posttoday
ปลัดสาธารณสุข ปลุกขรก.ต้านการเมืองแทรก ไม่คิดดึงเงินมาไว้ที่กระทรวง

ปลัดสาธารณสุข ปลุกขรก.ต้านการเมืองแทรก ไม่คิดดึงเงินมาไว้ที่กระทรวง

23 พฤศจิกายน 2557

“ถ้าถามว่าผมปลุกระดมข้าราชการใช่ไหม ผมก็ยอมรับว่าปลุก เพื่อให้ข้าราชการแสดงตนเป็นข้าราชการ ไม่ให้การเมืองเข้ามาครอบงำ”

โดย...ทีมข่าวการเมืองโพสต์ทูเดย์

“ถ้าถามว่าผมปลุกระดมข้าราชการใช่ไหม ผมก็ยอมรับว่าปลุก เพื่อให้ข้าราชการแสดงตนเป็นข้าราชการ ไม่ให้การเมืองเข้ามาครอบงำ” เป็นคำสรุปรวบยอดต่อจุดยืนของปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ ซึ่งได้เปิดใจตอบทุกคำถามเกี่ยวกับข้อสงสัยในหลายๆ ประเด็นที่กำลังตกอยู่ในความสนใจของแวดวงสาธารณสุข

หัวหน้าส่วนราชการกระทรวงรายนี้โดดเด่นตั้งแต่ได้ประกาศตัวร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับมวลชนกลุ่ม กปปส. ขับไล่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กระทั่งได้รับนกหวีดทองคำจากกำนันสุเทพ เทือกสุบรรณ เชิดชูความหาญกล้า

กระทั่งรัฐบาลเพื่อไทยถูกยึดอำนาจเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลทหาร ระยะแรกๆ ปลัดณรงค์อยู่ในแคนดิเดตรัฐมนตรีสาธารณสุข แต่แล้วก็ไม่ได้เป็นไปตามคาดการณ์

ในทางตรงกันข้าม เมื่อได้ “สองหมอ” รัฐมนตรีใหม่มาคุมกระทรวงสาธารณสุข กลายเป็นว่า นพ.ณรงค์ ดูจะเล่นดนตรีคนละคีย์กับฝ่ายการเมือง ขณะเดียวกันก็เดินหน้าผลักดันนโยบายของตัวเอง ไม่ว่า “เขตสุขภาพ” ที่มีเสียงค้านอยู่บ้าง การเดินหน้าปฏิรูประบบการเงินการคลังที่เปิดหน้าชนกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ผู้รับผิดชอบโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค หรือบัตรทองมาหลายยก

กระทั่งบัดนี้ทั้งสองหน่วยงานก็ยังไม่สามารถตกลงกันได้เรื่องการบริหารงบประมาณบัตรทอง

คนในแวดวงหมอเริ่มเห็นภาพปรากฏชัดขึ้นเรื่อยๆ ว่าบนความไม่ลงรอยต่างก็มีขุมกำลังหนุนหลัง ฟากปลัดมี “ประชาคมสาธารณสุข” รายล้อม ขณะที่รัฐมนตรีทั้งสองมีองค์กรตระกูล ส. และชมรมแพทย์ชนบท ฯลฯ คอยหนุนหลัง

ทั้งหมดนี้เป็นทั้งข้อสังเกต ข้อสงสัย กระทั่งอาจเป็นกระแสที่ยังไม่ได้รับคำยืนยัน “โพสต์ทูเดย์” จึงนำบทสัมภาษณ์พิเศษจากปากปลัดกระทรวงนกหวีดทองคำ มาอธิบายข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา

“ผมไม่รู้จริงๆ เรื่องที่มีขบวนการต่อต้าน หรือมีอะไรอยู่เบื้องหลัง... (ยิ้ม) แต่สิ่งที่ผมจะทำ เป็นสิ่งที่ผมพูดมาตั้งแต่สอบเป็นปลัดเมื่อ 2 ปีที่แล้ว ทั้งสี่เรื่อง คือ 1.ปฏิรูประบบการเงินการคลัง 2.สร้างเขตสุขภาพ 3.สร้างระบบธรรมาภิบาล และ 4.จัดระบบกำลังคน แต่คุณอาจจะรู้อะไรทางลึกมากกว่าผม” หมอณรงค์ตอบคำถามถึงจุดมุ่งหมายในการทำงาน

ปลัด สธ.อธิบายการเกิดขึ้นของประชาคมสาธารณสุข ที่ถูกมองว่าเป็น “องครักษ์พิทักษ์ปลัด” ว่าเกิดขึ้นในช่วงที่กลุ่มคน สธ.ออกมาเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลชุดที่แล้วเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับการชุมนุมของ กปปส.พอดี และเมื่อมีคนมาถามกลับว่าในเมื่อหมอไม่เอารัฐบาลโกง แล้วหมอล่ะโกงไหม จึงถึงเวลาที่ต้องย้อนกลับมาถามตัวเอง

“เขาก็ถามว่าหมอโกงเวลาราชการไหม หมอมาตรวจคนไข้สายโกงไหม เอาเวลาหลวงไปทำงานโรงพยาบาลเอกชนโกงหรือไม่ เราก็เลยต้องคุยกันทั้งเรื่องระเบียบจัดซื้อ จริยธรรมในการรับของ หรือการจัดซื้อร่วม และกลไกตรวจสอบถ่วงดุล จนฟอร์มกันชัด 53 ชมรม ว่าจะทำอะไร แล้วมากำหนดนามธรรมให้เป็นรูปธรรม” นพ.ณรงค์ เล่าเบื้องหลัง

ปลัด สธ. บอกว่า หลังจากสร้างระบบกวาดบ้านตัวเองเรียบร้อย ก็ถึงเวลาสร้างความเข้มแข็งให้กับระบบข้าราชการ สธ. เพื่อไม่ให้นักการเมืองเข้ามาแทรกแซงได้อย่างในอดีต โดยอาศัยช่วงเวลาที่ไม่มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ปฏิรูปตัวเองให้เป็นต้นแบบของระบบราชการ

“เรากำลังพูดกันเรื่องความถูกต้อง เรากำลังบอกว่าถ้าแต่งตั้งโยกย้ายอย่างนี้ อีกหน่อยถ้าคุณมายุ่ง จะแต่งตั้งใครต้องวิ่งไปหาคนนี้ เราก็ไม่ยอม หรือถ้าผู้ใหญ่จะฝากคนนี้ให้เป็นนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นายแพทย์ สสจ.)

“เราก็จะบอกว่า ถ้าจะขึ้นเป็น สสจ. ต้องมีระบบแบบนี้ ไปเสียบเข้ามาข้างๆ ผมก็ไม่ยอม การเมืองจะมาวุ่นวายในอำนาจของข้าราชการไม่ได้ ถ้ารับไม่ได้ คุณก็เปลี่ยนปลัดเท่านั้นเอง ซึ่งก็เป็นอำนาจของรัฐมนตรีอยู่แล้ว

“คำถามคือจะปฏิรูประบบราชการหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็เห็นอยู่ว่ารัฐมนตรีครอบปลัดได้ ผมอาจจะต่างจากคนอื่น แต่สิ่งที่ผมเผชิญตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ผมถูกอัดตลอด ตอนนี้ก็ถึงเวลาคิดแล้วว่า ถ้าจะปกป้องข้าราชการกันเองควรทำอย่างไร

“ถ้าถามว่าผมปลุกระดมข้าราชการใช่ไหม ผมก็ยอมรับว่าปลุก เพื่อให้ข้าราชการแสดงตนเป็นข้าราชการ ไม่ให้การเมืองเข้ามาครอบงำ ถ้าจะบอกว่าปลุกก็ปลุก แต่ปลุกเพื่อสร้างความเข้มแข็ง ไม่ให้มีใครทำลายระบบราชการเหมือนที่ผ่านมา หลังจากนี้เรื่องแต่งตั้งโยกย้ายแบบตั้งอะไรมา ก็ยอมหมด ไม่ได้แล้ว หลังจากนี้นักการเมืองเข้ามายุ่งไม่ได้อีกแล้ว” อุดมการณ์และความตั้งใจชัดๆ ของ นพ.ณรงค์

ถามย้ำว่า ประชาคมสาธารณสุขที่รวมตัวกันเพื่อหวังพิทักษ์ปลัดเพียงคนเดียวหรือไม่ นพ.ณรงค์ อธิบายว่า การรวมตัวของ 53 ชมรมในระบบสุขภาพ หรือการรวมตัวของผู้นำ 5 ชมรมผู้บริหาร อาทิ ชมรมนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด ชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์/โรงพยาบาลทั่วไป ชมรมผู้อำนวยการโรงพยาบาลชุมชน ชมรมหมออนามัย และชมรมสาธารณสุขอำเภอ ไม่สามารถสั่งได้ทั้งหมด

“ทุกคนต่างก็มีความคิดของตัวเอง หากวันไหนชมรมเหล่านี้เห็นว่าตัวปลัดทำไม่ถูกต้อง ก็มีสิทธิที่จะถูกประชาคมสาธารณสุขเอาเรื่องได้เหมือนกัน”

ขณะที่ความสัมพันธ์กับรัฐมนตรีทั้งสอง ปลัดณรงค์ บอกว่า ไม่ได้มีข้อขัดแย้งอะไร สามารถทำงานกันได้อย่างราบรื่น โดยนโยบายทั้ง 10 ข้อของรัฐมนตรี เขาก็นำมาแปรรูปสู่การปฏิบัติ รวมถึงตั้งคณะกรรมการดูแลตามระบบ ส่วนเรื่อง “ความขัดแย้ง” จนถึงขั้นจะปลดปลัดออกจากตำแหน่งนั้น เป็นเรื่องที่มีบางกลุ่มพยายามสร้างขึ้นเพื่อจุดประสงค์บางอย่างมากกว่า

ถามเชิงกระเซ้า...เคยก้มดูขาเก้าอี้ตัวเองว่าถูกเลื่อยบ้างหรือไม่ คุณหมอหัวเราะลั่นก่อนจะบอกว่า “ก็ไม่มีนะ” พร้อมอธิบายต่อ “เท่าที่ผมฟังมา ก็คิดว่ามันอาจจะมีกระบวนการที่จะสร้างความขัดแย้งอยู่จริง แต่ไม่ได้กระทบอะไรผม

“คนที่อยู่กับผมก็รู้ว่าผมทำอะไรบ้าง แต่ผมก็ถามตัวเองกลับว่าสิ่งที่เราคิดเป็นสิ่งที่ควรทำไหม ทุกคนก็เห็นตรงกันว่าควรทำ ส่วนถ้าถามว่าเหนื่อยไหม ก็ต้องตอบว่าเหนื่อยแหงๆ” คุณหมอตอบอย่างอารมณ์ดี

“วันนี้ผมถือว่าได้ทำตามหน้าที่ข้าราชการประจำ ส่วนอนาคตจะเป็นอย่างไร ผมก็เฉย จะให้ผมกลับบ้านก็กลับ ผมคิดอยู่ตลอดว่า ถ้าเรื่องพวกนี้เป็นประโยชน์ มันก็คงจะไม่ติดขัดอะไร แต่ถ้า ‘เขา’ คิดว่าไม่ใช่ก็ไม่ใช่ ผมก็พูดกับเตี่ยผมตลอด ท่านบอกว่าอยู่ได้ก็อยู่ ถ้าเขาให้ทำก็ทำ ถ้าเบื่อก็กลับบ้านเราก็เท่านั้นเอง” ปลัดณรงค์เล่าเหมือนจะทำใจรับสภาพ อาจเพราะไม่ถึงปีนับจากนี้ตัวเองก็จะเกษียณอายุราชการแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท