posttoday
5เดือนผังเมืองเขตศก.เสร็จ

5เดือนผังเมืองเขตศก.เสร็จ

23 พฤศจิกายน 2557

อนุพงษ์ รับปากหอการค้าฯ เร่งผังเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 แห่ง เสร็จใน 5 เดือน แนะเอกชนร่วมมือจังหวัด

อนุพงษ์ รับปากหอการค้าฯ เร่งผังเมืองเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 แห่ง เสร็จใน 5 เดือน แนะเอกชนร่วมมือจังหวัด

พล.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษทั้งห้าแห่ง ได้แก่ อ.แม่สอด จ.ตาก อ.สะเดา จ.สงขลา สระแก้ว มุกดาหาร และตราด เชื่อว่ายังคงมีความล่าช้า โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย คือ การปรับปรุงผังเมือง เนื่องจากเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานมาก ซึ่งทางกระทรวงได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการทำผังเมืองในพื้นที่เขตเศรษฐกิจให้เสร็จใน 5 เดือน โดยเฉพาะผังพื้นที่เฉพาะที่จะใช้ในภาคธุรกิจ การประกอบอุตสาหกรรม

ทั้งนี้ การวางผังเมืองจะเป็นหลักให้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานต่อไป เช่น การวางถนน ไฟฟ้า น้ำประปา จึงต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อที่ส่วนอื่นๆ จะสามารถดำเนินโครงการต่อไปได้

ขณะเดียวกัน ผู้ว่าราชการจังหวัดจะต้องมุ่งเน้นการพัฒนาการค้าชายแดน ไม่ใช่แต่จังหวัดที่ติดชายแดนเท่านั้น จังหวัดที่อยู่ภายในเข้ามาก็จำเป็นต้องขยายการค้าเข้าสู่ภูมิภาคอาเซียน และเชื่อมโยงเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้าน

“ปัจจุบันทางจังหวัดได้ทำงานอย่างบูรณาการ โดยต้องการให้ภาคเอกชนทำงานวางแผนร่วมกับทางจังหวัด และเพิ่มการค้าขายในอาเซียน โดยนำโอท็อปเข้าไปจำหน่ายในภูมิภาค” พล.อ.อนุพงษ์ กล่าว

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวสุนทรพจน์เปิดการสัมมนาภายในการประชุมหอการค้าทั่วประเทศ ครั้งที่ 32 ที่ จ.เชียงราย ว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่การปฏิรูปประเทศ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่หอการค้าและสมาชิกจะเข้าไปมีส่วนร่วมในการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ โดยหอการค้าจะทบทวนบทบาท ปรับกลยุทธ์ในการทำงาน เพื่อที่จะส่งเสริมภาคธุรกิจให้มีความเข้มแข็ง

การทำธุรกิจในช่วงของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในประเทศ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจากภายนอก ได้แก่ การเปิดเสรีทางการค้า การรวมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การแข่งขันทางการค้าที่รุนแรงมากขึ้น ภาคธุรกิจที่จะอยู่รอดได้จำเป็นต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง ภาคธุรกิจต้องให้ความสำคัญกับการวิจัยและพัฒนาเพื่อต่อยอดธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจ และเข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาธุรกิจในห่วงโซ่การผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

สำหรับธุรกิจที่หอการค้าฯ จะหนุนให้เข้มแข็งในอนาคต เช่น ธุรกิจด้านการศึกษา ธุรกิจก่อสร้างออกแบบ ธุรกิจสร้างสรรค์ และธุรกิจดิจิทัลเช่น ธุรกิจโฆษณา ธุรกิจรับจัดงาน แอนิเมชั่น อีคอมเมิร์ซและซอฟแวร์ ซึ่งเป็นแนวโน้มของธุรกิจในยุคดิจิทัล อีโคโนมี ที่มีแนวโน้มจะเติบโตต่อไป

ขณะที่ภาคการเกษตร ยังคงเป็นภาคเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย และเกี่ยวข้องกับคนจำนวนมาก สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกิดขึ้นทั้งห่วงโซ่การผลิตจากสินค้าเกษตรขั้นตอน ทั้งพืช ผัก ผลไม้ ประมง และปศุสัตว์ พัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป อาหาร และพลังงานทดแทน ซึ่งนอกจากจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจแล้ว จะช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้อีกด้วย

ด้านการค้าไทยจะได้เปรียบประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศอื่นๆ หากมีการปรับปรุงกฎระเบียบทางการค้าให้คล่องตัว พัฒนาระบบการเงินและภาษี เชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งกับประทเศเพื่อนบ้าน และพัฒนาบุคลากรองค์ความรู้ในการทำการค้า การลงทุนระหว่างประเทศ เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นชาติแห่งการค้า ในภูมิภาคอาเซียน

นอกจากนี้ ภาคบริการ ยังเป็นจุดแข็งของประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจท่องเที่ยวและการโรงแรม การประชุมแสดงสินค้านานาชาติ รวมถึงธุรกิจบริการและสุขภาพ เช่น โรงพยาบาล คลินิค ธุรกิจบริการเสริมความงาม ซึ่งต้องมีการยกระดับ พัฒนาคุณภาพมาตรฐานให้อยู่ในระดับสากล เพื่อเป็นธุรกิจอนาคตของประเทศไทย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท