
"นายกฯ"ยันจำเป็นใช้กม.พิเศษ-ยันไม่โกรธคนต้าน
"ประยุทธ์" เปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 57 รับอึดอัดใช้กฎหมายพิเศษนาน แต่จำเป็น ยืนยัน ไม่โกรธมีคนต่อต้าน ลั่นไม่คิดสืบทอดอำนาจ
"ประยุทธ์" เปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 57 รับอึดอัดใช้กฎหมายพิเศษนาน แต่จำเป็น ยืนยัน ไม่โกรธมีคนต่อต้าน ลั่นไม่คิดสืบทอดอำนาจ
วันที่ 20 พ.ย.ที่วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นประธานพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ 57 พร้อมบรรยายพิเศษในหัวข้อบทบาทของภาครัฐ เอกชน และการเมืองในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ ตอนหนึ่งว่า ถึง มิติด้านความมั่นคง ว่า ต้องมองหลายมิติ ทำอย่างไรจะสร้างศักยภาพของแต่ละหน่วยงาน และสังคมให้เข้มแข็งได้ ซึ่งงานด้านความมั่นคงต้องประกอบ ด้วย ข้าราชการ ทหาร เศรษฐกิจ กฎหมาย กระบวนการยุติธรรม พลังงาน การค้าการลงทุน ที่ ประกอบเป็นความมั่นคง ที่ไม่ใช่แค่เรื่องของเจ้าหน้าที่แต่เป็นเรื่องของประชาชนทุกคน ในการเฝ้าระวัง และแจ้งเตือน รวมทั้งสื่อมวลชนก็ต้องมีส่วนในการสร้างความปรองดอง ให้คนรักกัน ดังนั้นทุกคนมีส่วนร่วมในความมั่นคง ขณะที่ ความมั่นคงด้านการทหารทั้งอำนาจ รบแบบมีตัวตน และไม่มีตัวตน มีตัวตนคือมียุทโธปกรณ์ กำลังทหาร ที่ต้องมีขวัญกำลังใจในการสู้รบ ต้องไม่มีบ่อนทำลายขวัญกำลังใจ ซึ่งการรบมีทั้งการรบเชิงรุก และรับ หลายวิธี ถ้าไม่เข้าใจบริบทของทหารก็จะมีข้อวิจารณ์ไม่ถูกต้องจึงขอให้เข้าใจในยุทธวิธี และหลักการ และต้องดูกติกาของต่างชาติด้วย และทำอย่างไรให้ความมั่นคงเป็นปัญหาภายในประเทศเป็นกิจการของแต่ละประเทศ นั่นคือหลักการของอาเซียน เมื่อเกิดความขัดแย้งก็ต้องคุยทวิภาคีก่อน หรือพหุภาคีก่อน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกกว่า อำนาจรบที่มีตัวตน หรือไม่มีตัวตนก็ต้องเสริมสร้างให้เข้มแข็งเพื่อไม่ให้มีความขัดแย้ง เพื่อแสดงให้เห็นว่า มีความเข้มแข็ง และมีไว้รบไม่ได้มีไว้รุกรานกัน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการต่อรองเจรจา ถ้าจำเป็นจะต้องจัดหายุทโธปกรณ์ก็จัดหาไป เช่นเรื่องอากาศยานในกรณีที่เฮลิคอปเตอร์ตกที่จ.พะเยา ที่เวลาซื้อของเหล่านี้ต้องมีการจัดซื้อจัดหางบประมาณ มีขั้นตอน พอไม่มีงบประมาณของเก่าก็ต้องใช้ต้องซ่อมเผลอๆ ค่าซ่อมแแพงกว่าซื้อใหม่อีก ซึ่งเป็นเรื่องของกองทัพและกระทรวงกลาโหม ในการร่วมทุนวิจัย และพัฒนา
"มีคนเสนอแนวคิดว่า จะเปิดรับบริจาคเงินซื้อฮ.ให้ ผมถามว่าเท่าไรถึงจะซื้อได้ เพราะอย่างต่ำก็ 400-1,000 ล้านบาท ได้เงินมาก็ซื้อไม่ได้ เพราะต้องสั่งซื้อ รอคิว วันนี้กองทัพมีฮ. 100 ลำก็ไม่พอ เราต้องการ 120 ลำ แต่ก็ต้องลดลงเหลือ 90 ลำ และลดลงอีกเหลือ 60 ลำ แต่ทั้งนี้เหตุที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของอุบัติเหตุ แต่เราจำเป็นต้องสร้างกองทัพให้เข้มแข็งและมีขวัญกำลังใจในการสู้รบ" พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวถึงมิติความมั่นคงทางพลังงานว่า ทำอย่างไรจะทำให้มีความมั่นคงด้านพลังงานของเราเองด้วยตัวของเราเอง เพราะเราต้องซื้อไฟฟ้า แก๊ส จากภายนอก เพราะแหล่งพลังงานของเรามีจำกัดไม่มีเยอะก็ต้องซื้อ ดังนั้นเราต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือของตัวเอง ว่าจะทำเรื่องความมั่นคงด้านพลังงานยังไง อย่างเช่น เมื่อถูกปิดท่อก๊าซ ที่ต้องปรับกระบวนการใช้พลังงานในประเทศ ดูว่าสัดส่วนการใช้เกินหรือไม่อย่างไร ถ้าแก๊สหมดแล้วต้องซื้อทั้งหมดจะทำยังไง และประเทศเราไม่ใช่ผลิตน้ำมันเองได้ เราต้องซื้อเขามา ดังนั้นต้องมองรอบบ้านด้วย และเราต้องสร้างพลังงานของตัวเราเอง
ส่วนมิติความมั่นคงทางเศรษฐกิจว่า โลกทั้งโลกขัดแย้งกันเรื่องเศรษฐกิจ รบกันให้ตายก็ไม่ชนะเพราะปัญหาเกิดจากความยากจน ความเหลื่อมล้ำ ที่แต่ละประเทศจะโทษคนนั้นคนนี้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องแก้ไขในสิ่งที่เป็นสาเหตุของความขัดแย้ง เพราะเมื่อมีความขัดแย้งก็จะเป็นเรื่องของประเทศนี้รวยกว่า จนกว่า คนรบชนะก็เป็นผู้ชนะ คนแพ้ก็จะไปสู้ต่อแบบกระจัดกระจาย
นอกจากนี้ การรวมตัวกันของประชาคมโลกอย่างอาเซียน เอเปค อาเซม ที่พยายามรวมเป็นเศรษฐกิจเดียวในประชาคมโลก ที่เราต้องถามว่าเราแข็งแรงพอหรือยัง เพราะวันข้างหน้าอาจจะมีการใช้เงินของอาเซียนที่หลายประเทศผลักดันก็จะเป็นปัญหาในอนาคต เราต้องดูว่า เรามีความพร้อม มีความเสี่ยง มีวิกฤตเยอะหรือไม่ เพราะประเทศเราเป็นแห่งขุมทรัพย์ที่พร้อมและมีทุกอย่าง เขาก็อยากเข้ามาตักตวงผลประโยชน์ที่จะมีทั้งวิกฤตและโอกาสเข้ามา ถ้าเราไม่เตรียมพร้อมก็จะเป็นวิกฤตหากเปิดประเทศ ทั้งนี้ตนได้อธิบายกับนานาชาติว่า อาเซียนเป็นประเทศเกษตรกรรม ที่ต้องดูแลให้ผลผลิตราคาสูงขึ้น ไม่เช่นนั้นคนจะออกจากการทำเกษตรหมด เพราะปัจจุบันปลูกข้าวก็ต้นทุนสูง ลูกหลานไปทำงานในเมืองหมด พ่อแม่ทำนาก็จ้างคนมาทำ จ้างรถไถ จ้างรถหว่าน จ้างรถเกี่ยว เป็นต้นทุน 4-5 พันบาทต่อไร่ แต่ขายข้าวได้ 7 พันบาทต่อไร่ ก็เกิดปัญหา ดังนั้นเราต้องทำให้เขาเห็นใจส่วนนี้ด้วย ดังนั้นเราต้องสร้างให้ประชาคมโลกเขาต้องดูแลเรา ถ้าเช่นนั้นเราต้องขายสินค้าเกษตรเท่าไรถึงจะได้เส้นทางรถไฟทางหนึ่ง
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อไปถึงเรื่องการพัฒนาเส้นทางคมนาคมว่า เราต้องทำเส้นทางที่ยังไม่มีความสมบูรณ์ก่อน ไม่ใช่ว่าทั้งประเทศต้องสี่เลน ทั้งหมด และบ้านเราจะเอาถนนหกเลนสี่เลน ทำมาแล้วก็เงินรั่วไหลในการซ่อม จะได้นำเงินไปทำอย่างอื่น และวันนี้ที่จะทำเพิ่ม 2,000 กิโลเมตร เป็นรถไฟทางคู่ให้สวนกันได้ ต้องทำระบบใหม่ทั้งหมด ระบบไฟมันแพง ขอให้เข้าใจให้ลึกซึ้ง ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ แต่เราไม่กู้ทีเดียวมาดำเนินการเพื่อให้เกิดหนี้สาธารณะ และมีคนเทียบกับญี่ปุ่นที่หนี้สาธารณสูง ซึ่งก็ต้องดูว่า เฉลี่ยต่อหัวของประชากรของเราเท่าไร ของญี่ปุ่นเท่าไรด้วย แต่ทั้งนี้ยืนยันว่าเราจะสร้างทางรถไฟเพิ่มและปรับปรุงการบริหารจัดการใหม่ ส่วนการใช้ทางรถไฟที่มีความกว้าง 1.435 เมตรนั้น จะช่วยให้ความเร็วอยู่ที่ 160-180 กม.ต่อชม. ที่สามารถเชื่อมกับประเทศมหาอำนาจได้ ซึ่งประเทศไหนสนใจก็ร่วมมือกับเขาเพื่อเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ที่สอดรับกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะเชื่อมโยงเส้นทางรถไฟไปลาว ไปจีน ต่ออินเดีย และเชื่อมต่อทั้งประชาคมโลก เพราะถ้าไม่ทำเราจะสูญเสียความเป็นศูนย์กลางของเาซียน เขาจะย้ายออกจากประเทศเราหมด
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ประเทศเราต้องมีความมั่นคง มีเสถียรภาพด้านการเงิน ไม่มีความขัดแย้งเกิดขึ้น ซึ่งตนไปต่างประเทศมา ต่างประเทศเขาก็มีความสุข ส่วนใครไม่พอใจก็เป็นเรื่องของคนส่วนหนึ่ง แต่ประชาชนส่วนใหญ่มีความสุข แม้จะอึดอัดไปบ้าง เพราะต่างประเทศบอกว่าประเทศไทยกลับมามีความปลอดภัย ไม่ขัดแย้ง ไม่มีม็อบ
"ผมถามว่าทะเลาะกันต่อไปใครก็ไม่มาเที่ยว ต้องถามว่าที่ทำเพื่ออะไร เพื่อใคร เพื่อให้ได้รับการยอมรับเป็นปัญหาไม่จบไม่สิ้น ผมอยู่กับประชาชน ต่างชาติเขาเข้าใจหมด แต่คนไทยกลับไม่เข้าใจ พูดกันคนละภาษาหรือไง ก็อดทนไป"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมารัฐบาลดูแลภาคเศรษฐกิจไม่ค่อยดีนัก ที่เราต้องทำให้ข้อผูกพัน การทำสัญญาต้องง่าย และกฎหมายหลายฉบับต้องออกให้ได้ เช่นเรื่องการค้าการลงทุนที่ทำให้เขาเข้ามาลงทุน โดยใช้นโยบาย ไทยบวกหนึ่ง คือไปพม่า ลาว กัมพูชาหรือประเทศอื่น เพื่อสร้างความเข้มแข็งในกลุ่มประเทศ ที่มีรายได้น้อย ที่ต้องรู้จักเผื่อแผ่ เราต้องช่วยพม่าด้วย ชักจูงคนอื่นมาลงทุน ต้องเผื่อแผ่ หรือใครมาลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านก็ต้องบวกหนึ่งเช่นกัน ต้องส่งเสริมการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านด้วย และเราต้องเสริมกันทั้งภาครัฐ และเอกชน เพื่อสร้างความเชื่อมั่น
"เราต้องเห็นใจพม่า เขามี125เผ่า มีชนพื้นเมืองเยอะมากกระจายไปทั่ว นั่นคือความยากง่ายของเขา เหมือนเราวันนี้เราต้องมีกฎหมายพิเศษ ถามว่าผมมีความสุขหรอ ไม่มีความสุขหรอก ยิ่งใช้นานยิ่งไม่มีความสุข แต่มันก็จำเป็น และสื่อไม่ต้องถามผมบ่อย ยิ่งถามยิ่งไม่ตอบ"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เงินสำรองของไทยดีที่สุดในอาเซียนมีเป็นพันล้านดอลลาร์สหรัฐที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นได้ แต่เรทำอย่างไรที่เอื้อต่อการลงทุน ทั้งเรื่องกฎหมายและการทำสัญญา เพราะมีคนบอกว่าไปติดต่อทำสัญญากับกระทรวงใช้เวลาสองเดือน พอจะเริ่มทำสัญญาเดือนที่สาม เข้าเดือนที่สี่ก็ยกเลิกสัญญา ดังนั้นเราต้องรักษาสัญญากับเขาให้ได้ โดยไม่มีผประโยชน์ โปร่งใส เพราะหลายประเทศยินดีถ้าเราเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้ได้ด้วยการจัดให้มีการบริการแบบวันสต็อปเซอร์วิส และต้องยืนยันหลักการว่า ทำสัญญาแล้วจะต้องทำไม่เช่นนั้นเพราะทำให้ขาดความเชื่อมั่น
จากนั้นพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า วันนี้มีการปฏิรูป มีสภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) ถามว่าถ้าไม่มีทหารเข้ามาจะปฏิรูปได้หรือไม่ ถ้าใครทำได้มาบอกที มีใครอาสาไหม ก็ไม่มี วันนี้เราต้องทำให้รอบบ้านเราเชื่อมั่น ลดความหวาดระแวงลง ขณะนี้ประเทศเราติดกับดักประชาธิปไตยที่ยังหาไม่เจอ นอกจากนั้น ยังติดกับดักประเทศที่มีรายได้ปานกลาง วันนี้ต้องทำอย่างไรเพื่อเรา จะก้าวพ้นกับดักเหล่านี้ ในส่วนกับดักประชาธิปไตย เราจะไม่เข้าไปก้าวล่วง วันนี้ มี สนช. สปช. ซึ่งเป็นแม่น้ำ 5 สาย ที่ต้องเดินไปข้างหน้าให้ได้ ไม่ใช่มาตีกันหรือทะเลาะขัดแย้งกัน เช่น 3 เดือนจะเกิดกฎหมายอะไร รัฐธรรมนูญจะเป็นอย่างไร กฎหมายลูกจะมีเรื่องใดบ้าง ซึ่งต้องแก้ที่เรื่องของโครงสร้าง หากไม่ทำตรงนี้ชาติหน้าก็ยังแก้ไม่ได้โดยตีกรอบตัวเองให้ชัดว่า ต้องการอะไร จะปฏิรูปอะไร ซึ่งภายใน 1 ปีควรจะมีอะไรที่เห่นได้ชัดออกมา กฎหมายที่ทำได้ในระยะเวลาอันสั้นก็ให้ทำทันทีอย่าเสียเวลาในการถกเถียงกัน
"ฝากถึงสนช.ว่าอย่าเถียงกันเป็นสภาปกติ เพราะแค่กฎหมายชั่งตวงวัดก็เถียงกันอยู่นั่น กฎหมายแบบนี้เป็นกฎหมายที่ดีแต่ไม่ได้ทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ประเทศมีปัญหาอีกเยอะที่ต้องแก้ไข"พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุการณ์ประท้วง ตนไม่ได้โกรธ และยืนยันที่เข้ามาวันนี้เพื่อต้องการปรับเปลี่ยนและนำไปสู่การ วางรากฐานในอนาคต ความขัดแย้งก็ว่ากันไป แต่ที่เราต้องทำต้องปฏิรูป และพัฒนาต่างๆ เพื่อวางรากฐานเอาไว้ ไม่เช่นนั้นลูกหลานจะอยู่ไม่ได้ในอนาคตอย่างไรก็ตาม ก่อนจบการบรรยาย มีนักศึกษา วปอ. คนหนึ่งสอบถามนายกรัฐมนตรี ถึงความคาดหวังในการปฏิรูป และอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในการปฏิรูป
โดยพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ที่ตนพูดมาทั้งหมดก็ล้วนแต่คาดหวังไม่เช่นนั้นสิ่งที่ทำมาจะเสียเปล่า แต่ก็ขึ้นอยู่กับทุกคนในประเทศที่จะต้องช่วยกัน ซึ่งการปฏิรูปเรื่องใดที่ทำได้ ให้ทำก่อนเพื่อให้มีคนที่มีคุณภาพเข้ามาและลดความขัดแย้ง ความเห็นต่างที่ผ่านมาปัญหามาจากกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ทำให้ติดขัด และไม่มีใครแก้ไขได้ จึงต้องมีรัฐาธิปัตย์ เพื่อให้ทุกอย่างที่หยุดชะงักในช่วง 6 เดือนก่อนหน้านี้ติดปัญหาเรื่องการ เบิกจ่ายงบประมาณ การจ่ายเงินเดือน 1-2 แสนล้านก็ทำไม่ได้ เป็นต้น แล้วจะให้ทำอย่างไร ตนก็ต้องเข้ามาแก้ปัญหา เพราะยอมไม่ได้ที่จะให้ประเทศไทยเป็นแบบนี้ จึงจำเป็นต้องทำ ขณะที่การปฏิรูปในระยะสั้นก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดเผด็จการรัฐสภา การใช้อำนาจโดยไม่โปร่งใส ดังนั้นการบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนประเทศจึงต้องเหนื่อย เพราะมีทั้งปัญหาเก่าที่หมักหมมและปัญหาใหม่ที่จะเป็นอุปสรรคในการเดินหน้า เราจึงต้องลดสิ่งเหล่านี้ลงไป
ทั้งนี้ก่อนจบการบรรยาย มีนักศึกษา วปอ.คนหนึ่งสอบถามนายกรัฐมนตรีถึงความคาดหวังในการปฏิรูปและอุปสรรคที่จะเกิดขึ้นในการปฏิรูป พล.อ.ประยุทธ์ ได้ตอบว่า ที่ตนพูดมาทั้งหมดก็ล้วนแต่คาดหวัง ไม่เช่นนั้นสิ่งที่ทำมาจะเสียเปล่า แต่ก็ขึ้นอยู่กับทุกคนในประเทศที่จะต้องช่วยกัน การปฏิรูปเรื่องใดที่ทำได้ ให้ทำก่อน เพื่อให้มีคนที่มีคุณภาพเข้ามาและลดความขัดแย้ง ความเห็นต่างที่ผ่านมาปัญหามาจากกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ทำให้ติดขัดและไม่มีใครแก้ไขได้ จึงต้องมีรัฎฐาธิปัตย์ เพื่อให้ทุกอย่างที่หยุดชะงักในช่วง 6 เดือนก่อนหน้านี้เดินไปได้
"ผมยอมไม่ได้ที่จะให้ประเทศไทยเป็นแบบนี้ จึงจำเป็นต้องทำ ขณะที่การปฏิรูปในระยะสั้นก็ต้องดูว่าจะทำอย่างไรไม่ให้เกิดเผด็จการรัฐสภา การใช้อำนาจโดยไม่โปร่งใส ดังนั้นการบริหารจัดการเพื่อขับเคลื่อนประเทศจึงต้องเหนื่อย เพราะมีทั้งปัญหาเก่าที่หมักหมมและปัญหาใหม่ที่จะเป็นอุปสรรคในการเดินหน้า เราจึงต้องลดสิ่งเหล่านี้ลงไป ผมคิดว่าคนส่วนใหญ่พอใจและมีความสุขที่รัฐบาลเข้ามาทำงาน อาจมีบางฝ่ายอึดอัดใจ ผมเข้าใจ แต่รัฐบาลต้องทำงาน ส่วนเรื่องกฎหมายพิเศษยังต้องใช้อยู่ ผมยืนยันว่าเข้ามาทำงานเพื่อแก้ปัญหาประเทศ ไม่ได้มาเพื่อต้องการอำนาจ หรือสืบทอดอำนาจใด"นายกรัฐมนตรี กล่าว







