
เอกชนพร้อมลงทุนปีหน้า
นิตยสารฟอร์บส์ ไทยแลนด์ เปิดเวทีสัมมนา ฟอร์บส์ ไทยแลนด์ ฟอรั่ม 2014 ภายใต้หัวข้อ “2015 : Will Thailand Turn the Corner?” เชิญซีอีโอจากหลากธุรกิจร่วมฉายภาพเศรษฐกิจปีหน้า โดยภาพรวมเอกชนรายใหญ่มองเศรษฐกิจปีหน้าเป็นบวก พร้อมลุยลงทุนต่อเนื่อง เพื่อรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
นิตยสารฟอร์บส์ ไทยแลนด์ เปิดเวทีสัมมนา ฟอร์บส์ ไทยแลนด์ ฟอรั่ม 2014 ภายใต้หัวข้อ “2015 : Will Thailand Turn the Corner?” เชิญซีอีโอจากหลากธุรกิจร่วมฉายภาพเศรษฐกิจปีหน้า โดยภาพรวมเอกชนรายใหญ่มองเศรษฐกิจปีหน้าเป็นบวก พร้อมลุยลงทุนต่อเนื่อง เพื่อรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
ชฎาทิพ จูตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ ตัวแทนจากภาคธุรกิจค้าปลีก กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยปีหน้าจะมีการเติบโตที่ดีกว่าปีนี้ แม้จะเห็นว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะยังไม่สดใสนัก แต่ในส่วนของเศรษฐกิจไทยหลังการเมืองนิ่งเศรษฐกิจจะฟื้นตัวเสมอ โดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกในปีหน้าจะเติบโตตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อ และคาดว่าจะมีมูลค่าตลาดรวม 1.66 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีนี้ที่มีมูลค่า 1.55 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ นอกจากเศรษฐกิจจะดีขึ้นแล้วยังเป็นปีที่มีการขยายตัวของพื้นที่ศูนย์การค้าแห่งใหม่ๆ ของทุกค่ายค้าปลีกรายใหญ่ ซึ่งการแข่งขันดุเดือดแน่นอน โดยช่วงเวลานี้ได้กลับเข้าสู่ยุคค้าปลีกบูมรอบใหม่จากกลุ่มทุนต่างๆ ที่หันมาลงทุนศูนย์การค้า ส่งผลให้ปัจจุบันภาพรวมพื้นที่ค้าปลีกทั้งประเทศไทยแตะ 9.4 ล้านตารางเมตร (ตร.ม.) และในอีก 3 ปี ข้างหน้าจะมีพื้นที่ค้าปลีกเกิดใหม่อีก 2.4 ล้าน ตร.ม.
“ในส่วนของกลุ่มสยามพิวรรธน์ ยังคงมองการลงทุนในไทยเป็นหลัก วางแผนในอีก 3-5 ปีจะลงทุนอีก 5.5 หมื่นล้านบาท ในธุรกิจค้าปลีกรูปแบบใหม่ๆ ทั่วประเทศ ไม่รวมไอคอนสยาม” ชฎาทิพ กล่าว
นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ค้าปลีกใหม่ๆ ของทุนต่างชาติที่จะเข้ามาปักธงในไทยหลังเปิดเออีซี จังหวะนี้เป็นจังหวะในการดูดเงินทุนต่างชาติให้เข้ามา ซึ่งภาครัฐควรมีนโยบายสนับสนุนให้ต่างชาตินำเม็ดเงินเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง
ด้าน ธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ หรือทียูเอฟ กล่าวว่า ปีหน้าเศรษฐกิจโลกยังไม่สดใสมากนัก มีสหรัฐเพียงตลาดเดียวที่เห็นสัญญาณเชิงบวก ยุโรปก็ยังไม่ดี ส่วนจีน ญี่ปุ่น ยังต้องจับตามอง จึงถือเป็นสิ่งท้าทายสำหรับภาคส่งออกในปีหน้ามาก แต่ยังมองเห็นโอกาสและตั้งเป้าเติบโตสูงถึง 15% จากปีนี้ โดยจะโตจากการซื้อกิจการธุรกิจอาหารทะเลในต่างประเทศเป็นหลัก
ประทีป ตั้งมติธรรม ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า ปีหน้าเชื่อว่าภาพรวมเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้นกว่าปีนี้มาก โดยกลุ่มศุภาลัยเองก็จะลงทุนต่อเนื่องด้วยการเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ ไม่น้อยกว่าปีนี้ พร้อมกับขยายไปยังต่างจังหวัดมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ประเทศไทยมีข้อจำกัดเรื่องจำนวนประชากรที่ไม่ขยาย จึงน่าเป็นห่วงว่าหากแข่งกันพัฒนา แข่งกันขยาย อาจจะโอเวอร์ซัพพลายได้ ทำให้ระยะยาวประเทศไทยอาจเจอทางตันก่อแตกต่างจากอินโดนีเซีย มาเลเซีย ที่ไม่ได้คุมกำเนิด ทำให้ประเทศมีกลุ่มคนรุ่นใหม่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขณะที่ผู้ประกอบการรายกลาง ไม่ว่าจะเป็น กลุ่มเมกา ไลฟ์ไซเอนซ์ ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารเสริม กลุ่มแมคยีนส์กรุ๊ป กลุ่มบลู อีเลฟเฟ่น กลุ่มนารายาที่ร่วมเผยเคล็ดลับความสำเร็จของการสร้างแบรนด์ในระดับโลก ล้วนมองว่า การพัฒนาบุคลากร และองค์กรอย่างต่อเนื่องเป็นเรื่องสำคัญที่จะรองรับการแข่งขันในยุคเออีซี รวมถึง การดึงระบบไอทีเข้ามาเสริมแผนสร้างการเติบโตขององค์กร
มุมมองของเหล่าซีอีโอชั้นนำล้วนมองภาพปีหน้าเป็นบวกจากหลายปัจจัยแต่เหนือสิ่งอื่นใดเสถียรภาพทางการเมือง และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ คงมีส่วนสำคัญมากที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยปีหน้าฟื้นตัวได้จริง







