posttoday
โต้ไทยไม่ใช่ ‘จุดหมายอันตราย’

โต้ไทยไม่ใช่ ‘จุดหมายอันตราย’

19 พฤศจิกายน 2557

“ไทย จุดหมายอันตราย” หนังสือชื่อไม่น่าพิสมัยสำหรับชาวไทย ซึ่งเขียนโดย จอห์น สเตเปิล ชาวออสเตรเลีย ซึ่งโจมตีประเทศไทยว่า แม้หน้าฉากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับและเป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยอาชญากรรมและอันตรายต่อชาวต่างชาติ และตัวสเตเปิลไม่แปลกใจเลยที่เกิดคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่าขึ้นเมื่อเดือน ก.ย.

“ไทย จุดหมายอันตราย” หนังสือชื่อไม่น่าพิสมัยสำหรับชาวไทย ซึ่งเขียนโดย จอห์น สเตเปิล ชาวออสเตรเลีย ซึ่งโจมตีประเทศไทยว่า แม้หน้าฉากจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยวติดอันดับและเป็นเมืองแห่งรอยยิ้ม แต่เบื้องหลังกลับเต็มไปด้วยอาชญากรรมและอันตรายต่อชาวต่างชาติ และตัวสเตเปิลไม่แปลกใจเลยที่เกิดคดีฆาตกรรมสองนักท่องเที่ยวที่เกาะเต่าขึ้นเมื่อเดือน ก.ย.

อย่างไรก็ตาม โจแอนนา คุก ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สาขาลอนดอน แสดงความคิดเห็นว่า เรื่องราวที่นำเสนอในหนังสือ “ไทย จุดหมายอันตราย” ของสเตเปิล เป็นการกล่าวเกินจริง เนื่องจากอุบัติเหตุ การปล้น และนักท่องเที่ยวที่เสียชีวิต ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ประเทศไทยเพียงที่เดียวเท่านั้น แต่เกิดขึ้นไปทั่วโลก

“หนังสือของจอห์น สเตเปิล เป็นการกล่าวเกินจริง และเรามั่นใจว่าผู้คนที่ก้าวผ่านหนังสือเล่มนี้ไปได้ จะค้นพบว่าประเทศไทยไม่ใช่สถานที่อันตรายที่สุดในโลก” คุก กล่าว

คุก ยังเปิดเผยอีกว่า ในประเทศอังกฤษมีนักท่องเที่ยวถึง 8.6 แสนคน ที่เดินทางไปประเทศไทยทุกปี และมีจำนวนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ โดยมีนักท่องเที่ยวถึง 65% ที่กลับไปประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ระบุว่าเพลิดเพลินไปกับช่วงเวลาที่ปราศจากปัญหาและความปลอดภัยในประเทศไทย จึงอยากกลับไปเที่ยวประเทศไทยอีกครั้ง

“ถ้าหากประเทศไทยไม่ปลอดภัยจริง ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่กลับไปประเทศไทยอีกครั้งคงไม่สูงขนาดนี้” ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ กล่าว

ทั้งนี้ คุกไม่ได้ปฏิเสธว่าประเทศไทยไม่มีปัญหาอาชญากรรมเลย และประเทศไทยก็ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าวและเริ่มแก้ไข เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย

ยกตัวอย่างเช่น การใช้แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนเป็นเครือข่ายข้อมูลสำหรับนักท่องเที่ยว การเพิ่มกล้องวงจรปิดและไฟถนน การเข้มงวดเรื่องการขายแอลกอฮอล์และยาเสพติด รวมถึงการทบทวนมาตรการความปลอดภัยทั้งทางน้ำ ทางถนน และทางรถไฟ นอกจากนี้ยังมีการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างผิดกฎหมายที่ชายหาด ทั้งในพัทยา ภูเก็ต หัวหิน ภายใต้กฎอัยการศึกอีกด้วย

คุกแสดงความคิดเห็นว่า นักท่องเที่ยวเองก็ต้องเคารพความแตกต่างทางกฎหมายและวัฒนธรรมท้องถิ่นของประเทศไทยเช่นเดียวกัน เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญปัญหาต่างๆ

“พวกเราแนะนำนักท่องเที่ยวอยู่เสมอว่า ควรคำนึงและเคารพถึงวัฒนธรรมท้องถิ่นและกฎหมายอยู่เสมอเมื่อไปเที่ยวต่างประเทศ เพื่อให้การท่องเที่ยวนั้นปราศจากปัญหาและเป็นวันหยุดที่ดี” ประชาสัมพันธ์ ททท. สาขาลอนดอน ระบุ

ทั้งนี้ สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานอ้างผลสำรวจของมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซึ่งสอบถามความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวต่างชาติถึง 1,044 คน โดย 86% ของผู้ตอบแบบสอบถามคิดว่าประเทศไทยเป็นจุดหมายท่องเที่ยวที่ปลอดภัย ในขณะที่มีเพียง 2.4% เท่านั้นที่ไม่คิดเช่นนั้น โดยมี 11.5% ที่ไม่ได้ฟันธงว่าประเทศไทยปลอดภัยหรือไม่

ผลสำรวจยังชี้ให้เห็นอีกด้วยว่า นักท่องเที่ยวถึง 92% ตัดสินใจจะกลับมาประเทศไทยอีกครั้ง และจะแนะนำเพื่อนและญาติให้มาประเทศไทยอีกด้วย

นอกจากนี้ แบบสอบถามยังได้สำรวจความคิดเห็นของนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับกฎอัยการศึกอีกด้วย โดย 70% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เห็นว่ากฎอัยการศึกไม่ได้ขัดขวางการมาท่องเที่ยวยังประเทศไทยแต่อย่างใด ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่แล้วจะพิจารณาศิลปวัฒนธรรมประเพณีเป็นปัจจัยในการเลือกสถานที่ท่องเที่ยวมากกว่า รวมถึงบางส่วนยังมีเป้าหมายชัดเจนในการมาเที่ยวพักผ่อนริมชายหาดอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ผลสำรวจดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงปัญหาที่นักท่องเที่ยวเผชิญในประเทศไทย เช่น 22% ของนักท่องเที่ยวระบุว่ามีปัญหากับรถตุ๊กตุ๊กและแท็กซี่ที่คิดราคาเกินจริง ในขณะที่ 15% ระบุถึงปัญหาการจราจรติดขัดในกรุงเทพฯ นอกจากนี้ 12% ยังได้ระบุว่ามีปัญหาด้าน
การสื่อสารภาษาอังกฤษกับคนไทยอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท