
ร้องป.ป.ท.สอบแชร์ลูกโซ่เติมเงินมือถือออนไลน์
ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร้องป.ป.ท.สอบแชร์ลูกโซ่เติมเงินมือถือออนไลน์ อ้างจนท.รัฐ4หน่วยงานเกี่ยวพัน และสรรพากรกทม.ร่วมด้วย
ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร้องป.ป.ท.สอบแชร์ลูกโซ่เติมเงินมือถือออนไลน์ อ้างจนท.รัฐ4หน่วยงานเกี่ยวพัน และสรรพากรกทม.ร่วมด้วย
วันที่25พ.ย.ที่สำนักงานคณะกรรมการปัองกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ(ป.ป.ท.)นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงษ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายประยงค์ ปรียาจิตต์ เลขาธิการ ป.ป.ท. เพื่อขอให้ตรวจสอบเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำผิดกฏหมายตามมาตรา157เป็นเจ้าพนักงานปฎิบัติหรือละเว้นหน้าที่ ซึ่งเข้าข่ายทุจริตต่อหน้าที่
นายอัจฉริยะ กล่าวว่า ตนได้เข้ายื่นหนังสือต่อเลขาธิการ ปปท.เพื่อให้ตรวจสอบการทำงานเจ้าหน้าทีรัฐใน4หน่วยงาน อาทิ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ปคบ. สคบ. และเจ้าหน้าที่สรรพากร ซึ่งตลอดระยะเวลา2ปีที่ผ่านมาตนได้ทำการตรวจสอบบริษัทที่มีลักษณะหลอกลวงประชาชนทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่เติมเงินโทรศัพท์มือถือออนไลน์พบว่าการกระทำผิดและเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน ทำให้ประชาชนหลงเชื่อและได้รับความเสียหายกระจายเป็นจำนวนมากทั่วประเทศ
ทั้งนี้ ตนได้รวบเอกสารหลักฐานและคลิปวิดีโอ ที่สามารถเอาผิดกับบริษัทที่เปิดให้บริการในลักษณะนี้ได้แล้วจำนวน23 บริษัท เนื่องจากพบหลักฐานในการกระทำผิดที่ชัดเจนในการหลีกเลี่ยงภาษีทำให้รัฐได้รับความเสียหาย
นอกจากนี้ ตนยังได้ส่งเรื่องไปยังกรมสรรพากรเพื่อขอให้ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งทราบว่าได้มีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบแล้วโยนายสมพงษ์ ตัณฑพาทย์ รองอธิบดีกรมสรรพากร เป็นผู้รับผิดชอบสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว ขณะเดียวกันก็ได้รับคำตอบทางวาจาจาก เจ้าหน้าที่ระดับหัวหน้าสรรพากรพื้นที่กทม.24 .ยืนยันว่าการปฏิบัติหน้าที่มีความโปร่งใส
นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า มีเจ้าหน้าที่จำนวน2รายในสรรพากรพื้นที่กทม.24 กทม. ที่เกี่ยวข้อง คือ เจ้าหน้าที่ตรวจภาษีมูลค่าเพิ่ม(แวต) และคนปิดงบบัญชี ที่ระบุในหลักฐานและเชื่อได้ว่าให้การช่วยเหลือกลุ่มบริษัทดังกล่าว
ด้านเลขาธิการ ปปท กล่าวว่า จะรับเรื่องดังกล่าวไว้พิจารณาและจะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป







