posttoday
‘ไทย’ แดนสวรรค์แสนอันตราย

‘ไทย’ แดนสวรรค์แสนอันตราย

18 พฤศจิกายน 2557

ประเทศไทยนับว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอันเป็นที่ใฝ่ฝันของนักเดินทางท่องโลกจำนวนมาก เพราะด้วยภาพลักษณ์วัฒนธรรม

ประเทศไทยนับว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังอันเป็นที่ใฝ่ฝันของนักเดินทางท่องโลกจำนวนมาก เพราะด้วยภาพลักษณ์วัฒนธรรม และลักษณะนิสัยของชาวไทยที่ยิ้มง่าย ใจดี มีเมตตา ประกอบกับภูมิทัศน์ที่ชวนหลงใหล

ทว่า หนังสือใหม่ของ จอห์น สเตเปิลตัน นักเขียนจากแดนจิงโจ้ กลับระบุไว้ว่าไทยเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่อันตรายมากที่สุดในโลก เนื่องจากการแพร่ระบาดของปัญหาติดสินบนในหมู่ตำรวจ ความรุนแรง และอาชญากรรม จนลบภาพของความเป็น “ดินแดนแห่งรอยยิ้ม” ที่โด่งดัง

ในหนังสือ “ไทย จุดหมายอันตราย” นี้ สเตเปิลตันได้เขียนถึงการเติบโตของการท่องเที่ยวในยุค 1960 ซึ่งเป็นเหตุให้ชาวบ้านเกลียดชังชาวต่างชาติ และเกิดการฆาตกรรมนักท่องเที่ยวนับล้านๆ คนที่เดินทางมายังชายหาดขาวสะอาด ชนบทที่เขียวขจี หรือยามราตรีที่ครึกครื้น อย่างไม่ไยดี

นอกจากนี้ ภายหลังจากที่มาเที่ยวเมืองไทยบ่อยครั้งในช่วงปี 1970 และย้ายมาอยู่ไทยในปี 2010 นักเขียนชาวออสเตรเลียถูกปล้นและทำร้ายบ่อยครั้ง จนต้องหาข่าวเกี่ยวกับสวัสดิภาพของนักท่องเที่ยวในไทยเพิ่ม จนได้รู้ว่าตำรวจไทยไม่ค่อยสนใจคดีของชาวต่างชาตินัก แม้แต่การตายของนักท่องเที่ยวส่วนมากไม่ได้ถูกลงบันทึก แต่ก็ถือเป็นเรื่องอื้อฉาวที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ของการท่องเที่ยวในสมัยใหม่

“ไทยค่อยๆ สร้างชื่อเสียงในด้านการต้อนรับขับสู้ เป็นดินแดนแห่งต้นมะพร้าวและชายหาดพร้อมแดดอุ่นๆ บาร์ในช่วงชั่วโมงลดราคาพิเศษ โรงแรมระดับชั้นนำ และผู้คนที่เป็นมิตร เรียกได้ว่าเป็นสวรรค์บนดิน แต่ก็เป็นสิ่งที่แตกต่างจากความจริงที่นักท่องเที่ยวได้ประสบ” สเตเปิลตันเขียนลงในหนังสือ ซึ่งจะมีการตีพิมพ์ในสัปดาห์นี้

หนังสือดังกล่าวให้เหตุผลว่าชื่อเสียงด้านการท่องเที่ยวของไทย ถือว่าเป็นความสำเร็จของการโฆษณา และการสร้างภาพ สร้างมโนทัศน์ซึ่งฝังรากลึกลงไปในหัวของชาวตะวันตก ว่าชาวไทยนั้นให้การต้อนรับคนแปลกหน้าเป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม ในความเป็นจริงนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยและชาวต่างชาติไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มีความขัดแย้ง และความเพิกเฉยที่รุนแรงขึ้น รวมถึงความอยากรู้อยากเห็นของเจ้าบ้านก็กลายเป็นการดูถูก เมื่อแขกผู้มาเยือนเริ่มเยอะขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อพูดถึงอาชญากรรมที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งกับชาวต่างชาติ สเตเปิลตันแสดงทัศนะว่า ผู้มาเยือนไม่ได้รับคำเตือนจากตัวแทนท่องเที่ยว สายการบิน หรือรัฐบาลของประเทศตนเองว่าหนังสือเดินทางที่มีอยู่ในมือนั้นมีมูลค่าอย่างมากในไทย และเป็นที่ต้องการในตลาดมืด

“มีแก๊งขโมยหนังสือเดินทางตามใบสั่ง ยุโรป สหรัฐ ออสเตรเลีย และแคนาดา มีราคาสูงเป็นพิเศษ บางทีก็มีบริษัทให้เช่ารถและเจ็ตสกีที่ต้องใช้หนังสือเดินทางมาค้ำประกัน แต่เมื่อนำรถมาคืนก็ต้องพบว่าหนังสือเดินทางได้หายไปแล้ว” ชายหนุ่มจากแดนจิงโจ้ กล่าว

ข้อมูลของรัฐบาลอังกฤษที่รายงานว่า ระหว่างปี 2011-เม.ย. 2014 มีนักท่องเที่ยวจากเมืองผู้ดีเสียชีวิตที่เมืองไทยแล้วมากกว่า 1,047 คน ก็สะท้อนถึงความอันตรายของเมืองไทยได้ดี

เจ้าของหนังสือผู้อ้างว่ารู้จักเมืองไทยเป็นอย่างดี ไม่รู้สึกแปลกใจเลยถึงข่าวการฆาตกรรมของ 2 นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษที่เกาะเต่า ในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

ทางด้านโฆษกจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ตอบโต้คำกล่าวอ้างของสเตเปิลตันว่าไทยเป็นประเทศที่อันตราย ถือเป็นเรื่องเกินจริง พร้อมให้เหตุผลว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่รู้สึกปลอดภัย และไม่เจอกับปัญหาใดๆ นักท่องเที่ยวที่กลับมาไทยอีกครั้งถึง 65% ก็เป็นตัวเลขที่พิสูจน์ได้ว่าชาวต่างชาติรักเมืองไทยแค่ไหน

ทั้งนี้ สเตเปิลตันทิ้งท้ายไว้ว่า การจี้ปล้น ทำร้ายร่างกาย วางยา การขู่กรรโชก และการฆาตกรรมนักท่องเที่ยวในผืนแผ่นดินไทยนี้ ประกอบกับข่าวอื้อฉาวอีกสารพัดคดีเกี่ยวกับความไม่ปลอดภัยของสถานที่
และการหลอกลวงต่างๆ จะส่งผลให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมูลค่าหลายพันล้านของไทยต้องพังทลายลงในที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท