posttoday
นายกฯเบรกมาเฟียปลุกม็อบเกษตร

นายกฯเบรกมาเฟียปลุกม็อบเกษตร

21 พฤศจิกายน 2557

นายกฯไม่ห้ามเกษตรกรรวมกลุ่มร้องแก้ปัญหา แต่อย่าสร้างเงื่อนไข เบรกผู้มีอิทธิพลอย่าหาประโยชน์กับชาวบ้าน

นายกฯไม่ห้ามเกษตรกรรวมกลุ่มร้องแก้ปัญหา แต่อย่าสร้างเงื่อนไข เบรกผู้มีอิทธิพลอย่าหาประโยชน์กับชาวบ้าน

พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ ออกอากาศทางโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยว่า สำหรับการช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องเงินอุดหนุน หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำต่างๆ เป็นการแก้ไขปัญหาเพียงชั่วคราว ยังไม่ยั่งยืน รัฐบาลจะต้องใช้วิธีการทั้งรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ ในการขับเคลื่อน ประชาชนต้องปรับตัว เรียนรู้ มีกระบวนการคิดที่ดีเป็นระบบ เพื่อให้เกิดการร่วมมือกันคงไม่ใช่การรวมกลุ่มเพื่อสร้างเงื่อนไขแต่เพียงอย่างเดียว เป็นการรวมกลุ่มกันช่วยกันคิด ช่วยกันทำ ช่วยกันแก้ไข จะทำให้สามารถทำให้เกิดสิ่งที่ดีๆ และแก้ไขปัญหาต่างๆ เหล่านั้นได้ สิ่งใดที่เป็นปัญหาก็เตรียมการป้องกันแก้ไขไว้ก่อน หากยังมีความไม่ไว้วางใจกันซึ่งกันและกัน ไม่เชื่อใจกัน ยังมีความหวาดระแวงซึ่งกันและกันอยู่ โดยคนบางกลุ่มก็ยังไม่ค่อยจะปรับทัศนคติ ปัญหาต่างๆ เหล่านั้นคงแก้ไขไม่ได้ ทั้งวันนี้และในอนาคตด้วยเราจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้เลย สิ่งเหล่านั้นก็ยังคงเป็นปัญหา เป็นความขัดแย้ง เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป

“ในระหว่างที่รัฐบาลกำลังจัดระเบียบ หรือปฏิรูปใดๆ นั้น รัฐบาลพยายามจะทำให้ไม่กระทบความเป็นอยู่ของสุจริตชน ต้องยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ยาก เพราะการบังคับใช้กฎหมายและการเปลี่ยนแปลงใดๆนั้น ก็จะต้องมีทั้งผู้ที่มีส่วนได้ ส่วนเสีย ซึ่งก็จะต้องมาดูกันว่าเราจะมีมาตรการอย่างไร ในการดูแลผู้ที่ได้รับผลกระทบต่างๆ รัฐบาลยืนยันจุดยืนในการรักษาความถูกต้องและผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ที่กล่าวมานั้นเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้นเอง ในการที่เราจะร่วมกันก้าวผ่านกับดักของประเทศเราให้ได้ เพื่อจะนำประเทศเราก้าวไปข้างหน้า” หัวหน้า คสช.กล่าว

สำหรับปัญหา ข้อขัดข้องสำคัญๆที่รัฐบาล และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ประสบ และประเมินแล้วพบว่า การขับเคลื่อนการนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติยังไม่เกิดประสิทธิภาพเต็มที่ ยังไม่มีผลเป็นรูปธรรมอย่างชัดเจนมากนัก เนื่องจากอาจจะขาดข้อมูลที่ถูกต้อง ทันสมัย และเพียงพอ ข้าราชการและหน่วยงานระดับผู้ปฏิบัติที่ใกล้ชิดกับประชาชน ยังอาจจะไม่เข้าใจลึกซึ้งในนโยบายเท่าที่ควร ทำให้ไม่สามารถที่จะประยุกต์ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม หรืออาจจะมีการสื่อสารกับประชาชนให้เข้าใจได้ชัดเจนไม่มากนัก เพราะฉะนั้นการทำงานส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น ต้องไม่ขาดความประสาน สอดคล้องซึ่งกันและกัน ทั้งแผนงาน โครงการ และงบประมาณ ซึ่งอาจจะทำให้การวัดผลสัมฤทธิ์และความพึงพอใจของประชาชนนั้น ยังไม่อยู่ในเกณฑ์ที่สามารถรองรับได้ ในสถานการณ์ในปัจจุบัน นี่คือมุมมองของรัฐบาลในปัจจุบัน ต้องช่วยกันทุกหน่วยงาน

นายกฯกล่าวด้วยว่า ในการขับเคลื่อนนโยบายใหม่ ๆ หรือการแก้ไขปัญหานั้น ก็ต้องมีความเข้าใจให้มากขึ้น ไม่อย่างนั้นก็จะเกิดการต่อต้าน ไม่ให้ความร่วมมือ มีการปลุกปั่น อาจจะเกิดจากผู้มีอิทธิพล ผู้ที่แสวงหาผลประโยชน์ทั้งกลุ่มเดิม และกลุ่มใหม่ ยังคงมีอยู่กลุ่มเหล่านี้ อาจจะยังไม่เข้าใจในบทบาทของตนเองว่า ทุกท่านก็เป็นคนไทยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นการเคลื่อนไหวใด ๆ ต้องคำนึงถึงความสงบสุขของประเทศไทย และประชาชนไทยโดยรวม เราไม่เคยมีความขัดแย้งซึ่งกันและกัน ขอวิงวอนให้ท่านทำหน้าที่ของท่านได้อย่างเหมาะสม โดยพิจารณาหลักความสมดุล ระหว่างเรื่องของท่าน ของสากลโลก กับการสร้างความก้าวหน้า ความเข้มแข็งให้กับประเทศไทยในอนาคตด้วย

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท