posttoday
บรูไน ยุคก้าวสู่ประชาคมอาเซียน 2

บรูไน ยุคก้าวสู่ประชาคมอาเซียน 2

24 พฤศจิกายน 2557

“บรูไน ยุคก้าวสู่ประชาคมอาเซียน” ตอนแรกที่ตีพิมพ์ไปเมื่อ 10 พ.ย. ผู้เขียนได้กล่าวถึงความพิเศษของบรูไน ประเทศที่ได้สมญานามว่า “ไข่มุกแห่งเอเชีย” เช่น ผลผลิตมวลรวมประชาชาติต่อหัวต่อปีสูงเป็นอันดับ 5 หรือเมื่อปี 2011 ที่ผ่านมา องค์กรไอเอ็มเอฟได้จัดบรูไนเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะเป็นศูนย์ และในตอนก่อน ผู้เขียนได้กล่าวถึงบรูไนในด้านมิติทางการเมืองกันไปแล้ว สัปดาห์นี้จะไปดูบรูไนในมิติทางด้านเศรษฐกิจกันบ้าง

“บรูไน ยุคก้าวสู่ประชาคมอาเซียน” ตอนแรกที่ตีพิมพ์ไปเมื่อ 10 พ.ย. ผู้เขียนได้กล่าวถึงความพิเศษของบรูไน ประเทศที่ได้สมญานามว่า “ไข่มุกแห่งเอเชีย” เช่น ผลผลิตมวลรวมประชาชาติต่อหัวต่อปีสูงเป็นอันดับ 5 หรือเมื่อปี 2011 ที่ผ่านมา องค์กรไอเอ็มเอฟได้จัดบรูไนเป็นประเทศที่มีหนี้สาธารณะเป็นศูนย์ และในตอนก่อน ผู้เขียนได้กล่าวถึงบรูไนในด้านมิติทางการเมืองกันไปแล้ว สัปดาห์นี้จะไปดูบรูไนในมิติทางด้านเศรษฐกิจกันบ้าง

ในมิติทางด้านเศรษฐกิจ บรูไนจัดเป็นประเทศที่ร่ำรวยมากที่สุดประเทศหนึ่งในโลก เนื่องจากมีแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติเป็นของตนเอง โดยมีการค้นพบและพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1965 ก่อนที่จะได้รับเอกราชจากอังกฤษเสียอีก นอกจากนั้น รัฐบาลของประเทศบรูไนได้ผลักดันความเจริญทางเศรษฐกิจของประเทศผ่านทาง “แผนพัฒนาแห่งชาติ” ซึ่งมีมาหลายฉบับแล้วจนถึงปัจจุบัน โดยฉบับแรกเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1953 ในรัชสมัยขององค์สุลต่านที่ 28 ของบรูไน ที่มีชื่อว่า สุลต่านโอมาร์ อาจิ ไซฟุดดิน

ผู้เขียนได้มีโอกาสนั่งสนทนากับรัฐมนตรีวัฒนธรรม เยาวชนและกีฬาของบรูไนเมื่อไม่นานมานี้เอง และพบว่ารัฐบาลของบรูไนขณะนี้กำลังมีการเตรียมตัวเพื่อเตรียมความพร้อมในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างขะมักเขม้น และสิ่งที่สำคัญมากที่สุด ได้แก่ การที่รัฐบาลบรูไนให้ความสำคัญกับการศึกษาและการพัฒนาคน
มากเป็นอันดับ 1 ที่น่าทึ่ง ได้แก่ การที่ประชากรบรูไนได้รับการปลูกฝังให้เรียนภาษาอังกฤษ ทั้งฟัง พูด อ่าน และเขียน ตั้งแต่ระดับอนุบาล รวมทั้งปลูกผังให้ประชากรของเขาเปิดกว้างรับความเจริญจากภายนอก ชาวบรูไนจึงไม่มีปัญหาในด้านการสื่อสารภาษาอังกฤษ จากข้อมูลที่ได้จากการสนทนา พบว่าบรรดาผู้มีอันจะกิน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีเชื้อสายขององค์สุลต่าน มักจะส่งลูกหลานไปศึกษาต่อระดับสูงที่ประเทศอังกฤษ หรือไม่ก็ประเทศออสเตรเลีย

นอกจากการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์แล้ว ปัจจุบันบรูไนยังได้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญภายในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งทางบก ระบบรักษาความปลอดภัย สถานที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ แหล่งช็อปปิ้ง และโรงแรมหรูระดับ 7 ดาวที่เป็นศูนย์รวมของสิ่งอำนวยความสะดวกแทบจะครบเครื่องตามที่นักท่องเที่ยวต้องการไว้บริการอย่างพร้อมสรรพ

ปัจจุบันบรูไนพยายามเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจของประเทศที่พึ่งพาน้ำมันเป็นหลักไปสู่โครงสร้างเศรษฐกิจที่มีความหลากหลายมากขึ้น โดยรัฐบาลได้ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมมีบทบาท รวมถึงการส่งเสริมการลงทุนกับต่างชาติให้มากยิ่งขึ้นผ่านทางการเปิดเสรีด้านการค้า รวมถึงการสร้างบรรยากาศที่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนจากต่างชาติอีกด้วย

ถึงแม้ว่าประเทศบรูไนจะเป็นประเทศที่มีรายได้ประชาชาติสูงเป็นอันดับ 2 ของอาเซียน และเป็นอันดับที่ 26 ของโลก รวมทั้งมีกำลังซื้อที่ค่อนข้างสูง แต่บรูไนก็ยังมีข้อจำกัดที่ยังต้องการการปรับปรุงและการพัฒนาอยู่อีกหลายข้อ เช่น การที่เป็นประเทศที่มีขนาดตลาดที่ค่อนข้างเล็ก ประชากรเพียงแค่ 4 แสนคนเศษๆ ขั้นตอนกระบวนการสั่งซื้อและขนส่งสินค้ายังไม่คล่องตัว และกฎเกณฑ์การนำเข้าสินค้าทุกชนิดที่เคร่งครัด ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการนำเข้า โดยเฉพาะสินค้าประเภทอาหาร ซึ่งจะต้องมีตราสัญลักษณ์ฮาลาลติดไว้อย่างเปิดเผย

นอกจากนั้นแล้ว บรูไนยังขาดแคลนช่างฝีมือแรงงานเป็นอย่างมากจำเป็นต้องพึ่งพาแรงงานจากประเทศอื่นๆ รวมทั้งความไม่กระตือรือร้นของข้าราชการและกฎระเบียบต่างๆ อีกมากมายที่เป็นตัวอุปสรรคขัดขวางการลงทุน อีกประการสำคัญที่ถือว่าเป็นขวากหนามสำคัญต่อนักลงทุนไทย หรือนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้าไปลงทุนในบรูไน ได้แก่ การที่ธุรกิจส่วนใหญ่ถูกครอบครองโดยชาวจีน มาเลเซีย และสิงคโปร์  ที่มีเส้นสายและความสัมพันธ์อย่างเหนียวแน่นกับผู้มีอำนาจระดับสูงจนยากที่นักลงทุนต่างชาติจะเจาะเข้าไปได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท