
ครม.เคาะเอ็มโอยูรถไฟจีน
ตั้งคณะทำงานร่วมลุยรายละเอียดปีหน้ารัฐบาลปัดไม่เกี่ยวแลกจีนซื้อสินค้าเกษตร
ตั้งคณะทำงานร่วมลุยรายละเอียดปีหน้ารัฐบาลปัดไม่เกี่ยวแลกจีนซื้อสินค้าเกษตร
ครม.เห็นชอบร่างเอ็มโอยูลงทุนรถไฟไทยจีน พร้อมตั้งคณะทำงานร่วมฯ ปัดแลกขายข้าวยาง
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบร่างการบันทึกความร่วมมือ (เอ็มโอยู) ในการพัฒนารถไฟประเทศไทยจีน พ.ศ. 25582565 ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นการก่อสร้างรถไฟขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร เส้นทางหนองคายนครราชสีมาแก่งคอยท่าเรือมาบตาพุด ระยะทาง 731 กิโลเมตร และเส้นทางกรุงเทพฯแก่งคอย ระยะทาง 133 กิโลเมตร โดยเป็นความร่วมมือในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี)
พร้อมกันนี้ ครม.เห็นชอบที่จะให้มีการตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนตามกรอบความร่วมมือพัฒนารถไฟ โดยมอบหมาย พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เป็นประธานฝ่ายไทย ส่วนประธานฝ่ายจีน คือ ประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติจีน ขณะที่ขั้นตอนหลังจากนี้ จะมีการเสนอร่างเอ็มโอยูให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาเห็นชอบ ก่อนไปลงนามร่วมมือกันต่อไป
“คณะกรรมการทั้งสองฝ่ายจะทำหน้าที่ประสานงานกัน โดยจะมีหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องของทั้งสองฝ่ายเข้ามาร่วมทำตั้งแต่การเจรจารายละเอียดโครงการว่าจะทำในรูปแบบใด รวมถึงงานด้านการสำรวจออกแบบเส้นทาง ส่วนแนวทางความร่วมมือในการก่อสร้างฐานรางรถไฟที่ภายใต้กฎระเบียบต่างๆ จะพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง โดยเฉพาะแนวทางการร่วมลงทุน” ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าว
โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ครม.ยังเห็นชอบร่างเอ็มโอยูความร่วมมือในด้านสินค้าเกษตรไทยจีน ซึ่งจีนสนใจที่จะซื้อข้าวและยางพาราจากไทย เพื่อเป็นการสานความสัมพันธ์ระหว่างไทยจีน เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปีของความสัมพันธ์ในปีหน้า แต่ร่างเอ็มโอยูยังไม่ได้ระบุปริมาณของสินค้าเกษตรที่จีนจะซื้อจากไทย และเป็นหน้าที่ของกระทรวงพาณิชย์ที่จะพิจารณารายละเอียดของข้อตกลงการขายข้าวและยางต่อไป
“ขณะนี้ยังไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการร่วมลงทุนว่าจะมีลักษณะเป็นอย่างไร ซึ่งจะต้องให้คณะกรรมการสองฝ่ายไปคุยกันในรายละเอียด ส่วนความเข้าใจที่ว่าจะแลกเปลี่ยนข้าวกับยางกับการลงทุนรถไฟนั้น เป็นความเข้าใจผิดเพราะการที่จีนจะซื้อข้าวและยางเป็นความตั้งใจอยู่แล้ว จึงไม่เกี่ยวกัน” ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าว
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า หลัง ครม.เห็นชอบร่างเอ็มโอยูความร่วมมือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางไทยจีนแล้ว กระทรวงจะเร่งนำร่างเอ็มโอยูเสนอต่อที่ประชุม สนช.ภายในสัปดาห์นี้ เพื่อพิจารณาประเด็นข้อกฎหมายและผลกระทบ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะไปลงนามเอ็มโอยูอย่างเป็นทางการเดือน ธ.ค.นี้ ส่วนคณะทำงานร่วมฯ ที่จัดตั้งขึ้นจะมีหน้าที่จัดทำรายละเอียดโครงการ ตั้งแต่การสำรวจออกแบบ กำหนดมูลค่าโครงการก่อสร้าง และเลือกรูปแบบการลงทุน โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จในปี 2558
“ทุกอย่างต้องเจรจาให้เป็นประโยชน์กับไทย แต่ถ้าสร้างเส้นนี้เสร็จการเดินทางทางภาคอีสานก็สะดวกรวดเร็วขึ้นด้วย ถามว่าหากทำเอ็มโอยูแบบจีทูจีไทยจีน ไทยจะเสียประโยชน์อะไรหรือไม่ ตอบได้ว่า ไม่มี เพราะนอกจากคนไทยจะเดินทางได้สะดวกแล้ว ยังมีประโยชน์ทางเศรษฐกิจตามมาทั้งการขนส่งสินค้า การท่องเที่ยว และเมื่อสร้างรถไฟเชื่อมไทยลาวจีน ได้จะช่วยระบบเศรษฐกิจให้เติบโตยิ่งขึ้น” พล.อ.อ.ประจิน กล่าว
พล.อ.อ.ประจิน ระบุว่า สำหรับสัดส่วนการลงทุน การจัดหาวัสดุและผู้รับเหมานั้น ขณะนี้ยังไม่มีข้อสรุป ต้องรอนายกฯ กลับมาจากการเจรจาเกี่ยวกับรายละเอียดการลงทุนกับทางจีนก่อน







