posttoday
อำนาจฟ้องของ ปปช.-อสส.

อำนาจฟ้องของ ปปช.-อสส.

24 พฤศจิกายน 2557

รัฐธรรมนูญเมื่อปี 2540 นับเป็นจุดเริ่มต้นการปฏิรูปโครงสร้างการปกครองของไทย โดยก่อเกิดองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญหลายองค์กร เพื่อถ่วงดุลอำนาจทางการเมือง

รัฐธรรมนูญเมื่อปี 2540 นับเป็นจุดเริ่มต้นการปฏิรูปโครงสร้างการปกครองของไทย โดยก่อเกิดองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญหลายองค์กร เพื่อถ่วงดุลอำนาจทางการเมือง

การมีอิสระนั้นหมายถึง การทำงานโดยใช้ความรู้ความสามารถ ใช้ความเห็นหรือดุลพินิจของตนเองได้อย่างเต็มความสามารถ ไม่ให้มีการใช้อำนาจไปแทรกแซงหรือก้าวก่ายได้ แต่มิได้หมายความว่า จะอิสระจนไม่สามารถตรวจสอบได้

ทั้ง ป.ป.ช.และอัยการสูงสุด (อสส.) ต่างก็เป็นองค์กรอิสระ ทำหน้าที่ภายในกรอบอำนาจของตัวเอง วันนี้มีประเด็นที่เห็นต่างกันในเรื่องอำนาจการฟ้องคดีทุจริตจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์
เป็นประเด็นที่สังคมอยากรู้ว่าจะยุติกันอย่างไร

ประเด็นนี้ไม่ยากที่จะเข้าใจ ลองเปิดกฎหมายดูก็จะพอเข้าใจได้ กฎหมายที่เกี่ยวข้องคือพระราชบัญญัติประกอบธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2542 มาตรา 10 และมาตรา 11 ซึ่งสรุปให้เข้าใจง่ายๆ ได้ดังนี้

ภายใน 14 วันนับแต่คณะกรรมการ ป.ป.ช.เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประธาน ป.ป.ช.ส่งเรื่องส่งความเห็นพร้อมสำนวนและพยานหลักฐานทั้งหมด ไปให้อัยการสูงสุดเพื่อให้พิจารณาฟ้องคดีต่อศาล

ภายใน 30 วันนับจากวันได้รับสำนวนจาก ป.ป.ช. ให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องคดี เว้นแต่อัยการสูงสุดมีความเห็นว่าเรื่องที่ส่งมานั้นมีข้อไม่สมบูรณ์ และได้แจ้งข้อไม่สมบูรณ์นั้นกลับไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช.

ภายใน 14 วัน นับจากวันที่ได้
รับแจ้งข้อไม่สมบูรณ์ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.และอัยการสูงสุดตั้งคณะทำงานร่วมฝ่ายละเท่าๆ กัน โดยให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทำหน้าที่เลขานุการ คณะทำงานร่วมมีอำนาจพิจารณาพยานหลักฐาน
ที่ไม่สมบูรณ์และรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ ส่งให้อัยการสูงสุดฟ้องคดี

ในกรณีที่คณะทำงานไม่อาจหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดีได้ภายในกำหนดเวลา 14 วัน นับแต่วันตั้งคณะทำงานร่วม ป.ป.ช.ก็มีอำนาจยื่นฟ้องคดีเองหรือ
แต่งตั้งทนายความให้ฟ้องคดีแทนได้
แต่ต้องฟ้องภายใน 14 วันนับแต่วันครบกำหนด

ถ้าดูตามตัวบทกฎหมายจะเห็นได้ว่ากฎหมายพยายามกำหนดกรอบเวลาในการดำเนินคดีอาญากับผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองไว้ ความคืบหน้าของคดีในปัจจุบันนี้อยู่ในช่วงการพิจารณาร่วมกันของคณะทำงานร่วม

กำหนดเวลา 14 วันที่กฎหมายบัญญัติไว้นั้นเพื่อเร่งรัดให้ดำเนินการด้วยความรวดเร็ว แต่ถ้าทำตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ไม่ได้ ก็ไม่ได้มีบทลงโทษหรือมีความผิดแต่อย่างใด

อำนาจหน้าที่ของคณะทำงานร่วม กฎหมายบัญญัติให้มีหน้าที่ “พิจารณาพยานหลักฐานที่ไม่สมบูรณ์ และรวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์ แล้วส่งให้อัยการสูงสุดเพื่อฟ้องคดีต่อไป”

คำว่า “พยานหลักฐานที่ไม่สมบูรณ์” ก็คงหมายถึงประเด็นตามที่อัยการสูงสุดตั้งมา ซึ่งเท่าที่ฟังความเห็นทางสำนักงานอัยการ ดูเหมือนจะเห็นไปในทางที่ว่า คณะทำงานร่วมต้องรวบรวมให้ได้พยานหลักฐานสมบูรณ์ตามความเห็นของอัยการสูงสุด

ประเด็นจึงอยู่ที่หลักฐานที่ไม่สมบูรณ์นั้น ป.ป.ช.ต้องถือเอาตามที่อัยการสูงสุดชี้มาเท่านั้น โดยไม่มีสิทธิที่จะเห็นต่างเลยหรือไม่

ถ้าตีความว่าจะให้สมบูรณ์ตามความเห็นของอัยการสูงสุด ก็เท่ากับว่า ป.ป.ช.อยู่ภายใต้อัยการสูงสุด  ความเห็นในเรื่องพยานหลักฐานสมบูรณ์หรือไม่ ซึ่งหากจะตีความเช่นนั้น  ป.ป.ช.ที่ถือกันว่าที่เป็นองค์กรอิสระก็ไม่อิสระจริง

ฉะนั้น หาก ป.ป.ช.เห็นว่าพยานหลักฐานในสำนวนสมบูรณ์แล้ว แต่อัยการสูงสุดเห็นว่ายังไม่สมบูรณ์ก็น่าจะถือได้ว่าไม่อาจหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดีได้ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้แล้ว

ถ้ากฎหมายต้องการให้ ป.ป.ช.ต้องทำตามความเห็นของอัยการสูงสุดเท่านั้น ก็น่าจะเขียนให้ชัดเจนได้เลยและต้องไม่ให้สิทธิ ป.ป.ช.ในการฟ้องคดีเอง การที่กฎหมายบัญญัติให้ ป.ป.ช.มีสิทธิฟ้องคดีเอง แสดงว่ากฎหมายต้องสร้างกลไกให้มีการดุลคานอำนาจซึ่งกันและกัน

อำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช.นั้น แม้จะทำหน้าที่เหมือนพนักงานสอบสวน แต่จะแตกต่างจากตำรวจ เพราะตำรวจไม่มีอำนาจฟ้องคดีเอง

การฟ้องคดีเองของ ป.ป.ช.อยู่ในเงื่อนไขเดียว คือ คณะทำงานร่วมหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดีไม่ได้ ประเด็นจึงอยู่ที่ว่าวันนี้คณะทำงานร่วมไม่อาจหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดีหรือยัง การที่ ป.ป.ช.ยืนยันว่าสำนวนคดีสมบูรณ์และอัยการสูงสุดเห็นว่ายังไม่สมบูรณ์ จะถือว่าไม่อาจหาข้อยุติเกี่ยวกับการฟ้องคดีได้แล้วหรือไม่

คดีสมบูรณ์หรือไม่เป็นความเห็น ความเห็นของอัยการจึงเป็นเพียงความเห็นหนึ่งเท่านั้น ถ้าเรายังจำกันได้คดีหมอฆ่าหมอ อัยการก็สั่งไม่ฟ้องเพราะเห็นว่าพยานหลักฐานยังอ่อนหรือไม่สมบูรณ์
จนผู้เสียหายจับมือกับตำรวจฟ้องคดีเอง แล้วในที่สุดศาลฎีกาพิพากษาลงโทษตามที่ผู้เสียหายฟ้อง อัยการท่านก็เสียรังวัด
ไปเยอะ

ต้องยอมรับว่า โดยพื้นฐานแล้ว อัยการท่านเชี่ยวชาญคดีอาญา เพราะอัยการทุกท่านผ่านคดีอาญามามากมาย แต่คดีนี้ ป.ป.ช.ซึ่งก็มีผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลาย รวมถึงมีผู้พิพากษาที่มีประสบการณ์ในการพิจารณาคดีมาอย่างช่ำชองด้วย และคดีนี้ ป.ป.ช.มีมติเป็นเอกฉันท์ ให้ฟ้องตามพยานหลักฐานที่รวบรวมได้ ความสามารถจึงไม่ได้แตกต่างกัน 

วันนี้ ลูกบอลอยู่ที่อัยการสูงสุด ท่านมีสิทธิจะเล่นเอง หรือปล่อยให้ลูกบอลกลับไปที่ ป.ป.ช. และถ้า ป.ป.ช.ยิงลูกเข้าประตูได้ อัยการสูงสุดจะเอาหน้าที่เหลือน้อยเต็มทีแล้วไปไว้ที่ไหน

โอกาสนี้อยู่ในมือท่านแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์