posttoday
คสช.ตีโจทย์ผิด ระวังพัง

คสช.ตีโจทย์ผิด ระวังพัง

24 พฤศจิกายน 2557

ไม่เข้าใจว่าทำไมคนในรัฐบาล คสช.ถึงหมกมุ่นกับขบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านตัวเองเสียเหลือเกิน

ไม่เข้าใจว่าทำไมคนในรัฐบาล คสช.ถึงหมกมุ่นกับขบวนการเคลื่อนไหวต่อต้านตัวเองเสียเหลือเกิน ทั้งที่ตั้งแต่รัฐประหาร 22 พ.ค.เป็นต้นมา ก็ยังไม่ได้มีขบวนการเคลื่อนไหวอะไรที่น่าเป็นห่วง หรือจะกระเทือนบัลลังก์ ฯพณฯ แม้แต่น้อย ที่ดูจะเป็นเรื่องเป็นราวหน่อยก็ที่ตั้งเป็นองค์กร แต่ก็อยู่ไกลถึงเมืองนอก แถมกิจกรรมยังขาดๆ หายๆ ไม่ต่อเนื่อง แต่ก็ถือว่าคอนโทรลได้อยู่

เพราะฝ่ายที่เสียอำนาจจากการที่ คสช.เข้ามายึดอำนาจเอง ก็ดูจะอยู่ในกรอบในเกณฑ์ดี มีก็แต่คนใน คสช.ที่ชอบมาพูดให้คนมโนว่ายังมีคลื่นใต้น้ำอยู่ เป็นสาเหตุที่ต้องคงกฎอัยการศึกไว้แบบอันลิมิต

ถามว่าคลื่นใต้น้ำมีหรือไม่ อันนี้ไม่รู้ แต่ฝ่ายต่อต้านที่เห็นๆ เต็มที่ก็รวมตัวกันแสดงสัญลักษณ์ไม่เห็นด้วยเท่านั้น วันก่อนนักศึกษาจะชวนกันไปดูหนัง-ชูสามนิ้ว ก็กลับกลายเป็นผิดกฎอัยการศึกไปซะอีก ยังไม่นับรวมกับบทบาทสื่อที่ถูกท่านนายกฯ เอ็ดไปหลายรอบ

คนจะมาประท้วงเรื่องพลังงาน เรื่องการปฏิรูปที่ดิน หรือกลุ่มต้านการสร้างเขื่อนแม่วงก์ ซึ่งเป็นปัญหาที่เขาเหล่านั้นเคลื่อนไหวมาก่อนที่จะมี คสช.เสียอีก และไม่เกี่ยวอะไรกับประเด็นการเมืองเลย ก็ยังไปห้ามเขาเคลื่อนไหว ซึ่งบรรยากาศแบบนี้ ต้องบอกว่าอยู่ในสภาวะอึดอัดมาก ถามว่าแล้วจะไปปรองดองกันยังไง และใครเขาจะมาปรองดองด้วย

ฝากไว้ตรงนี้ว่า เป็นใหญ่เป็นโตต้องใจกว้าง เลือกที่จะมาอยู่ตรงนี้ก็ควรเปิดใจรับฟัง (บ้าง)

ที่วงเล็บคำว่า “บ้าง” ไว้ ก็เพราะไม่ได้คาดหวังว่าจะรับฟังทั้งหมด แค่อยากให้ท่านหัดเปิดใจ และกลั่นกรองข้อมูลด้วย มิใช่คนรอบตัวกรอกหูแบบไหน ก็เออออห่อหมกตามนั้น ระวังจะเดือดร้อนเพราะพวกพ้องน้องพี่ทั้งหลาย เดี๋ยวจะหาว่าสูไม่เตือน และไม่ใช่ใครออกมาติติงเสนอแนะอะไรกลายเป็นฝ่ายต่อต้านไปหมด เอะอะเรียกไปปรับทัศนคติอยู่เรื่อย ก็เท่ากับพูดอะไรไม่ได้เลย ถ้าอยากให้เป็นอย่างนั้นก็พูดออกมาให้ชัด

ที่ว่ามาทั้งหมด อยากจะชี้ให้เห็นว่า ทุกวันนี้ดูเหมือน คสช.ยังตีโจทย์ผิด คิดว่าหากไม่มีใครออกมาป่วนระหว่างโรดแม็ปของ คสช.แล้ว รัฐบาลและองคาพยพก็อยู่ได้ทำงานสบาย หารู้ไม่ว่าทุกวันนี้คนไทยไม่ได้สนใจหรอกว่า ใครจะออกมาต่อต้านมาเย้วๆ ตามท้องถนน หรือเปิดห้องตั้งวงด่า คสช. เพราะวกไปเวียนมาก็มีอยู่ไม่กี่กลุ่ม หน้าเดิมๆ ซ้ำๆ พูดง่ายๆ คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีใครให้น้ำหนักกับเรื่องการเมืองแล้ว เรื่องที่คนเขาสนใจจริงๆ ก็คือปัญหาปากท้อง ที่เป็นเรื่องใกล้ตัวมากกว่า

สู้เอาเวลาที่ไปสนใจกับเด็กนักศึกษาไม่กี่คน มาใส่ใจเรื่องแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่อยู่ในภาวะซบเซา สินค้าราคาแพง หนี้ครัวเรือนพุ่งกระฉูด ค่าครองชีพสูงปรี๊ด ข้าวแกง-ก๋วยเตี๋ยว-อาหารตามสั่ง ราคาเริ่มต้นไปไกลแบบไร้การควบคุม ทั้งๆ ที่ราคาพลังงานเชื้อเพลิงโดยรวมลดลงอย่างมาก เรื่องแบบนี้ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลต้องมีข้อมูลอยู่แล้ว หรือหากไม่มีก็แนะนำให้ถอดสูทไปเดินเล่นตลาดกันบ้าง จะได้เห็นของจริงว่า สภาพชีวิตจริงชาวบ้านเขาเป็นอย่างไร มีความสุขกันจริงหรือเปล่า

ขยับไปไกลตัวชาวบ้านหน่อยก็ตัวเลขอัตราประมาณการจีดีพีไตรมาส 3 ของปีนี้ ขยายตัวขึ้นมา 0.6% คาดการณ์ทั้งปีจีดีพีคงโตไม่พ้น 1% แม้ส่วนตัวจะเชื่อมาตลอดว่าตัวเลขทางเศรษฐกิจ ทั้งจีดีพี หรือราคาหุ้นอะไรต่างๆ เป็นของลวงตา แต่ตัวเลขจีดีพีหนนี้ค่อนข้างสะท้อนถึงสภาพความเป็นจริงทางด้านเศรษฐกิจตอนนี้ได้เป็นอย่างดี เหตุเพราะส่งออก-ท่องเที่ยว ที่เคยเป็นพระเอก-นางเอกในท้องเรื่องเศรษฐกิจไทย ปีนี้เลิกหวังปาฏิหาริย์ไปได้เลย ประชาชนเดือดร้อน เศรษฐกิจซบเซา คือปัญหาใหญ่กว่าเรื่องความมั่นคงของรัฐบาล

เมื่อทิศทางการแก้ไขปัญหาเรื่องเศรษฐกิจยังไม่กระเตื้อง ก็คงโทษใครไม่ได้นอกเหนือจากทีมเศรษฐกิจ “หม่อมอุ๋ย-รัฐมนตรีสมหมาย” ซึ่งมีเครื่องหมายคำถามแปะติดที่หัวมาตลอดว่าความสามารถถึงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งคู่เคยพิสูจน์ฝีมือมาแล้วเมื่อครั้งรัฐบาล คมช.

คนหนึ่งสละเรือลาออกไปกลางคัน ส่วนอีกคนเจออุบัติเหตุส่วนตัวต้องพ้นตำแหน่งไปก่อนหมดสมัยรัฐบาล

เกือบ 3 เดือนที่ผ่านมาต้องบอกว่าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลนี้ยังไม่ได้โชว์ฟอร์มให้สมราคาคุยเลย จะมีก็แต่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยสั่งการให้หน่วยงานราชการเร่งการเบิกจ่ายงบประมาณให้เข้าสู่ระบบ หวังว่าจะให้มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เป็นมาตรการระยะสั้นที่ต้องการสร้างความคึกคักให้แก่เศรษฐกิจในประเทศ

ลืมไปว่ามาตรการแบบนี้กว่าจะเห็นมรรคเห็นผลก็อย่างน้อยต้นปีหน้า ขณะที่ชาวบ้านจะตายมิตายแหล่อยู่วันสองวันนี้แล้ว ส่วน “ประยุทธ์นิยม” แจกเงินชาวนาไร่ละพันบาท เงินก็ค้างท่อแบบไม่ทราบสาเหตุ ทำให้การจ่ายเงินล่าช้า

ผมเคยบอกไว้ตั้งแต่ ต.ค. ปีที่แล้ว ตั้งแต่ม็อบ กปปส.ยังไม่ตั้งไข่ด้วยซ้ำว่า “ประเทศไทยนี้แทบสิ้นหวังแล้ว นับตั้งแต่เริ่มเปลี่ยนแปลงการปกครองจนถึงปัจจุบัน เนื่องมาจากวงจรของข้าราชการที่ฝังรากลึก สร้างวิกฤตให้เกิดแก่บ้านเมือง มาจนถึงทุกวันนี้ และคงเป็นเช่นนี้ต่อไป”

ภาวการณ์ในตอนนี้ก็เช่นกัน โดยเฉพาะเรื่องการเลือกใช้คน คสช. ที่พูดจนปากเปียกปากแฉะก็ไม่สนใจ ไม่ใช่เฉพาะผม หลายฝ่ายก็พูดในทำนองเดียวกัน แต่ คสช.ก็ยังใช้บริการคนหน้าเดิมคนหน้าเก่า ที่มีส่วนในการสร้างวิกฤตชาติมาโดยตลอด แล้วจะมีปัญญามาแก้ไขปัญหาอะไรให้กับประเทศ สะท้อนให้เห็นชัดเจนจากผลงานด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลในตอนนี้

การเลือกคนของ คสช.ก็เหมือนการเลือกคนขับรถ เห็นๆ อยู่ว่าข้างหน้ารถติดก็ยังตะบี้ตะบันขับเข้าไป เห็นๆ อยู่ว่าคนขับไม่ได้เรื่อง ไม่รู้เส้นทางอื่น ก็ยังเลือกให้มาขับรถ ตะบี้ตะบันขับจนเจอทางวิบาก
อีกหน่อยคงพากันลงเหวทั้งคณะ!!!

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย