
"สมคิด" การันตีความเจริญใหม่กำลังมา
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Looking Forward อนาคตไทยปี’58” ว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงของการรีฟอร์ม ปฏิรูปประเทศ และอีกไม่นานจะมีการเลือกตั้งอย่างแน่นอน แต่จะสามารถพลิกฟื้นประเทศที่ย่ำแย่มาเกือบทศวรรษกลับมาเป็นดาวเด่นของอาเซียนได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการร่วมมือของคนไทย
สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “Looking Forward อนาคตไทยปี’58” ว่า ขณะนี้ประเทศไทยอยู่ในช่วงของการรีฟอร์ม ปฏิรูปประเทศ และอีกไม่นานจะมีการเลือกตั้งอย่างแน่นอน แต่จะสามารถพลิกฟื้นประเทศที่ย่ำแย่มาเกือบทศวรรษกลับมาเป็นดาวเด่นของอาเซียนได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการร่วมมือของคนไทย
อย่างไรก็ตาม การพลิกฟื้นประเทศนั้นต้องไม่เดินซ้ำรอยข้อผิดพลาดที่ประเทศฟิลิปปินส์เคยเป็นคือ 1.การบริหารที่ผิดพลาด รัฐบาลสนใจแต่นโยบายที่เรียกความนิยม ไม่สนใจความยั่งยืนของประเทศ 2.มีการคอร์รัปชั่นสูงในทุกระดับ แม้กระทั่งกระบวนการยุติธรรมจนทำให้เป็นประเทศน่าเชื่อถืออันดับสุดท้ายของเอเชียตะวันออก และ 3.ละทิ้งความจริงใจจริงจังในการปฏิรูปประเทศ
ดังนั้น รัฐบาลจะต้องระวัง การบริหารจัดการต้องรอบคอบ มีธรรมาภิบาล ยึดหลักการวางรากฐานประเทศ ไม่ใช่ทำไปเพียงให้ผ่านช่วงเวลาหนึ่งไป ไม่เอาอนาคตประเทศไปเสี่ยงภัย ให้ยึดหลักความพอเพียง สมดุลเป็นหัวใจหลัก
สถานการณ์ขณะนี้ ทั้งประชาชนและภาคเอกชนกังวลเรื่องเศรษฐกิจ จะทำให้มีแรงกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ ให้รัฐบาลต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ จึงอยากให้ข้อสังเกตว่า การกระตุ้นนั้นควรทำเท่าที่มีความจำเป็น เพื่อให้คนจนมีรายได้ เศรษฐกิจยืนอยู่ได้ และต้องเป็นการแก้ปัญหาประเทศได้ในระยะยาว การใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจควรใช้ไปกับโครงการที่เป็นที่สำคัญ และเป็นความต้องการของประเทศ
เพราะการเจริญเติบโตจะต้องโตอย่างมีคุณภาพ จากความสามารถทั้งนวัตกรรมเทคโนโลยีไม่ใช่จากการอัดฉีดเงินเข้าระบบซึ่งเป็นการโตแบบชั่วคราว
แม้วันนี้เศรษฐกิจจะซึมเซา แต่ถ้าตั้งสติให้ดี คิดถึงสิ่งที่ผ่านมา วันนี้สถานการณ์ถือว่าทรงตัว อย่างน้อยการเมืองก็สงบ แม้เศรษฐกิจยังไม่กระฉับกระเฉง แต่แนวโน้มดีขึ้น เศรษฐกิจเป็นเรื่องของมนุษย์ที่เป็นผู้กำหนด ถ้ามนุษย์สิ้นหวัง ไม่ทำอะไรเศรษฐกิจก็ไม่ฟื้น
ขณะนี้มีอีก 2 ปัจจัยที่กำลังจะส่งผลต่อเศรษฐกิจไทยอย่างมากเป็นความเจริญใหม่ เรื่องแรกคือ การที่รัฐบาลประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษใน 5 พื้นที่ที่เปรียบเหมือนมณฑลเศรษฐกิจ ได้แก่ มุกดาหาร แม่สอด ตราด อรัญประเทศ สะเดา และจะประกาศเพิ่มเติมอีกในอนาคต จากนี้ต้องเร่งหามาตรการจูงใจนักลงทุนที่มากกว่ามาตรการทางภาษี
เรื่องที่สองคือ การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะจากการได้พบกับนักธุรกิจจีนและญี่ปุ่น ต่างมองประเทศไทยเป็นฮับของอาเซียน เพราะเป็นความโชคดีภูมิศาสตร์ของไทย
“การที่จีนเจอแรงต่อต้านของบางประเทศในอาเซียนเขาต้องการทางออกทะเลออกทางตะวันตก เขาต้องมาที่ไทย ทางญี่ปุ่นก็เหมือนกันต้องการทางออกทะเลขนาบกับจีนออกทางตะวันออกขึ้นไปพม่า อินเดีย ยุโรป ภูมิศาสตร์ของไทยจะเหมือนสมัยก่อนที่อังกฤษกับฝรั่งเศสยึดไทยเป็นฮับของภูมิภาคนี้
หลังจากนี้ต้องเร่งลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเชื่อมมณฑลเศรษฐกิจและเออีซีให้เป็นจริง นั่นคือเหตุผลว่า ทำไมจะต้องมีรถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐาน 1.435 เมตร หนองคายโคราชมาบตาพุด ไม่มีข้อผูกมัดสองข้างทางด้วย จะเป็นครั้งแรกที่เป็นการปฏิรูปจากที่ 100 ปีที่ผ่านมาไม่ได้ปฏิรูปเลย และจะเป็นการพัฒนาภาคอีสานอย่างแท้จริง เรื่องนี้จะต้องอธิบายให้ประชาชนเข้าใจ เกิดความเชื่อใจ วางใจ แล้วการลงทุนจะเกิดขึ้นได้ แล้วความหดหู่จะค่อยๆ น้อยลงไป” สมคิด ฉายภาพ
เรื่องที่สองที่ต้องไม่ซ้ำรอยฟิลิปปินส์ คือเรื่องคอร์รัปชั่น โดยต้องแก้ที่ระบบให้ระบบแก้คอร์รัปชั่น และการปราบปรามจะต้องทำในทุกระดับ เหมือนกับที่รัฐบาลจีนใช้นโยบายจับเสือและจับแมลงวัน โดยไล่จับถึงผู้บริหารระดับสูงของพรรคคอมมิวนิสต์ และกำลังจะตามจับสุนัขจิ้งจอกที่คอร์รัปชั่นแล้วหนีไปต่างประเทศ
ตอนนี้เป็นจังหวะที่ประเทศไทยจะปราบปรามคอร์รัปชั่น บางอย่างไม่ต้องรอคณะปฏิรูปก็ได้ เพราะใช้กฎหมายปกติจัดการได้ยาก ต้องทำภายใต้อำนาจ คสช.
เรื่องสุดท้าย คือความจริงจังและจริงใจในการปฏิรูป หลังจากที่นายกรัฐมนตรีเรียกประชุมแม่น้ำ 5 สาย ฟังนโยบายแล้วก็รู้สึกมีความหวัง เพราะที่ผ่านมาไม่เคยเห็นผู้นำประเทศลงมาเล่นเรื่องการปฏิรูปประเทศด้วยตัวเอง ผู้นำต้องจี้งานทุกวัน แม้ไม่ได้ 100% ได้ 50% หรือ 20% ก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไร จะต้องทำให้คนคุณภาพที่มาร่วมทำงานให้รัฐบาล ร่วมกันทำประโยชน์ให้ประเทศให้ได้







