
ยุทธศาสตร์ชาติ
นอกจากคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน หรือ กกร. เตรียมเสนอข้อสรุปมาตรการฟื้นฟูประเทศ ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ใน 4 แนวทางต่อรัฐบาลผ่านการประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ หรือ กรอ. วันที่ 14 มิ.ย.นี้
ประเด็นหลักในการฟื้นฟูประเทศทุกด้าน ได้แก่ 1.มาตร การยุติความแตกแยกในสังคม 2.มาตรการช่วยลดความเหลื่อมล้ำและกระจายรายได้ ยกระดับรายได้ภาคการเกษตรและแรงงาน 3.สนับสนุนให้คนไทยใช้ของไทย เที่ยวเมืองไทย เพื่อรายได้กระจายหมุนเวียนในท้องถิ่น และ 4.มาตรการป้องกันและปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันทุกภาคส่วน
แนวทางการฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองของภาคเอกชนที่เสนอให้รัฐบาลดังกล่าว นับว่ามีแนวทางคล้ายกับแผนปรองดองของรัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ 5 ข้อ และเห็นเป็นรูปธรรมในการปฏิบัติมากขึ้น โดยในการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม ได้เสนอรัฐบาลให้ดำเนินการยกระดับรายได้เกษตรกรและแรงงาน เพื่อให้มีสภาพความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นทันกับการเติบโตของภาคส่วนอื่น
ทั้งนี้ นอกจากมาตรการฟื้นฟูประเทศ ที่ 3 สถาบันเอกชนเสนอดังกล่าวแล้ว ทางภาคเอกชนยังเตรียมเสนอแผนพัฒนาชาติระยะยาวทางเศรษฐกิจ ด้วยการเสนอยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแห่งชาติ โดยต้องการให้มีผลในแง่ของกฎหมาย ให้เกิดผลทางปฏิบัติมากกว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เมืองไทยใช้มาแล้ว 10 ฉบับ ด้วยการกำหนดให้ทุกรัฐบาลที่เข้ามามีอำนาจบริหารประเทศ ต้องพัฒนาชาติตามยุทธศาสตร์ดังกล่าว
เหตุผลเพราะเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง พรรคการเมืองที่ขึ้นมามีอำนาจใหม่จะปรับเปลี่ยนนโยบาย เพิ่มความเสี่ยงในการพัฒนาเศรษฐกิจของชาติให้ไม่สามารถก้าวหน้าได้ในหลายๆ เรื่อง ซึ่งยุทธศาสตร์เศรษฐกิจแห่งชาติที่กำหนดไว้ส่วนใหญ่จะเป็นการลงทุนสาธารณูปโภคพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนการพัฒนาประเทศ เช่น โครงการบริหารจัดการน้ำ โครงการพัฒนาการขนส่งระบบรางทั่วประเทศ
หากยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของชาติเดินหน้าตามกำหนดในนโยบาย แม้การเมืองจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร ถ้าเป็นเช่นนี้ได้ ภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรม การค้าบริการ จะสามารถพัฒนาไปตามยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของชาติ โดยไม่เสี่ยงกับความผันผวนทางการเมือง ที่อาจมีการปรับเปลี่ยนแผนนโยบายเพื่อประโยชน์ของพวกพ้อง หรือโครงการพัฒนาชาติ อาจต้องเชื่องช้าจากการเปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ ที่ขณะนี้จะมีการปรับเปลี่ยนรัฐมนตรีกันเฉลี่ยอยู่ที่รอบละกว่า 1 ปี ซึ่งรัฐมนตรีใหม่กว่าจะเรียนรู้งานจนสามารถปฏิบัติได้ก็เกือบจะครบรอบต้องเปลี่ยนตัวจากเหตุผลทางการเมือง
รัฐบาลจึงน่าจะมีการพิจารณาข้อเสนอในเรื่องการกำหนดยุทธศาสตร์เศรษฐกิจของชาติที่มีผลในทางปฏิบัติบังคับให้ฝ่ายบริหารต้องทำจริงเหมือนหลายประเทศที่เจริญ มีการกำหนดยุทธศาสตร์ของชาติชัดเจน







