posttoday
ขอปรบมือให้ กลต.ออกมาตรการคุม ‘หุ้นร้อน’

ขอปรบมือให้ กลต.ออกมาตรการคุม ‘หุ้นร้อน’

18 พฤศจิกายน 2557

จากข่าวล่าสุดที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ประกาศนโยบายเพิ่มเติมเรื่องการคุม “หุ้นร้อน” เมื่อวันศุกร์ที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่าก.ล.ต.เพิ่มเกณฑ์คุมเข้มหุ้นเสี่ยงสูงต่อ สั่งปรับปรุงเกณฑ์คำนวณหลักทรัพย์ที่มีอัตราการซื้อขายหมุนเวียนสูง

จากข่าวล่าสุดที่สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ประกาศนโยบายเพิ่มเติมเรื่องการคุม “หุ้นร้อน” เมื่อวันศุกร์ที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา ว่าก.ล.ต.เพิ่มเกณฑ์คุมเข้มหุ้นเสี่ยงสูงต่อ สั่งปรับปรุงเกณฑ์คำนวณหลักทรัพย์ที่มีอัตราการซื้อขายหมุนเวียนสูง

นายวรพล โสคติยานุรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า สำนักงาน ก.ล.ต. ได้ทำการปรับปรุงเกณฑ์คำนวณหลักทรัพย์ที่มีอัตราการซื้อขายหมุนเวียนสูง (Turnover List) เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการซื้อขายในปัจจุบัน โดยเริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ตั้งแต่วันที่ 28 พ.ย.นี้

การปรับปรุงดังกล่าวจะครอบคลุม

1.การไม่กำหนดจำนวนหลักทรัพย์ที่ติดเกณฑ์เทิร์นโอเวอร์ลิสต์ ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) จากเดิมที่มีการกำหนดจำนวนไว้ และ

2.การเพิ่มเติมกรณีที่หุ้นสามัญของบริษัทจดทะเบียนทั้งในตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ที่ติดเทิร์นโอเวอร์ลิสต์ ให้ใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ (Warrant) ของบริษัทนั้น ติดเทิร์นโอเวอร์ลิสต์ควบคู่ไปด้วย รวมทั้ง

3.ปรับปรุงสูตรการคำนวณให้ไม่ซับซ้อน โดยยังคงให้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับของเดิม เป็นเจตนาต้องการกำกับดูแลให้ตลาดหลักทรัพย์ซื้อขายบนหลักของเหตุผลและปัจจัยพื้นฐาน ก็นับว่าเป็นเจตนาที่ดี หากจะดูว่ามีหุ้น “อภินิหาร” ทั้งในตลาดหลักทรัพย์ฯ และตลาด mai จำนวนไม่น้อย

...หุ้นบางหุ้น Market Cap 4,500 ล้านบาท เพิ่มจาก 800 ล้านบาทเมื่อปลายปี และ 200 ล้านบาทปีก่อนหน้า มียอดขายเพียง 30 ล้านบาทเท่านั้นในครึ่งปีแรก ขาดทุนมาตลอด 3 ปี

...หุ้นบางหุ้น Market Cap 1.2 หมื่นล้านบาท เพิ่มจาก 400 ล้านบาทเมื่อปลายปี และ 100 ล้านบาทปีก่อนหน้า มียอดขายเพียง 30 ล้านบาทเท่านั้นในครึ่งปีแรก ก่อนหน้านี้ก็ขาดทุนมา 2-3 ปี โดยเฉพาะหากไม่รวมรายได้อื่น

...หุ้นบางหุ้น Market Cap 2.4 หมื่นล้านบาท เพิ่มจาก 1,400 ล้านบาทเมื่อปลายปี และ 700 ล้านบาทปีก่อนหน้า มียอดขายเพียง 400 ล้านบาทเท่านั้นในครึ่งปีแรก ขาดทุนมาตลอด 3 ปี เช่นกัน

และอื่นๆ อีกมากมาย

แต่เกณฑ์ก่อนหน้านี้ มีการจำกัดจำนวนหุ้นที่จะติดเงื่อนไข Turnover List โดยเฉพาะใน mai ก่อนหน้านี้จะจำกัดเพียง 5 หุ้นเท่านั้น ผมได้เคยตั้งคำถามว่า “ในตลาด mai เคยประกาศหุ้น Turnover List เพียง 5 หุ้น ถ้าไม่จำกัดจะมีกี่หุ้น”

ผมได้รับคำตอบว่า “บางสัปดาห์ถึง 50 หุ้น!” นับเป็นสภาวะลูกโป่งที่น่าระมัดระวัง โดยมีข้อมูลที่ผมสรุปเป็นรายงานต่อคณะกรรมการของผม (ดูตารางประกอบ)

ข้อสังเกตคือ ตั้งแต่ต้นปี ดัชนี mai ขึ้นไปแล้ว 122%! โดยดัชนี SET ปรับตัวสูงขึ้นเพียง 28%

ตลาด mai มีพี/อีเรโชสูงถึง 70 เท่า! แต่ตลาด SET เพียง 18-19 เท่า

ตลาด mai มีราคาต่อมูลค่าทางบัญชีสูงถึง 6 เท่า! แต่ตลาด SET เพียง 2 เท่า

การซื้อขายต่อวันของ mai อยู่ที่ 700 ล้านบาท ในเดือน ม.ค. แต่กลายเป็นกว่า 1 หมื่นล้านบาท ในเดือนนี้!

ที่ผมเขียนนี้ ยังเห็นว่ามีหุ้นดีๆ ในตลาด mai ราคาสมเหตุผลอยู่พอสมควร แต่มีหุ้นที่ราคาเกินปัจจัยพื้นฐานไปมากแล้วก็ไม่น้อยทีเดียว

ท่านผู้อ่านครับ ย้อนไปสมัยปี 2008 หุ้น LIVE (2008) ตอนนั้น ทำให้ลูกค้าขาดทุนมากมาย ทำให้ Market Cap ตกจาก 2 หมื่นล้านบาท เหลือเพียง 200 ล้านบาท โดยหุ้นตกฟลอร์ 8 วันติด (2 วันเหลือครึ่งหนึ่ง 4 วันเหลือ 1 ใน 4) โบรกเกอร์ที่ปล่อยกู้หุ้นนั้น ขาดทุน 1,000 ล้านบาท ลูกค้าต้องล้มละลาย... สมัยนี้มีหุ้นอย่างนั้นนับสิบๆ หุ้น!

ตอนนั้นที่ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ขณะนั้นเป็นเพียง บล.กิมเอ็ง) ผ่านพ้นมาได้ ด้วยการขอให้หุ้น LIVE อยู่ใน Cash Balance คือ ให้ลูกค้าที่สนใจซื้อ ชำระเงินเต็ม 100% ล่วงหน้า ตั้งแต่วันที่ 2-3 ก็เป็นการปกป้องบริษัทไม่ให้มีขาดทุนจากหนี้เสีย และช่วยเตือนให้ลูกค้ายั้งคิดก่อนลงทุนด้วย ทำให้ลดความเสียหายของลูกค้าไปได้มากทีเดียว

ดังนั้น การที่สำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งนำโดยท่านเลขาธิการ ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์ กำหนดเงื่อนไขนี้ สำหรับใช้กำกับการซื้อขายหุ้นไร้พื้นฐานนี้ ก็ถือว่าเป็นมาตรการที่จริงใจเพื่อปกป้องนักลงทุนผู้มีพระคุณของเรา และเราทุกคนในวงการตลาดทุน ผมขอปรบมือให้กำลังใจด้วยใจจริงครับ

กติกานี้จะถูกใช้ในช่วงประมาณอีก 1-2 สัปดาห์ ระหว่างนี้อาจเป็นช่วง “ปล่อยผี” ผมจึงอยากชวนให้นักลงทุนและเพื่อนๆ โบรกเกอร์ มีความระมัดระวังรอบคอบเป็นพิเศษ

หากท่านผู้อ่านยังคิดจะซื้อหุ้นเหล่านี้เพิ่มขึ้น ขอเตือนหน่อยครับว่า ท่านได้ดูปัจจัยพื้นฐานดีแล้วหรือ มั่นใจในอนาคตจริงหรือ มาตรการที่ออกมาจะทำให้หุ้นยิ่งเสี่ยงที่จะกลายเป็น “ลูกโป่งแตก” มากขึ้น

และสำหรับเพื่อนๆ โบรกเกอร์ หากมีลูกค้าที่มาเปิดบัญชีไม่เกิน 2 ปี อาจใช้หุ้น “อภินิหาร” มาสร้างกำลังซื้อ ขอวงเงิน แล้วจู่ๆ จะสั่งซื้อหุ้น “อภินิหาร” อีก ลองนึกภาพว่าลูกค้าต้องชำระเงินใน 3 วัน โดยซื้อแต่หุ้น “อภินิหาร” และหลักประกัน ก็มีแต่หุ้น “อภินิหาร” ก็อาจสร้างความเสียหายให้กับบริษัทและตลาดทุนของเราครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท