลักการเอาไว้ในรัฐธรรมนูญและให้นำรายละเอียดไปใส่ในกฎหมายลูกแทน และอาจให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ทำหน้าที่กลั่นกรองนโยบายของพรรคการเมือง
2.จัดตั้งศาลวินัยการเงินการคลังหรือศาลบัญชี คณะอนุกรรมาธิการเห็นว่าควรมีการจัดตั้งศาลเพื่อทำหน้าที่พิจารณาวินิจฉัยผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในกรณีที่ใช้จ่ายงบประมาณขัดหลักการวินัยการเงินการคลังที่ดี ซึ่งผู้ที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบและส่งเรื่องขึ้นสู่ศาล คือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
ด้าน คณะอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบการจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 3 แนวนโยบายพื้นฐาน แห่งรัฐ รัฐสภา และคณะรัฐมนตรี ที่มี “สุจิต บุญบงการ” เป็นประธาน ภายหลังได้ข้อสรุปเรื่องจำนวนตัวเลข สส.ที่ต้องอยู่ในระหว่าง 350-400 คนไปแล้ว ปรากฏว่าได้มีความเห็นที่ต้องให้ สส.บัญชีรายชื่อควรมีสัดส่วนที่คำนึงความหลากหลายทางเพศและผู้พิการ เพื่อไม่ให้สภาผู้แทนราษฎรเป็นสภาของนักการเมืองเพียงฝ่ายเดียว
สำหรับประเด็นละเอียดอ่อนอย่าง “ที่มาของนายกรัฐมนตรี” ทางคณะอนุกรรมาธิการยังไม่สรุปแต่ในที่ประชุมมีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นว่านายกรัฐมนตรีอาจไม่จำเป็นต้องมาจากการเลือกตั้งแต่ให้มาจากการเลือกของสภาผู้แทนราษฎรแทน
ส่วน คณะอนุกรรมาธิการพิจารณากรอบจัดทำรัฐธรรมนูญ คณะที่ 8 การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ องค์กรอิสระ องค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ ที่มี “ไพบูลย์ นิติตะวัน” เป็นประธาน มีทิศทางที่ชัดเจนว่าจะต้องเกิดกระบวนการปฏิรูปองค์กรตามรัฐธรรมนูญจำนวน 14 องค์กรตั้งกระบวนสรรหา ไไไที่จะต้องไม่ให้ผู้ทำหน้าที่ในศาลเข้ามาเป็นหนึ่งในคณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ เพื่อให้ศาลทำหน้าที่เฉพาะการพิจารณาวินิจฉัยคดีเพียงอย่างเดียว และป้องกันไม่ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนำมาเป็นข้ออ้างเพื่อโจมตีศาลได้อีก







