
แบงก์เผยเอสเอ็มอียังร่อแร่
เศรษฐกิจฟื้นช้าหลายรายกลายเป็นหนี้เสียสอท.ชงอัตราภาษีใหม่ให้รัฐบาลเคาะ
เศรษฐกิจฟื้นช้าหลายรายกลายเป็นหนี้เสียสอท.ชงอัตราภาษีใหม่ให้รัฐบาลเคาะ
ไทยพาณิชย์เผยลูกค้าเอสเอ็มอียังเดี้ยง หลังแก้หนี้มาแล้ว 6 เดือน ส.อ.ท.ชงภาษีให้รัฐเคาะ
นายวิพล วรเสาหฤท ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่อาวุโส กลุ่มลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า หลังจากธนาคารช่วยเหลือลูกค้ากลุ่มเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ ด้วยการปรับโครงสร้างหนี้และยืดระยะเวลาชำระหนี้มาตั้งแต่ต้นปี หรือนานกว่า 6 เดือน ปรากฏว่ามีเอสเอ็มอีบางส่วนที่ยังไม่แข็งแรงต้องให้ความช่วยเหลือต่อไป ขณะที่บางรายช่วยไม่ไหวกลายเป็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล)
อย่างไรก็ตาม ลูกค้าเอสเอ็มอีที่ใช้เวลาปรับโครงสร้างหนี้นานส่วนใหญ่เป็นธุรกิจสายป่านสั้น จึงออกอาการก่อน ขณะที่เอสเอ็มอีหลายรายที่สายป่านยาวเพิ่งมาออกอาการช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา เพราะเศรษฐกิจฟื้นตัวช้าแม้ว่าการเมืองเริ่มนิ่งก็ตาม โดยกลุ่มที่อ่อนแอมีทุกประเภทธุรกิจ แต่มากที่สุด คือ ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์และการเกษตร โดยเฉพาะข้าวและยางพาราที่มีปัญหาราคาตกต่ำ
“เอสเอ็มอีที่สายป่านไม่ยาวและไม่ได้เป็นซัพพลายเชนจากบริษัทใหญ่จะเหนื่อยหน่อย ซึ่งเราก็ดูแลกันไป โดยหากเอสเอ็มอีรายไหนที่ผ่านปีนี้ไปได้ถือว่าแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันดี ปีหน้าก็จะสบาย” นายวิพล กล่าว
นายวิพล กล่าวอีกว่า ปีหน้าธนาคารจะกลับมารุกสินเชื่อธุรกิจเอสเอ็มอีอีกครั้ง โดยมีเป้าหมายให้สินเชื่อเอสเอ็มอีขยายตัวในอัตรา 2 หลัก จากปีนี้ที่คาดว่าจะไม่เติบโตตามเศรษฐกิจที่ชะลอตัว แต่ปีหน้ามีหลายปัจจัยบวกที่จะหนุนให้ภาวะเศรษฐกิจไทยดีขึ้น และธุรกิจหลายประเภทฟื้นตัว อาทิ ภาคก่อสร้างที่ได้อานิสงส์จากโครงการลงทุนภาครัฐ ภาคการท่องเที่ยว และกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารที่ยังเติบโตได้ดี
นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท.ได้หารือกับกระทรวงการคลังถึงการเสียภาษีของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี โดยเตรียมจะเสนอแนวทางการเสียภาษีของเอสเอ็มอีต่อที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
ทั้งนี้ ได้แบ่งเอสเอ็มอีออกเป็น 3 ระดับ ตามรายได้และผลกำไร คือ 1.เอสเอ็มอีที่มีรายได้ปีละ 50 ล้านบาท และมีกำไรปีละ 5 ล้านบาท เสียภาษี 5% 2.เอสเอ็มอีที่มีรายได้ปีละ 100 ล้านบาทขึ้นไป และมีกำไรปีละ 10 ล้านบาท เสียภาษี 10% และ 3.เอสเอ็มอีที่มีรายได้ 200 ล้านบาท และมีกำไรปีละ 15 ล้านบาทขึ้นไป เสียภาษี 15% และตามข้อเสนอนี้จะไม่มีการบังคับเอาผิดกับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เลี่ยงภาษีมาก่อนหน้านี้







