
ภาคปชช.ยื่นหนังสือสปช.หนุนแก้เหลื่อมล้ำในสังคม
เครือข่ายภาคประชาชนเข้ายื่นหนังสือต่อ สปช. หนุนปฏิรูปแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม
เครือข่ายภาคประชาชนเข้ายื่นหนังสือต่อ สปช. หนุนปฏิรูปแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม
เมื่อวันที่ 17 พ.ย. ได้มีตัวแทนจากกลุ่มเครือข่ายกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง นำโดยนายเกรียงไกร ชีช่วง ตัวแทนเครือข่ายชาติพันธุ์ฯ เข้ายื่นหนังสือถึง นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) โดยขอให้ปฏิรูปประเทศคำนึงถึงสิทธิดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ฯ
โดยมีข้อเสนอ เร่งแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของกลุ่มชาติพันธุ์ อาทิ การไล่ที่ การถูกคุกคาม การตัดฟันต้นไม้จากนโบยายทวงคืนผืนป่า การไร้สัญชาติ การเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐาน เป็นต้น รวมถึงให้บรรจุแนวคิดเขตสังคมและวัฒนธรรมพิเศษของกลุ่มชาติพันธุ์ฯไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และขอให้สนับสนุนยกระดับการแก้ไขปัญหากลุ่มชาติพันธุ์ฯเป็นวาระแห่งชาติ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมในสังคม
จากนั้น ได้มีกลุ่มเครือข่ายการแก้ปัญหาคืนสัญชาติคนไทย นำโดย นางน้อย ประกอบปราณ ตัวแทนเครือข่ายฯ เข้ายื่นหนังสือต่อนายเทียนฉาย เพื่อขอให้ประรูปกระบวนการแก้ไขปัญหาผู้ไร้สถานะในประเทศไทย แล้วเร่งคืนสัญชาติให้คนไทยผลัดถิ่นตามพ.ร.บ.สัญชาติ ฉบับที่ 5 โดยเสนอให้นายเทียนฉาย ได้เร่งรัดให้กระทรวงมหาดไทยคืนสัญชาติไทยให้คนไทยพลัดถิ่นใน 5 จังหวัด
ประกอบด้วย ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง ชุมพร ตาก และตราด ซึ่งที่ผ่านมามีการคืนสัญชาติให้เพียง 2 พันคนเท่านั้น ซึ่งถือเป็นความล่าช้าของกรการปกครอง ส่งผลให้คนไทยผลัดถิ่นต้องเสียโอกาสในการพัฒนาชีวิต ทั้งการศึกษาของเยาวชนและไม่สามารถไปทำงานต่างพื้นที่ การพูดถึงสิทธิขั้นพื้นฐานไม่มีสิทธิในการักษาพยาบาลและถูกเอาเปรียบเข้าไม่ถึงกระบวนการยุติธรรม นอกจากนี้ เครือข่ายฯขอให้มีกองทุนฟื้นฟูวิถีชีวิต รวมทั้งขอให้ผู้มีปัญหาสถานะบุคคลได้รับสิทธิในการรักษาพยาบาลอย่างเท่าเทียม
ต่อมา นายปาลิน ธำรงค์รัตนสิน ผู้แทนเครือข่ายสวัสดิการชุมชน ได้ยื่นหนังสือถึงนายเทียนฉาย เพื่อเสนอร่างพ.ร.บ.สวัสดิการชุมชน โดยนายปาลิน กล่าวว่า จากแนวคิดในเรื่องการจัดสวัสดิการช่วยเหลือของคนในชุมชนเพื่อสร้างหลักประกันสวัสดิการขั้นพื้นฐานของประชาชนในระดับรากหญ้าที่ได้มีการยกระดับสถานะขึ้นเป็นกองทุนสวัสดิการชุมนุมและได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
อย่างไรก็ดี ขณะนี้มีจำนวนสมาชิกและมีจำนวนกองทุนเพิ่มและขยายตัวมากขึ้น พบว่าการบริหารกองทุนฯมีข้อจำกัดในเรื่องงบประมาณที่ได้รับการสนับสนุน เครือข่ายฯจึงมีแนวคิดร่วมกันร่างพ.ร.บ.สวัสดิการชุมชน เพื่อเป็นเครื่องมือในการแก้ไขปัญหา โดยในร่างดังกล่าวได้มีการรวบรวมข้อกฎหมายใหม่ ปัญหาข้อติดขัดต่างๆ
ด้านนายเทียนฉาย กล่าวว่า ภารกิจของสปช.จะสำเร็จได้มากน้อยแค่ไหนขึ้นอยู่กับความเห็นและการมีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นถ้าความเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นเรื่องสำคัญมาก ก็ขอให้ทุกฝ่ายช่วยอนุเคราะห์นำเสนอข้อมูลต่อสปช.ด้วย โดยข้อเสนอต่างๆของแต่ละกลุ่มจะนำไปให้คณะกรรมาธิการปฏิรูปชุดต่างๆที่เกี่ยวข้องพิจารณา ซึ่งหากนอกเหนือจากอำนาจสปช.จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาต่อไป







