posttoday
นายกฯ สะเทือน สนช.คลอดกม.เร็วปานจรวด

นายกฯ สะเทือน สนช.คลอดกม.เร็วปานจรวด

21 พฤศจิกายน 2557

การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย และออกกฎหมายใหม่มาสนับสนุนเศรษฐกิจและสังคมให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล ที่จะต้องปฏิรูประบบภาษีให้เสร็จก่อนที่จะคืนอำนาจการปกครองให้ประชาชนจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่

การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัย และออกกฎหมายใหม่มาสนับสนุนเศรษฐกิจและสังคมให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ถือเป็นภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล ที่จะต้องปฏิรูประบบภาษีให้เสร็จก่อนที่จะคืนอำนาจการปกครองให้ประชาชนจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่

สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จำนวน 200 คน ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้งให้มานั่งพิจารณาเรื่องสำคัญของชาตินี้ ประกอบด้วย ทหาร 105 คน ที่เหลือเฉลี่ยกันไปเป็นตัวแทนองค์กร นักธุรกิจ นักวิชาการ และองค์กรอิสระ

สนช.เข้าปฏิบัติงานและได้ผ่านร่างกฎหมายหลายฉบับแล้ว และบางส่วนก็ได้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้มีผลบังคับใช้  อาทิ กฎหมายที่เปิดทางให้ข้าราชการกลับมาใช้ระบบบำเหน็จบำนาญแบบเก่า  การแก้ไขประมวลรัษฎากร ปรับปรุงอัตราการเรียกเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา พ.ร.บ.แพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยเรื่องของการค้ำประกันและจดจำนอง เป็นต้น

สำหรับกฎหมายที่ไม่มีความซับซ้อนซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ใช่กฎหมายการเงิน ผ่านการพิจารณาของ สนช.ไปก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่สำหรับกฎหมายเศรษฐกิจเป็นเรื่องที่มีความซับซ้อน มีเรื่องทางเทคนิคเข้ามาเกี่ยวข้องมาก ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบเห็นว่าจำเป็นต้องแก้ไขให้ทันสมัย เพื่อรองรับการเข้าร่วมเป็นหนึ่งในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ผ่อนคลายให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในไทยง่ายขึ้น

การแก้ไขกฎหมายมีความสำคัญทุกฉบับ เพราะจะมีผู้ที่มีส่วนได้ และผู้ได้รับผลกระทบ แต่ทว่าแค่กฎหมายเศรษฐกิจฉบับแรกคือ ร่างแก้ไข พ.ร.บ.แพ่งและพาณิชย์ ว่าด้วยเรื่องของการค้ำประกันและจดจำนอง เข้าสู่การพิจารณา สนช. และถูกผลักดันให้ผ่านสภาอย่างรวดเร็ว โดยพิจารณาผ่าน 3 วาระรวด โดยไม่มีผู้ทักท้วง ตั้งข้อสังเกตและชี้ให้เห็นประเด็นที่จะสร้างปัญหา หากกฎหมายออกมาบังคับใช้

ทันทีที่ พ.ร.บ.แพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยเรื่องของการค้ำประกันและจดจำนอง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 11 ก.พ. 2558 ก็เกิดเสียงค้านจากสมาชิกของสมาคมธนาคารไทยว่า กฎหมายนี้จะสร้างปัญหาให้กับการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร เพราะการตัดผู้ค้ำประกันออกไปทำให้ธนาคารมีความเสี่ยงในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ธนาคารก็จะต้องปรับระบบปล่อยกู้ให้เข้ากับความเสี่ยง นั่นคือธนาคารจะเข้มงวดกับลูกค้ามากขึ้น ปล่อยกู้ยากขึ้น ซึ่งคนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือกลุ่มลูกค้ารายย่อยและสินเชื่อส่วนบุคคล

หลังจากนั้น เรื่องนี้ก็กลายเป็นเรื่องใหญ่และมีคำถามว่า การแก้ไข พ.ร.บ.ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งเป็นกฎหมายหลักที่สำคัญฉบับหนึ่งของชาติ มีการพิจารณาอย่างรวดเร็วจนเกินไป และกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นมาก็ไม่มีนายแบงก์เข้าไปร่วมพิจารณาด้วยเลยแม้แต่คนเดียว

นอกจากนี้ ตัวแทนจากภาคเอกชนที่นั่งใน สนช.จึงไม่ทักท้วงว่าไม่ควรแก้กฎหมายให้ตึงเกินไป เรื่องนี้ ธวัชชัยยงกิตติกุล เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย กล่าวว่า บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย ได้รับร่าง พ.ร.บ.มาให้อ่านล่วงหน้าก่อนกฎหมายจะเข้าสภาไม่กี่วัน และส่งให้สมาคมเพื่อรวบรวมความเห็นจากธนาคาร สมาชิกทั้งหมด ซึ่งเวลาที่กระชั้นทำให้ได้แต่ส่งเอกสารให้ธนาคาร แต่สมาคมไม่สามารถหารือกับธนาคารใดได้ทัน และกฎหมายก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วมาก

“เราไม่คิดว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายสำคัญอย่าง พ.ร.บ.แพ่งและพาณิชย์กันเร็วขนาดนี้ เราเห็นด้วยกับหลักการในการออกกฎหมายที่มุ่งจะคุ้มครองผู้ค้ำประกัน แต่หากจะคุ้มครองผู้ค้ำประกันจริงๆ ก็สามารถแก้ไขด้วยวิธีการอื่น คือ แก้ที่กฎหมายลูกหรือระเบียบปฏิบัติของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ได้ ไม่ต้องไปแก้ที่กฎหมายหลักที่กระทบขั้นตอนการปล่อยสินเชื่อเช่นนี้” เลขาธิการสมาคมธนาคารไทย ระบุ

สมชาย สกุลสุรรัตน์ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ที่ได้รับแต่งตั้งในยุคที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ยึดอำนาจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวว่า การพิจารณากฎหมายสำคัญที่เป็นกฎหมายหลักต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ไม่ควรจะผ่าน 3 วาระรวด เพราะจะไม่มีการตั้งกรรมาธิการมาช่วยกลั่นกรองกฎหมายอีกครั้ง

อดีต สนช. กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก เพราะจะมีการเสนอแก้ไขกฎหมายเศรษฐกิจอีกมากมายหลายฉบับ ทั้งการค้า การลงทุน และกฎหมายการเงิน กฎหมายใหญ่ที่จะต้องพิจารณาให้ดี คือ ร่าง พ.ร.บ.ภาษีมรดก ร่างแก้ไข พ.ร.บ.ต่างด้าว ที่เป็นกฎหมายที่เป็นเรื่องเทคนิคที่การแก้ไขต้องเน้นไม่ให้มีการตั้ง
นอมินีมาถือหุ้นแทน 

“หาก สนช.ไม่แน่ใจก็ควรจะเชิญผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันพิจารณาในชั้นการแปรญัตติ ก็จะได้รับความเห็นและมุมมองอีกด้านหนึ่ง” สมชาย กล่าว

ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการออกกฎหมายอย่างรีบร้อน จะเป็นบทเรียนสำคัญที่จะทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ต้องกวดขัน สนช.ให้ทำงานให้มากขึ้น หากเกิดความผิดพลาดในการออกกฎหมายขึ้นอีก จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของนายกฯ เอง สะท้อนคุณภาพของ สนช.ที่ คสช.เป็นผู้แต่งตั้ง ซึ่งโดนวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่แรกว่ามีทหารเกินครึ่ง

การแก้ไขกฎหมายเศรษฐกิจเป็นเรื่องใหญ่ และมีผลกระทบในวงกว้างต่อประเทศชาติและประชาชน ความไม่รู้และรีบร้อนมีแต่จะสร้างปัญหาให้กับ
รัฐบาลเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท