posttoday
ยิ่งจับยิ่งเสื่อม

ยิ่งจับยิ่งเสื่อม

24 พฤศจิกายน 2557

จุดติดจนเริ่มก่อตัวกลายเป็นกระแสสร้างแรงกระเพื่อมเล็กๆ อยู่เวลานี้

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

จุดติดจนเริ่มก่อตัวกลายเป็นกระแสสร้างแรงกระเพื่อมเล็กๆ อยู่เวลานี้ 

สำหรับหลากหลายลีลาป่วนกวนใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ล่าสุดกับการชูสามนิ้วเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์ต้านรัฐประหาร 

ก้าวย่างนับจากนี้ของรัฐบาล คสช. จึงเต็มไปด้วยความสุ่มเสี่ยง กับการหาทางสกัดการเคลื่อนไหวเพื่อไม่ให้ลุกลามขยายวงไปมากกว่านี้ 

เพราะหากพลาดพลั้งเลือกทางเดินผิด แทนที่จะปลดชนวนเคลื่อนไหว อาจกลายเป็นการเติมเชื้อกระตุ้นให้การเคลื่อนไหวลุกลามบานปลายและรุนแรงมากขึ้น

ยิ่งหากแข็งขืนดึงดันจะใช้แต่ “ไม้แข็ง” มุ่งปราบปรามเป็นหลัก ยิ่งสุ่มเสี่ยงจะเกิดกระแสตีกลับได้ง่ายยิ่งในสภาพการณ์ปัจจุบัน ​

ที่ผ่านมากลุ่มป่วนต้านรัฐประหารทำท่าจะอ่อนแรงลงไปหลัง คสช. งัดมาตรการสกัดกั้นรีบ “ตัดตอน” ป้องกันเกิดกระแสเลียนแบบ  ทำให้ กลุ่มนักศึกษาที่เคยเคลื่อนไหวกินแซนด์วิช อ่านหนังสือ 1984  ตามสถานที่ต่างๆ ถูกควบคุมตัวไปปรับทัศนคติ

กระทั่งล่าสุด พล.อ.ประยุทธ์ ถูกลูบคมกลางงานสู้ภัยแล้งหน้าศาลากลางขอนแก่น  เมื่อนักศึกษากลุ่มดาวดิน สวมเสื้อยืดสกรีนคำว่า ไม่-เอา-รัฐ-ประ-หาร พร้อมชูสามนิ้ว

แถมเช้ามืดก่อนหน้านั้นยังมีมือดีเอาใบปลิว “อีสานไม่ต้อนรับเผด็จการ !!!” ไปโปรยไว้ตามทาง ต้อนรับการลงพื้นที่อีสานครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์

 หลังเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวนักศึกษาทั้ง 5 คน  เกิดแรงกระเพื่อมเพิ่มเติม เมื่อกลุ่มนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกมารวมตัวจัดกิจกรรม “ปิคนิคอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ชิมไป บ่นไป” เพื่อให้กำลังใจแก่เพื่อนนักศึกษาที่ถูกควบคุมตัว แต่สุดท้ายกลุ่มนักศึกษาที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยก็ถูกควบคุมตัวไปลงบันทึกประจำวันเช่นกัน

กระแสต่อต้านรัฐประหารเริ่มขยายวงรุนแรงมากขึ้น โดยได้แรงหนุนทางอ้อมจากภาพยนตร์  “เดอะ ฮังเกอร์ เกมส์” ต้นตอของสัญลักษณ์ชูสามนิ้ว ที่กำลังเข้าฉายอยู่ในเวลานี้

ปรากฏการณ์ตั้งเค้ารุนแรงจนถึงขั้นโรงภาพยนตร์ในเครือเอเพ็กซ์ ต้องงดฉายภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวหลังมีกระแสข่าวว่านักศึกษากลุ่มหนึ่งจะมาใช้พื้นที่โรงหนังจัดกิจกรรมต้านรัฐประหาร

สุดท้ายจึงเหลือเพียงแค่การชูสามนิ้วต้านรัฐประหารโรงหนังข้างเคียงเพียงไม่กี่ราย ปรากฏเป็นภาพถ่ายกระจายอยู่ในสังคมออนไลน์   

ต้องยอมรับว่าสาเหตุสำคัญที่ทำให้กระแสต้านรัฐประหารกลับมาปะทุรุนแรงอีกครั้ง มาจากการปิดหู ปิดตา ปิดปาก การเคลื่อนไหวของภาคประชาชน ภาควิชาการ ในหลายเวทีสะสมต่อเนื่องมานาน

ทั้งกิจกรรม “ห้องเรียนประชาธิปไตย : บทที่  2 การล่มสลายของเผด็จการในต่างประเทศ”   ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต มี​ ศ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ เป็นวิทยากร  ต่อเนื่องด้วย  เสวนาเรื่อง “ความสุขและความปรองดองภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญชั่วคราว พ.ศ. 2557”  ไปจนถึง เสวนาเรื่องปี๊บ ที่มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 แต่ที่ดูจะเป็นปัญหาเป็นพิเศษคืองานเสวนา “ผืนดินเราที่ดินใคร ปิดประตูการปฏิรูป”  หรือ การเคลื่อนไหวของกลุ่ม  “ขาหุ้นปฏิรูปพลังงาน”  มาจนถึง “จากแม่วงก์ถึง คชก….ใครลักไก่ EHIA?” ซึ่งหัวข้อเหล่านี้ล้วนแต่สอดรับกับกระบวนการปฏิรูป ที่ทาง คสช.กำลังปลุกปั้น

ทุกอย่างจึงดูกลับตาลปัตร สวนทางกับการปฏิรูปที่ด้านหนึ่งพยายามทำเหมือนต้องการลงไปรับฟังความคิดเห็นจากในพื้นที่ แต่อีกด้านหนึ่งกลับปฏิเสธที่จะให้ในพื้นที่จัดกิจกรรมรับฟังความเห็น

ลำพังจะอ้างเพียงแต่เพื่อป้องกันกลุ่มการเมืองฉวยโอกาสเคลื่อนไหวทางการเมือง แล้วต้องปิดกั้นไม่ให้กลุ่มอื่นๆ เคลื่อนไหว จึงไม่เป็นเหตุผลที่ถูกต้อง

ยิ่งกับการเคลื่อนไหวที่เป็นสัมมนาวิชาการ หรือเคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาปากท้อง สภาพความเป็นอยู่ หรือแม้แต่ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการออกคำสั่ง คสช. 

การเลือกใช้แต่ไม้แข็งงัดมาตรการปิดหู ปิดตา ปิดปาก  ไปจนถึงการควบคุมตัว นักวิชาการ ชาวบ้าน เครือข่ายประชาชน ไปปรับทัศนคติกันหลายราย จึงยิ่งบ่มเพาะความไม่พอใจสะสมไว้จนถึงขั้นปะทุออกมาเป็นกระแสต่อต้านในรูปแบบเท่าที่ทำได้

โดยเฉพาะการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ ชูสามนิ้ว ที่จากนี้คงจะขยายวงกว้างและย้อนกลับมาเป็นแรงเสียดทาน คสช.มากยิ่งขึ้น เพราะถือเป็นการแสดงออกทางเดียวที่พอจะทำได้  แถมยังเห็นผลได้ทันใจ และถูกขยายต่อได้อย่างรวดเร็วทั้งในและนอกประเทศ

แม้แต่ ​อมรา พงศาพิชญ์ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ออกโรงยืนยันว่าการชูสามนิ้วเป็นสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกที่ทำได้  แต่หากรัฐบาล คสช. จะมองว่าเป็นการขัดกฎอัยการศึกก็ต้องอธิบายให้ได้

ทางออกที่ถูกต้องจึงอาจไม่ใช่อยู่ที่การไล่จับคนชูสามนิ้ว แต่ต้องมองไปถึงต้นเหตุที่แท้จริงอย่างการปิดกั้นการเคลื่อนไหว หรือการแสดงออก

จะเห็นว่าขณะนี้เริ่มมีการล่ารายชื่อกระแสเรียกร้องยกเลิกกฎอัยการศึก  สวนทางกับท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ยังยืนยันความจำเป็นของกฎอัยการศึก  “จากนี้สื่อไม่ต้องมาถามเรื่องกฎหมายพิเศษอีก ถามว่ากฎอัยการศึกไม่มีได้ไหม ก็แล้วถ้ามีใครเดือดร้อน วันนี้อนาคตของชาติต้องมาก่อน”

การกระชับอำนาจคิดแต่จะใช้ไม้แข็งสกัดการเคลื่อนไหวของมวลชนเพียงอย่างเดียวย่อมไม่เป็นผลดีกับ คสช.  และสุ่มเสี่ยงที่จะสร้างปัญหามากกว่าเดิม

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69