
คนไทยจุกดีเซลเท่าเบนซิน
ณรงค์ชัยส่งสัญญาณปรับโครงสร้างแน่ทยอยขึ้นแอลพีจีเอ็นจีวีตามต้นทุน
ณรงค์ชัยส่งสัญญาณปรับโครงสร้างแน่ทยอยขึ้นแอลพีจีเอ็นจีวีตามต้นทุน
รัฐบาลส่งสัญญาณราคาดีเซล ปรับขึ้นใกล้เคียงเบนซินในต้นปีหน้า แอลพีจีเอ็นจีวีขึ้นแน่
นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงพลังงานอยู่ระหว่างการพิจารณาดำเนินการปรับโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลนั้น รัฐบาลมีแผนจะทยอยปรับขึ้นภาษีสรรพสามิตน้ำมันในปี 2558 โดยแนวทางการปรับภาษีจะเป็นการโอนอัตราการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง จากปัจจุบันเรียกเก็บอยู่ 4.30 บาท/ลิตร มาเป็นการเก็บภาษีสรรพสามิตแทน ซึ่งในที่สุดจะทำให้ราคาขายน้ำมันดีเซลขยับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับราคาน้ำมันกลุ่มเบนซิน
นอกจากนี้ ในส่วนของราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) และราคาก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) รัฐบาลก็มีแผนจะปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน เพื่อให้โครงสร้างราคาพลังงานของประเทศมีความสมดุลและสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง
ด้านความคืบหน้าของโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ จ.กระบี่ นั้น กระทรวงพลังงานพร้อมผลักดันการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน จ.กระบี่ และโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา โดยโรงไฟฟ้ากระบี่จะจ่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เข้าระบบได้ในปี 2562 ปัจจุบันโครงการดังกล่าวผ่านกระบวนการการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนแล้ว เชื่อว่าจะสามารถเปิดประมูลหาผู้รับเหมาได้ภายในปี 2558
ก่อนหน้านี้ นายมนูญ ศิริวรรณ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ กล่าวว่า รัฐบาลควรค่อยๆ ปรับราคาแอลพีจี เพราะหากคำนวณต้นทุนทุกส่วนทั้งการนำเข้า ราคาหน้าโรงแยกก๊าซ โรงกลั่น และภาษีแล้ว ราคาขายปลีกจะขยับไปอยู่ที่ 27 บาท/กก. จากปัจจุบัน 22.63 บาท/กก. ส่วนเอ็นจีวีนั้น ปตท.ระบุราคาต้นทุน 15-16 บาท/กก. จากราคาขายปลีก 11.50 บาท/กก.ก็คงค่อยๆ ขยับเช่นกัน และสิ่งที่ควรพิจารณา คือ การจัดเก็บภาษีเอ็นจีวีที่ได้รับการยกเว้น เพราะขณะนี้มีการใช้ถึง 9,000 ตัน/วัน หากจัดเก็บ 1 บาท/กก. ก็จะทำให้รัฐมีรายได้เพิ่มขึ้น
ขณะเดียวกัน หากรัฐจัดเก็บภาษีดีเซล 4 บาท/ลิตร ก็จะทำให้รายได้รัฐเพิ่มขึ้นเกือบปีละ 1 แสนล้านบาท
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า ในต้นเดือน ธ.ค.นี้ กระทรวงพลังงานเตรียมเสนอเรื่องให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) พิจารณอนุมัติเงื่อนไขและอัตรารับซื้อไฟฟ้าตามต้นทุนที่แท้จริง (Feed in Tariff : FIT) สำหรับการรับซื้อพลังงานทดแทน ยกเว้นพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) เนื่องจากต้องการส่งเสริมให้เกิดการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทนเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ กระทรวงพลังงานได้หารือร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการจัดสรรที่ดินเพาะปลูกพืชอาหารเพื่อมาปลูกพืชพลังงานแทน เช่น อ้อย ปาล์มน้ำมัน และมันสำปะหลังเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยให้สามารถผลิตพลังงานทดแทนประเภทไบโอดีเซลและเอทานอลได้เพิ่มขึ้นและเกษตรกรจะมีรายได้เพิ่มขึ้นในทางอ้อมด้วย
สำหรับความคืบหน้าการศึกษาโครงสร้างการใช้น้ำมันและก๊าซของประเทศไทย เพื่อนำพลังงานดังกล่าวเข้าสู่ระบบด้วยการจัดทำแผนการใช้น้ำมันและก๊าซในระยะยาวนั้น นายอารีพงศ์กล่าวว่า จะต้องหารือกับอุตสาหกรรมรถยนต์เพื่อวางแผนกำลังการผลิตเครื่องยนต์ที่เหมาะสม โดยคาดว่าแผนดังกล่าวจะหารือแล้วเสร็จเพื่อนำเสนอเข้าที่ประชุม กพช. ภายในเดือนก.พ. 2558







