สนช.คาดลงมติคดีถอดถอนยิ่งลักษณ์ต้นปี58
สนช.คาดลงมติคดีถอดถอนยิ่งลักษณ์ต้นปี 58 ขณะที่ ทนายปูขอยื่นหลักฐาน 72 รายการ
สนช.คาดลงมติคดีถอดถอนยิ่งลักษณ์ต้นปี 58 ขณะที่ ทนายปูขอยื่นหลักฐาน 72 รายการ
นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช. )ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสนช. (วิปสนช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 พ.ย.วิปสนช.จะประชุมกำหนดแนวทางการประชุมถอดถอนคดีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานรัฐสภา และนายนิคม ไวยรัชพานิช อดีตประธานวุฒิสภา กับคดีถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สนช.จะประชุมกันในวันที่ 27 และ 28 พ.ย.นี้
นพ.เจตน์ กล่าวว่า วิปสนช.จะกำหนดกรอบเวลาการพิจารณาถอดถอนทั้งสองคดี ตลอดจนการพิจารณาพยานหลักฐานต่างๆที่ผู้ถูกกล่าวหาขอให้สนช.สอบเพิ่มเติม เท่าที่ประเมินการลงมติถอดถอนในทั้งสองคดีคงใช้เวลาไล่เลี่ยกัน ไม่ห่างกันมากนัก คาดว่า คดีของน.ส.ยิ่งลักษณ์น่าจะลงมติได้ในช่วงต้นเดือนม.ค.ปี 2558 คงไม่ทันภายในปีนี้ เนื่องจากเดือนธ.ค.มีวันหยุดมาก อีกทั้งสนช.ไม่สามารถประชุมต่อเนื่องได้ทุกวัน
ส่วนกรณีที่ทีมทนายความน.ส.ยิ่งลักษณ์ขอให้สนช.พิจารณาหลักฐานเอกสาร 72 รายการ ที่เคยยื่นให้ป.ป.ช.ไปแล้ว แต่ป.ป.ช.ไม่ยอมพิจารณาให้นั้น ถือว่าอยู่ในหลักเกณฑ์การขอเพิ่มพยานหลักฐานที่ป.ป.ช.ไม่ได้พิจารณาให้ ซึ่งสนช.ก็พร้อมจะพิจารณาหลักฐานเหล่านี้ให้ คงไม่ใช่การยื่นหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อยื้อเวลาแต่อย่างใด
นายพิชิต ชื่นบาน คณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย และที่ปรึกษากฎหมาย น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทีมทนายความน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ยื่นหนังสือถึงสนช.เมื่อวันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อขอให้สนช.นำหลักฐานเอกสารจำนวน 72 รายการ เข้าสู่กระบวนการพิจารณาถอดถอน เนื่องจากเป็นเอกสารที่แสดงให้เห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ได้ละเลย หรือเพิกเฉยในโครงการจำนำข้าว จนทำให้เกิดความเสียหาย อาทิ มติครม.เรื่องการสั่งการให้ติดตามและแก้ไขโครงการจำนำข้าว ภายหลังจากที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการจำนำข้าว ที่มีน.ส.สุภา ปิยะจิตติ เป็นประธาน ระบุว่า มีการขาดทุนโครงการจำนำข้าวนับแสนล้านบาท เอกสารการสั่งตั้งคณะกรรมการเพื่อตรวจสอบเรื่องการสวมสิทธิการจำนำข้าว เอกสารขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร( อตก.)และองค์การคลังสินค้า(อคส.)ที่ยืนยันว่า ไม่มีข้าวในโครงการสูญหายจากโกดัง
นายพิชิต กล่าวว่า เอกสารเหล่านี้เป็นเอกสารที่ทีมทนายความเคยยื่นต่อป.ป.ช.เพื่อแก้ข้อกล่าวหามาแล้ว ซึ่งป.ป.ช.ก็รับไว้ แต่กลับไม่นำมาพิจารณาเลย จึงไม่ใช่การยื่นหลักฐานใหม่ เพื่อจงใจยื้อเวลา แต่ต้องการขอความเป็นธรรม จากสนช.ให้ช่วยพิจารณาเอกสารเหล่านี้ที่ป.ป.ช.ไม่ยอมสอบให้ ซึ่งป.ป.ช.ไม่ยอมชี้แจงเหตุผลว่า เหตุใดจึงไม่พิจารณาหลักฐานเหล่านี้ให้ เพราะมัวแต่เร่งรีบจะไต่สวน
"หลักฐานทั้ง 72 รายการ เป็นการรวบเอกสารตั้งแต่เริ่มคิกออฟโครงการจำนำข้าว จนถึงการยุบสภา เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่า ไม่มีอาทิตย์ใดเลยที่น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่ทำงานเรื่องโครงการรับจำนำข้าว และในทุกสัปดาห์ของการบริหารราชการแผ่นดิน ได้มีการกำชับให้ครม. คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) อตก. อคส. และคณะกรรมการข้าวในระดับจังหวัด ทำงานอย่างโปร่งใส ไม่ได้เพิกเฉย หรือปล่อยปะละเลยให้เกิดความเสียหายตามข้อกล่าวหา เชื่อว่า หากสนช.ได้เห็นเอกสารทั้ง 72 รายการแล้ว จะให้ความเป็นธรรมแก่น.ส.ยิ่งลักษณ์ ส่วนพยานบุคคลนั้น ไม่ได้ขอให้สนช.สอบเพิ่มเติม เพราะข้อบังคับการประชุมสนช. ไม่อนุญาต เนื่องจากไม่ได้เป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวนของป.ป.ช."นายพิชิตกล่าว







