posttoday
อุตสาหกรรมเหล็กกับการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย

อุตสาหกรรมเหล็กกับการพัฒนาเศรษฐกิจของไทย

18 พฤศจิกายน 2557

สัปดาห์ที่แล้ว ผมได้เล่าถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมเหล็กที่มีต่อการพัฒนาประเทศ และชี้ให้เห็นว่า ถึงแม้ไทยจะเป็นผู้ใช้เหล็กกล้า (Steel) ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการก่อสร้างมากถึงปีละ 17-18 ล้านตัน แต่สามารถผลิตเหล็กกล้าได้เองภายในประเทศเพียงปีละ 6-7 ล้านตันเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีกปีละประมาณ 10 ล้านตัน ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมของไทยเสียเปรียบผู้ประกอบการในประเทศที่สามารถผลิตเหล็กกล้าได้เอง

สัปดาห์ที่แล้ว ผมได้เล่าถึงความสำคัญของอุตสาหกรรมเหล็กที่มีต่อการพัฒนาประเทศ และชี้ให้เห็นว่า ถึงแม้ไทยจะเป็นผู้ใช้เหล็กกล้า (Steel) ในภาคอุตสาหกรรมการผลิตและการก่อสร้างมากถึงปีละ 17-18 ล้านตัน แต่สามารถผลิตเหล็กกล้าได้เองภายในประเทศเพียงปีละ 6-7 ล้านตันเท่านั้น ส่วนที่เหลืออีกปีละประมาณ 10 ล้านตัน ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมของไทยเสียเปรียบผู้ประกอบการในประเทศที่สามารถผลิตเหล็กกล้าได้เอง

ความจริงปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ ถ้าไทยมีโรงงานถลุงเหล็กของตัวเอง แต่เนื่องจากปัญหาและอุปสรรคหลายประการที่อยู่นอกเหนือความควบคุมของผู้ประกอบการ ทำให้โครงการก่อสร้างโรงงานถลุงเหล็กในประเทศต้องหยุดชะงักไป และท้ายที่สุดผู้ประกอบการจำเป็นต้องตัดสินใจไปลงทุนดำเนินกิจการโรงถลุงเหล็กและโรงงานผลิตเหล็กกล้า (Steel Making Plant) ในสหราชอาณาจักรแทน

ผมมีโอกาสไปเยี่ยมชมโรงงานถลุงเหล็กของบริษัท Sahaviriya Steel Industries (UK) ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัท สหวิริยาสตีลอินดัสตรี จำกัดของไทย เมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว ได้เห็นความพยายามของผู้ประกอบการไทยที่มิได้นิ่งเฉยที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพในการแข่งขันของธุรกิจของตนเองและของประเทศชาติโดยส่วนรวมอย่างเป็นรูปธรรม จึงอยากเก็บสิ่งที่ได้เห็นมาเล่าสู่กันฟัง

ท่านผู้อ่านส่วนใหญ่คงทราบดีว่า สะพานที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในเชิงประวัติศาสตร์ของกรุงรัตนโกสินทร์ คือ สะพานปฐมบรมราชานุสรณ์ หรือสะพานพุทธนั้น เป็นสะพานที่สร้างขึ้นในปี 2472 เนื่องในโอกาสที่สถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ครบ 150 ปี แต่อาจไม่ทราบว่าโครงสร้างของสะพานแห่งนี้ ซึ่งเป็นสะพานเหล็กเปิดปิดได้แห่งแรกของไทย ออกแบบและสร้างขึ้นในประเทศอังกฤษ ที่เมือง TEESSIDE ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ตั้งของโรงงานถลุงเหล็กและผลิตเหล็กกล้าของบริษัท SSI UK ซึ่งเป็นบริษัทลูกของบริษัทไทยนี้เอง

ในฐานะที่เป็นคนไทยคนหนึ่ง สิ่งแรกที่ผมสะดุดตาเมื่อมาถึงโรงงานถลุงเหล็กที่ใหญ่ที่สุดในประเทศอังกฤษแห่งนี้ คือธงชาติไทยที่โบกสะบัดอยู่หน้าประตูทางเข้าโรงงานเคียงคู่กับธงยูเนียนแจ็ก หรือธงชาติอังกฤษที่เราคุ้นเคยกันดี

ว่าไปแล้ว ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมได้เห็นธงชาติไทยและธงชาติของประเทศอื่นถูกชักขึ้นเคียงคู่กันบนยอดเสาธงหน้าโรงงานอุตสาหกรรม แต่ที่ได้เห็นมาก่อนหน้านี้จะเห็นอยู่หน้าโรงงานของนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นธงชาติไทยโบกสะบัดอยู่บนผืนแผ่นดินของประเทศอื่นที่เป็นประเทศมหาอำนาจ หน้าโรงงานที่นักลงทุนไทยเป็นเจ้าของ ทำให้เกิดความภาคภูมิใจที่ได้เห็นธงชาติไทยและธงชาติของประเทศอื่นอยู่หน้าทางเข้าโรงงานอุตสาหกรรมแห่งนี้ และยิ่งต่อมาทราบจากการรายงานสรุปของผู้บริหารชาวอังกฤษ ว่า สถานที่แห่งนี้คือสถานที่สร้างสะพานพระพุทธยอดฟ้าเมื่อ 85 ปีที่แล้ว ก็ยิ่งทวีความภูมิใจที่เกิดขึ้น

โรงงานถลุงเหล็กและโรงงานผลิตเหล็กกล้าของ SSI UK เป็นโรงงานอุตสาหกรรมหนักขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ มีเนื้อที่บริเวณโรงงานกว่า 2,200 ไร่ มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบวงจร (Fully Intregrated Site) มีท่าเรือน้ำลึกที่สามารถให้เรือบรรทุกสินค้าขนาด 1.5 แสนตัน ที่บรรทุกวัตถุดิบ เช่น สินแร่เหล็ก (ORE) และถ่านหิน เข้าเทียบท่าเพื่อป้อนโรงงานถลุงเหล็ก และบรรทุกเหล็กกล้าแผ่น (SLAB) ที่ผลิตได้ในโรงงานออกไปจำหน่ายต่างประเทศ มีทางรถไฟลำเลียงเหล็กดิบจากโรงงานถลุงเหล็กไปส่งเข้าโรงงานผลิตเหล็กกล้าซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน มีโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าของตนเอง และมีพื้นที่กว้างขวางเพื่อวางกองสินแร่ และถ่านหินเป็นสัดส่วน ซึ่งในวันที่ผมไปเยี่ยมชมโรงงาน ได้เห็นกองสินแร่เหล็กและถ่านหินสูงเป็นเนินเขาขนาดย่อมอยู่เต็มบริเวณ

นอกจากโรงงานถลุงเหล็กแล้ว ในบริเวณเดียวกันยังมีโรงงานบดถ่านหินให้ละเอียดเพื่อนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิงในเตาถลุง ซึ่งผู้ประกอบการเพิ่งลงทุนก่อสร้างเสร็จและเปิดเดินเครื่องมาก่อนหน้านี้ไม่นานถ่านหินบดละเอียดนี้ให้ความร้อนสูงกว่าการใช้ถ่านหินที่ไม่ผ่านการบดละเอียดเป็นเชื้อเพลิง สามารถลดต้นทุนในการถลุงเหล็กลงได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญมากในการดำเนินธุรกิจนี้ที่จะต้องลดต้นทุนการผลิตต่อน้ำหนักเหล็กดิบที่ผลิตได้ต่อตันให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน หรือต่ำกว่ามาตรฐาน จึงจะสามารถทำกำไรได้

คำว่า “โรงงาน” ที่ผมพูดถึงในที่นี้ เป็นโรงงานขนาดใหญ่ คือ ทั้งสูง ทั้งใหญ่ และถูกก่อสร้างอย่างแข็งแรงเหมือนป้อมค่าย เพราะอุตสาหกรรมนี้เป็นอุตสาหกรรมที่หนักจริงๆ สมชื่อ เครื่องจักรทุกตัว ปั้นจั่นทุกชิ้นจะต้องสามารถรับน้ำหนักและความร้อนที่เกิดจากเหล็กที่หลอมเสร็จใหม่ๆ ได้ ผมไม่อยากพูดเป็นองศา เพราะจะทำให้บทความนี้กลายเป็นคู่มือการประกอบอุตสาหกรรมถลุงเหล็กและผลิตเหล็กกล้าไป เอาแค่ว่าเวลาจะเข้าไปในโรงงานจะต้องใส่ชุดกันความร้อนและกันไฟ ปิดหน้าปิดตา ใส่ถุงมือ ใส่แว่น ใส่หมวกนิรภัย ใส่ถุงเท้าหนาเป็นพิเศษ ใส่รองเท้าบู๊ตกันความร้อนหนักหลายกิโล มองดูเหมือนชุดมนุษย์อวกาศ เวลาเดินค่อนข้างจะทรมานราษฎรอาวุโสอย่างผมค่อนข้างมากที่จะตามให้ทันฝรั่งตัวโตๆ

อย่างที่ได้เล่าให้ฟังตอนต้นครับว่า เมือง TEESSIDE นี้เป็นเมืองที่สร้างสะพานพุทธเมื่อ 85 ปีที่แล้ว เป็นเมืองอุตสาหกรรมเหล็กมานานกว่า 150 ปี ผู้คนในเมืองจึงคุ้นเคยและเข้าใจธุรกิจถลุงเหล็กมานานหลายชั่วคน โรงงานถลุงเหล็กแห่งนี้ถูกรายล้อมด้วยที่อยู่อาศัยของผู้คน มีสนามกอล์ฟที่สวยงามมากแห่งหนึ่งตั้งอยู่ติดกับโรงงานถลุงเหล็ก โดยมีถนนแคบๆ กั้นอยู่ เลยไปไม่ไกลมีหาดทรายสวยงามริมทะเลเหนือ (North Sea) ให้คนไปเที่ยวว่ายน้ำทะเลพักผ่อนหย่อนใจกัน ซึ่งฝรั่งที่พาผมไปบอกว่า เงินที่ท้องถิ่นนำมาพัฒนาชายหาดให้สวยงาม คือเงินภาษีท้องถิ่นที่เก็บจากโรงงานถลุงเหล็กของ SSI UK นั่นเอง

พูดถึงตรงนี้ ต้องบอกว่านอกจากภาษีที่จ่ายให้ท้องถิ่นแล้ว โรงงานถลุงเหล็กและโรงงานเหล็กกล้าแห่งนี้ยังจ้างงานในท้องถิ่นเกือบ 2,000 คน ไม่นับผู้รับเหมาภายนอกอีก 1,000 กว่าราย จึงเป็นธุรกิจที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นมากรายหนึ่ง และยังเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ สามารถส่งเหล็กกล้าไปขายในต่างประเทศคิดเป็นมูลค่าถึง 7% ของมูลค่าการส่งออกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของอังกฤษ ทางการอังกฤษจึงให้ความสนับสนุนอย่างเต็มที่ แม้แต่พระราชวงศ์ระดับสูง เช่น เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ และเจ้าชายแอนดรูว์ พระอนุชา ก็เคยเสด็จมาทอดพระเนตรกิจการโรงงานถลุงเหล็กแห่งนี้หลายครั้งด้วยความสนพระทัย

ผมไปเยี่ยมชมโรงงานแห่งนี้แล้ว ก็ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่งประเทศไทยจะมีโรงงานถลุงเหล็กและผลิตเหล็กกล้าของตนเองที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย สามารถอยู่ร่วมกับชุมชนในท้องถิ่นได้อย่างกลมกลืน โดยร่วมกันแบ่งปันผลประโยชน์จากธุรกิจที่จะเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมของประเทศ และร่วมกันดูแลรักษาสภาพแวดล้อมและวิถีชีวิตของชุมชนให้ดำรงอยู่อย่างมีคุณภาพตลอดไปเหมือนโรงงานถลุงเหล็กของไทยในเมือง TEESSIDE ในประเทศอังกฤษ

ที่แน่ๆ ถ้าท่านเป็นคนไทยและเผอิญอยู่ในเมือง TEESSIDE ชาวเมืองทุกคนที่นั่นจะมีทัศนคติต่อท่านเหมือนทัศนคติของคนไทยที่มีต่อชาวญี่ปุ่นที่มาลงทุนในประเทศไทย

ต้องคอยระวังตัวเองไม่ให้เหลิงครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท