
หลักการแนวทางในการจัดทำแผนปรองดอง
....สุเทพ กล่ำทวี
ถ้าจะกล่าวถึงแผนปรองดอง (Reconciliation Plan) ทั้งที่เป็นแผนปรองดองภายในประเทศ (Domestic Reconciliation Plan) และแผนปรองดองระหว่างประเทศ (International Reconciliation Plan) ทั้งสองรูปแบบมีทั้งความเหมือนและความแตกต่างกันที่น่าสนใจ รวมทั้งหลักการ แนวคิด และการปฏิบัติที่ล้วนแล้วแต่น่าศึกษา เพื่อประโยชน์ต่อทุกประเทศในโลกที่มีความจำเป็นต้องใช้แผนปรองดองเป็นกลไกในการนำไปสู่ความสมัครสมานสามัคคีของคนในชาติในระยะยาว
แผนการปรองดองทั้งระดับภายในประเทศและระดับระหว่างประเทศเป็นหลักการและแนวคิดที่มีความเหมือนกันคือ ต้องการให้ฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันในสังคม ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งจนนำไปสู่ความรุนแรงได้ มีโอกาสหันหน้ามาทำงานร่วมกัน หันมาให้ความสำคัญกับเป้าหมายร่วม (Common Goal)
นั่นก็คือความพยายามที่จะช่วยกันสร้างความสามัคคีและความสมานฉันท์ให้เกิดขึ้นในสังคมทุกระดับ ทั้งระดับภายในประเทศและระดับระหว่างประเทศ เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ
แผนปรองดองทั้งในประเทศและระหว่างประเทศมีความเหมือนที่วางไว้เป็นมาตรฐานเหมือนกันทั่วโลก ได้แก่ การที่จะต้องกำหนดโครงสร้าง (Structure) และกระบวนการ (Process) ในการจัดทำ และนำเอาแผนดังกล่าวไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดเป็นผลเชิงรูปธรรม
โดยปกติแล้วแผนการปรองดองทั้งในระดับภายในประเทศและระดับระหว่างประเทศมักจะเกิดขึ้นหลังจากที่ประเทศหนึ่งๆ เกิดความขัดแย้งขึ้นแล้วจนถึงขั้นมีความรุนแรง และเกิดผลเสียหายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมากมายมหาศาล
โดยหลักการแล้วการสร้างแผนการปรองดองก็เพื่อจุดประสงค์หลักในการเปิดโอกาสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และผ่านการยอมรับจากสาธารณะให้ฝ่ายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อกันได้มีโอกาสวิเคราะห์ถึงสาเหตุ รวมทั้งหาทางออกร่วมกัน และร่วมกันพัฒนาสังคมและประเทศชาติให้เดินหน้าอย่างเข้มแข็งในระยะยาว
โครงสร้างของแผนปรองดองทั้งในและระหว่างประเทศมักจะได้แก่ 1) การกำหนดประเด็นต่างๆ อย่างรอบคอบและครอบคลุมให้มากที่สุด เพื่อนำไปสู่การปรองดองที่แท้จริง เช่น ประเด็นด้านความมั่นคง ด้านกฎหมายรัฐธรรมนูญ ด้านสิทธิมนุษยชน ด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เป็นต้น 2) การกำหนดทีมหรือคณะทำงานสำหรับแผนการปรองดองโดยเฉพาะ จะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการทำงานเชิงสันติ มีความเป็นกลาง และได้รับการยอมรับอย่างสูงในสังคม 3) การกำหนดเป้าหมายของแผนปรองดองว่าต้องการจะได้อะไรจากแผนปรองดอง 4) การกำหนดตัวชี้วัดผล (Key Performance Indicators) จากแผนปรองดอง 5) การติดตามประเมินผลและการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์และรูปแบบในการทำงานเพื่อให้แผนปรองดองไปสู่การได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และ 6) การกำหนดกรอบระยะเวลา (Timeframe) การทำงานให้ครอบคลุมตั้งแต่การเริ่มจัดทำแผนปรองดองไปจนถึงจุดสิ้นสุดของแผนปรองดอง
สัปดาห์หน้าติดตามกันต่อว่า เมื่อได้โครงสร้างของแผนปรองดองแล้ว สิ่งที่เป็นองค์ประกอบและปัจจัยในการเดินหน้าแผนดังกล่าวต่อไปอย่างไร







