posttoday
ชงกม.คุมระบบรัฐวิสาหกิจ

ชงกม.คุมระบบรัฐวิสาหกิจ

21 พฤศจิกายน 2557

ให้เปิดข้อมูลเหมือนบริษัทจดทะเบียนคลังเสนอเข้มตั้งบอร์ดยันประเมินผล

ให้เปิดข้อมูลเหมือนบริษัทจดทะเบียนคลังเสนอเข้มตั้งบอร์ดยันประเมินผล

สคร.ชงซูเปอร์บอร์ดออกกฎหมายคุมรัฐวิสาหกิจเพิ่ม ทั้งตั้งบอร์ดจัดซื้อเปิดข้อมูลเท่าบริษัทในตลาด

นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร.กำลังร่างกฎหมายเพื่อวางระบบการบริหารจัดการที่ดีในรัฐวิสาหกิจให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล โดยจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซูเปอร์บอร์ด) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาเสนอสภานิติบัญญัติแห่งชาติเห็นชอบกฎหมาย คาดมีผลบังคับใช้ได้ในปี 2558

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายดังกล่าวจะประกอบด้วย 7 หมวดสำคัญ คือ หมวดการสร้างองค์กรกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจในภาพรวม หมวดการแยกภารกิจต่างๆ ในรัฐวิสาหกิจออกจากกันให้ชัดเจน ทั้งการเป็นเจ้าของ ผู้ถือหุ้น ผู้กำหนดนโยบายและผู้กำกับดูแล หมวดการกำกับการแต่งตั้งคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจ หมวดกำกับการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจ หมวดติดตามประเมินผล

นอกจากนี้ ยังมีหมวดการกำหนดให้รัฐวิสาหกิจทุกแห่งจัดทำรายงานผลการดำเนินงาน และหมวดที่กำหนดให้มีการออกคำสั่งให้รัฐวิสาหกิจทำแผนปรับปรุงกิจการเพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นให้ทันท่วงทีก่อนจะลุกลามขยายผลออกไป

สำหรับหมวดการตั้งคณะกรรมการนั้น นอกจากจะมีกระบวนการคัดเลือกและแต่งตั้งกรรมการที่มีคุณภาพในรัฐวิสาหกิจ ยังมีการแบ่งแยกภารกิจของคณะกรรมการกับผู้บริหาร ไม่ให้ทำงานล้วงลูกหรือทับซ้อนกัน

ขณะที่หมวดกำกับการบริหารงานของรัฐวิสาหกิจ จะกำหนดให้รัฐวิสาหกิจจัดทำภารกิจที่ชัดเจน ไม่ทำงานสะเปะสะปะนอกภารกิจ มีการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส เปิดเผยตรวจสอบได้ ส่วนหมวดการติดตามประเมินผลนั้น จะมีการปรับปรุงวิธีการประเมินผลใหม่ โดยจัดเครื่องชี้วัดการทำงานหรือเคพีไอ และตั้งเป้าที่สะท้อนผลการดำเนินงานที่แท้จริงรวมทั้งการสร้างแรงจูงใจที่ทั่วถึงและเป็นธรรม

“ระบบนี้แม้ว่ารัฐวิสาหกิจจะขาดทุน แต่ถ้าตั้งใจทำงานองค์กรมีผลการดำเนินงานดีขึ้น ก็มีสิทธิได้รับผลตอบแทนเป็นกำลังใจให้การทำงานดียิ่งขึ้น” นายกุลิศ กล่าว

ด้านการรายงานผลดำเนินงานกฎหมายกำหนดให้ต้องมีการเปิดเผยข้อมูลเทียบเท่าบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และ สคร.มีหน้าที่รายงานผลให้คณะรัฐมนตรีและรัฐสภารับทราบ ส่วนการตรวจสอบภายในนั้น ร่างกฎหมายจะให้รัฐวิสาหกิจสามารถว่าจ้างหน่วยงานตรวจสอบอิสระที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) รับรอง มาเป็นผู้สอบบัญชีได้เพื่อช่วยเหลือการทำงานของ สตง.ควบคู่ไปอีกทางหนึ่ง

นายกุลิศ กล่าวว่า ที่ผ่านมาซุปเปอร์บอร์ด ให้เร่งดำเนินการแก้ไจรัฐวิสาหกิจ 7 แห่ง ที่มีปัญหา ประกอบด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) บริษัท ทีโอที บริษัท กสท โทรคมนาคม บริษัท การบินไทย ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และ ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ที่ผ่านมาอนุกรรมการที่รับผิดชอบการแก้ไขได้เข้าไปพบผู้บริหาร บริษัท ทีโอที และเอสเอ็มอีแบงก์ เพื่อติดตามแผนฟื้นฟูแก้ปัญหา และจะดำเนินการกับทุกแห่ง เพื่อเสนอแผนทั้งหมดซุปเปอร์บอร์ดรับทราบภายในเดือน ธ.ค. นี้

“หากรัฐวิสาหกิจบริหารงานได้ดี จะช่วยผลักดันเศรษฐกิจไทยให้เดินหน้าได้ดี” ดังนั้นรัฐบาล และซุปเปอร์บอร์ดที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน จึงให้ความสำคัญกับการปฎิรูปรัฐวิสาหกิจอย่างมาก โดยให้ดำเนินการให้ได้ภายใน 1 ปี นายกุลิศ กล่าว

สำหรับรัฐวิสาหกิจของไทยปัจจุบันมี 56 แห่ง แบ่งออกเป็น 9 สาขา มีสินทรัพย์รวมกัย 12 ล้านล้านบาท มีรายได้ 5.2 ล้านล้านบาท แต่ก็มีรายได้จ่ายสูง 4.9 ล้านล้านบาท ทำให้มีกำไร 3 แสนล้านบาท มีเงินลงทุนปีละ 3 แสนล้านบาท และมีเงินนำส่งกระทรวงการคลังปีละ 1 แสนล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท