
ยังเร็วเกินไป
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของญี่ปุ่น ไตรมาส 3 ที่ผ่านมาหดตัวลง 1.6% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นับเป็นการหดตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ที่ 7.3% ซึ่งการที่เศรษฐกิจหดตัวติดต่อกันถึง 2 ไตรมาส เท่ากับว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค
ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของญี่ปุ่น ไตรมาส 3 ที่ผ่านมาหดตัวลง 1.6% จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว นับเป็นการหดตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ที่ 7.3% ซึ่งการที่เศรษฐกิจหดตัวติดต่อกันถึง 2 ไตรมาส เท่ากับว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นกำลังเข้าสู่ภาวะถดถอยทางเทคนิค
อย่างไรก็ดี บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชียล ไทมส์ แสดงความเห็นว่า ยังเป็นการเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่านโยบาย “อาเบะโนมิกส์” นั้นล้มเหลว เนื่องจากยังมีสัญญาณหลายอย่างที่บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจที่ซบเซาอย่างยาวนานกว่า 2 ทศวรรษกำลังจะสิ้นสุดลง อาทิ สัดส่วนค่าจ้างที่เพิ่มค่อยๆ ปรับเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
บทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ ระบุต่อไปว่า นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ยังมีโอกาสเหลือในการกระตุ้นเศรษฐกิจแดนปลาดิบ อาทิ การเลื่อนการขึ้นภาษีการค้าจาก 8% เป็น 10% จากกำหนดเดิมที่ช่วงเดือน ต.ค.ปีหน้า ถึงแม้ว่าอาจกระทบต่อภาวะทางการคลังของรัฐบาลซึ่งแบกหนี้มหาศาล แต่ไฟแนนเชียล ไทมส์ ย้ำว่า เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังเปราะบางเกินไปและยังต้องพึ่งพาการบริโภคภายในอยู่มาก ไม่เพียงเท่านั้น อาเบะยังมีทางเลือกในการประกาศยุบสภาและเลือกตั้งใหม่ ซึ่งการเป็นกลไกที่ทำให้อาเบะสามารถทำงานอยู่ในทำเนียบรัฐบาลได้นานขึ้น เพื่อสานต่อนโยบายอาเบะโนมิกส์ให้สำเร็จ
ไฟแนนเชียล ไทมส์ ทิ้งท้ายไว้ว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจญี่ปุ่นให้กลับมาสู่ภาวะการเติบโตได้อีกครั้ง นั่นคือ การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ซึ่งไม่ใช่เป็นเพียงแค่นโยบายหาเสียงช่วงเลือกตั้งเท่านั้น แต่หมายถึงการปฏิรูปเศรษฐกิจอย่างจริงจังเพื่ออนาคตของแดนอาทิตย์อุทัย







