
ช่วยกันดับหุ้นร้อน
การเก็งกำไรอยู่คู่กับการลงทุนในตลาดหุ้นทุกประเทศ แต่สำหรับตลาดหุ้นไทยมีความพิสดารตรงที่กระจุกตัวอยู่ในหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลางเท่านั้น พร้อมมีขบวนการสร้างสตอรี่เพื่อผลักดันราคาและมูลค่าการซื้อขายให้สูงผิดปกติจนดึงดูดนักลงทุนตามแห่เข้ามาเล่นขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
การเก็งกำไรอยู่คู่กับการลงทุนในตลาดหุ้นทุกประเทศ แต่สำหรับตลาดหุ้นไทยมีความพิสดารตรงที่กระจุกตัวอยู่ในหุ้นขนาดเล็กและขนาดกลางเท่านั้น พร้อมมีขบวนการสร้างสตอรี่เพื่อผลักดันราคาและมูลค่าการซื้อขายให้สูงผิดปกติจนดึงดูดนักลงทุนตามแห่เข้ามาเล่นขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ
สะท้อนภาพตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและหน่วยงานกำกับดูแลทั้งหลายปล่อยปละละเลยให้เกิดการเก็งกำไรกันเลยเถิด จนทำลายภาพแหล่งการลงทุนไปจนหมดสิ้น รู้ทั้งรู้ว่าต้นตอของปัญหาเกิดจากที่ใด แต่กลับปล่อยให้การปล่อยข่าวผ่านทางไลน์ ทางเฟซบุ๊กแพร่สะพัด รวมถึงการปล่อยให้ผู้บริหารบริษัทให้สัมภาษณ์อย่างโจ่งครึ่ม ล้ำเส้นที่กำหนดไว้ หลายกรณีที่บริษัทปฏิเสธข่าวแล้ว แต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ข่าวลือเหล่านั้นก็กลายเป็นความจริง ทำให้ข้อมูลผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ขาดความน่าเชื่อถือไปเลย
นอกจากนั้น ผู้บริหารตลาดหลักทรัพย์ฯ ระดับรองผู้จัดการ นายภากร ปีตธวัชชัย ก็ไม่ควรออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้ตลาดหุ้นไม่ว่าจะเป็นไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ต่างประสบกับภาวะการเก็งกำไรในหุ้นขนาดกลางและเล็กอยู่ในระดับสูง เพราะราคาหุ้นบลูชิปขนาดใหญ่ได้สะท้อนกับปัจจัยพื้นฐานแล้ว ทำให้นักลงทุนหันไปมองหาโอกาสลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็กแทน จากโอกาสการเติบโตสูง
เพราะสถานการณ์ของตลาดหุ้นไทยขณะนี้เกินกว่าจะเรียกว่าการเก็งกำไรไปหลายโยชน์แล้ว ปล่อยขบวนการสร้างข่าวสร้างราคาระบาดไปทั่วกระดานมาเนิ่นนานได้อย่างไร ตอนแรกก็ปล่อยเรื่องบริษัทจะขยายธุรกิจใหม่ไปพลังงานทดแทน เพื่อสร้างกำไรมั่นคงและเติบโตก้าวกระโดด ต่อมาก็หันไปหาบริษัทที่ยืนตายซาก ปล่อยข่าวมีผู้ร่วมทุนใหม่ เพิ่มทุนมหาศาลเพื่อขายให้กับรายใหญ่ในราคาถูกๆ เอาเปรียบนักลงทุนรายย่อยกันโครมๆ ทั้งๆ ที่หุ้นเพิ่มทุนเหล่านั้นก็ยังไม่รู้เลยว่าจะไปลงทุนทำอะไร
แต่เมื่อเกิดปรากฏการณ์การเก็งกำไรระบาดไปทุกหย่อมหญ้า ตลาดหลักทรัพย์ฯ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และบริษัทหลักทรัพย์ (โบรกเกอร์) นั่งไม่ติด จะต้องออกมาตรการมาดับร้อนหุ้นเหล่านั้น และนำไปสู่การหารือและเสนอเข้าที่ประชุมของตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 19 พ.ย. ผลออกมา คลอดมาตรการ 3 ระดับ มีผลบังคับใช้ต้นปี 2558
เราเห็นว่าการลดกำลังเงินในการเก็งกำไรเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุดมากนัก เพราะนักลงทุนโดยเฉพาะขาใหญ่มีเงินอยู่หน้าตักมหาศาล เพราะฟันกำไรหลายเท่าตัวมาก่อนหน้านี้ หากต้องการจะปราบแก๊งทำหุ้นแสบได้สำเร็จ ตลาดและ ก.ล.ต.จะต้องเอาจริงเอาจังกับมาตรการลงโทษ พบว่าใครปั่นหุ้นต้องกล้าฟันและต้องจัดการโดยเร็ว ขณะเดียวกันโบรกเกอร์ก็จะต้องไม่เป็นแหล่งปล่อยข่าวลือ ที่สำคัญนักลงทุนก็ไม่ควรตามแห่ลุย หรือหลงเชื่อข่าวลือ หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงจังเชื่อว่าจะช่วยลดการสร้างราคาที่ผิดปกติลงได้







