
คชก.สรุปชัดห้ามสร้างเขื่อน
เลขาฯ สผ.ชี้ คชก.มีมติแล้วไม่สร้างเขื่อนแม่วงก์ ยันความเห็นกรมอุทยานฯเป็นข้อยุติ รอส่งกก.สิ่งแวดล้อม "ศศิน" ลุยช่วยพื้นที่
เลขาฯ สผ.ชี้ คชก.มีมติแล้วไม่สร้างเขื่อนแม่วงก์ ยันความเห็นกรมอุทยานฯเป็นข้อยุติ รอส่งกก.สิ่งแวดล้อม "ศศิน" ลุยช่วยพื้นที่
นายเกษมสันต์ จิณณวาโส เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านพัฒนาแหล่งน้ำ (คชก.)โครงการสร้างเขื่อนแม่วงก์ เปิดเผยว่า คชก.มีมติร่วมกันหลังจากประชุมเมื่อวันที่ 19 พ.ย. ว่า หากกรมอุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ไม่เห็นด้วยให้เข้าไปใช้พื้นที่เพื่อสร้างเขื่อนแม่วงก์ ก็ถือว่าได้ข้อยุติเรียบร้อยแล้วและโครงการนี้เสนอโดยรัฐบาล คือ กรมชลประทาน ดังนั้นหากในอนาคตกรมชลประทานมีข้อมูลใหม่ให้ คชก.พิจารณาอีกครั้งก็ได้ คชก.ก็มีหน้าที่ให้ความเห็นประกอบ เพื่อนำเสนอเข้าสู่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติต่อไป
ทั้งนี้ กรมชลประทานควรหารือรายละเอียดของพื้นที่ป่าในอุทยานแห่งชาติเรื่องตัวเลขและสถานการณ์ต่างๆ ให้ตรงกันก่อน ที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมหากจะนำมาเสนออีกครั้ง
นายศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร กล่าวว่า ถือเป็นเรื่องดีที่คชก.ได้ข้อสรุปออกมาแบบนี้ ซึ่งมั่นใจว่าหากไม่มีการเปลี่ยนตัวเลขาธิการ สผ. หรือเปลี่ยนประธาน คชก.เป็นคนอื่น โครงการเขื่อนแม่วงก์ก็คงไม่มีโอกาสเกิดแน่
อย่างไรก็ดี การแก้ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่ยังต้องมีต่อไป ซึ่งหลังจากนี้ สิ่งที่ทางมูลนิธิสืบฯ จะทำต่อคือการผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปจัดการน้ำทางเลือกหรือการสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็ก สำหรับพื้นที่ที่มีปัญหาทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งในบริเวณนั้นต่อไป
นายศศิน กล่าวว่า จากการศึกษาของมูลนิธิสืบฯ พบว่า การสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กผ่านเข้าไปในพื้นที่ที่มีปัญหา จะสามารถลดผลกระทบทั้งจากน้ำท่วมและน้ำแล้งได้ วิธีการดังกล่าวทำให้ประชาชนเข้าถึงน้ำได้มากกว่าระบบชลประทาน แต่เวลานี้ยังไม่มีระบบโครงข่ายอะไรเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ที่มีปัญหาเข้าถึงได้เรื่องนี้เป็นหน้าที่ที่มูลนิธิสืบฯ จะผลักดันต่อไป
"ไม่ใช่ว่าพอไม่มีเขื่อนแม่วงก์แล้วปัญหาของชาวบ้านจะหมด เพราะพื้นที่นั้นจะมีทั้งน้ำท่วมและน้ำแล้งอยู่ กินพื้นที่กว้างประมาณ 1 ล้านไร่" นายศศิน กล่าว
เลขาธิการมูลนิธิสืบฯ กล่าวว่า ผู้รับผิดชอบในโครงการเขื่อนแม่วงก์ มี 4 หน่วยงานหลัก คือ 1.กรมชลประทาน 2.กรมทรัพยากรน้ำ 3.กรมโยธาธิการ และ4.ส่วนท้องถิ่น หรือองค์การบริหารตำบลแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นเวลานี้ คือ กรมชล
ประทานไม่เคยทำโครงการเล็กๆ ในพื้นที่ขนาดใหญ่ เพราะติดขัดในเรื่องกฎหมายส่วนกรมทรัพยากรน้ำก็ทำเฉพาะโครงการเล็กๆ ในพื้นที่ย่อยๆ ไม่เคยทำเรื่องใหญ่ๆดังนั้นหากรัฐบาลไม่มีนโยบายที่ชัดเจนก็ยังคงเกิดปัญหาในพื้นที่ต่อไป







