
แก้ปัญหาได้ ต้องตั้งโจทย์ให้ถูก
ไม่ต้องสงสัย หากปล่อยให้สถานการณ์บ้านเมืองเป็นไปอย่างทุกวันนี้ก็เสียของ เสียเวลาและจะต้องเสียเลือดเนื้อและชีวิตประชาชนอีกแน่นอน
ไม่ต้องสงสัย หากปล่อยให้สถานการณ์บ้านเมืองเป็นไปอย่างทุกวันนี้ก็เสียของ เสียเวลาและจะต้องเสียเลือดเนื้อและชีวิตประชาชนอีกแน่นอน
แม้ว่าการเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้านไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลและการปฏิวัติรัฐประหารจะปรากฏให้เห็นเป็นระยะ จนรัฐบาลต้องส่งสัญญาณว่าจะใช้อำนาจตาม ม.44 บ้าง ส่งคนเข้าไปพบเพื่อปรับทัศนคติบ้าง แต่โพลเชียร์รัฐบาลก็ยังออกมาดูดี จึงอยากจะขอเตือนรัฐบาลว่าอย่าไปหลงเชื่อจนสบายใจว่าประชาชนพอใจอยากให้อยู่นาน เพราะสถานการณ์อย่างนี้ไม่มีใครอยากพูดความจริงเพราะอาจโดนกลั่นแกล้ง โดนเพ่งเล็ง ติดตามและอาจถึงขั้นถูกเชิญไปปรับทัศนคติ
อยากให้รัฐบาลเฉพาะกาลนี้ได้แก้ไขปัญหาและจัดระบบระเบียบบ้านเมืองที่มีปัญหาหมักหมมมานานเสียใหม่ ไม่ใช่ทำงานปกติเหมือนรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง
รู้ว่าต้องใช้เวลาและต้องการกำลังใจแต่ที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้กำลังใจและการสนับสนุนของทุกฝ่ายอย่างเต็มที่
เมื่อเห็นสถานการณ์เริ่มจะไม่ดีและมีปัญหาก็ต้องออกมาเตือนกันบ้าง
ขอเสนอให้รัฐบาลทบทวนบทบาท 6 เดือนที่ผ่านมาว่า “โจทย์ที่ตั้งไว้มันถูกหรือผิดอย่างไร” เพราะถ้าโจทย์ผิดตั้งแต่แรก คำตอบจะออกมาถูกได้อย่างไร
โจทย์ที่ว่าคือต้นเหตุของปัญหาที่นำมาสู่การปฏิวัติรัฐประหาร รัฐบาลทำอะไรหรือยังที่จะแก้ไขไม่ให้ปัญหามันกลับมาอีก หลังการคืนอำนาจให้ประชาชน
บ้านเมืองต้องเดินไปข้างหน้า แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังทำวันนี้ไม่ได้แตกต่างจากรัฐบาลที่ผ่านมาเลย รัฐบาลพยายามบอกว่าไม่ใช่เพราะไม่ได้ทำเพื่อหาเสียง แต่กรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา อย่าฟังคนรอบตัวมากเกินไป ให้ฟังคนอื่นบ้าง บางครั้งสิ่งที่ถูกต้องอาจไม่ถูกใจ
อย่าคิดว่ามีอำนาจ มีกฎหมายอยู่ในมือแล้วจะทำอะไรตามใจตัวเองได้ทุกเรื่อง สุดท้ายเมื่อรัฐบาลทำอะไรไม่ถูกไม่ต้องตามทำนองคลองธรรม ไม่ฟังเสียงนก เสียงกาเสียงประชาชน ไม่รู้จักระงับยับยั้งสิ่งที่ไม่ถูกไม่ต้องเสียบ้าง มีอำนาจ อาวุธ กฎหมาย ก็ไม่สามารถช่วยให้รัฐบาลอยู่ได้
ปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เคยเกิดขึ้นหลายครั้ง น่าจะเป็นบทเรียนที่ดีสำหรับรัฐบาล ประเทศไทยผ่านการปฏิวัติรัฐประหารมาหลายครั้ง ปฏิรูปมาก็หลายรอบ แต่ปัญหาบ้านเมืองก็ไม่ได้ดีขึ้นกลับมีแนวโน้มที่แย่ลงเสียอีก
หากเราไม่เรียนรู้จากความผิดพลาด เราก็จะพลาดแล้วพลาดอีก บ้านเมืองก็จะเสื่อมโทรม ประชาชนก็จะเดือดร้อนมากขึ้น
ตัวอย่างที่ชัดเจน เช่น หลัง รสช.มีรัฐธรรมนูญใหม่เปิดโอกาสให้คนนอกที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี ทหารมีการรวบรวมนักการเมืองเก่าจัดตั้งพรรคสามัคคีธรรมเพื่อสืบทอดอำนาจและสนับสนุน พล.อ.สุจินดา
คราประยูร เป็นนายกรัฐมนตรี มีทั้งอำนาจนอกรัฐสภาและในรัฐสภา มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสียงข้างมากในสภา มีทหารและนักการเมืองสนับสนุน คิดว่าจะอยู่ได้นานแต่ในที่สุดก็ถูกประชาชนออกมาต่อต้านจนอยู่ไม่ได้
ทำไมปฏิวัติรัฐประหารแล้วยังแก้ปัญหาบ้านเมืองไม่ได้ต้องปฏิวัติแล้วปฏิวัติอีก สาเหตุก็เพราะตั้งโจทย์ผิด ทำให้คำตอบที่ออกมาผิดทุกครั้ง ถึงแม้จะทำถูกก็ตาม
หากตั้งโจทย์เหมือนเดิมคือเอาตัวบุคคลเป็นหลัก คำตอบก็จะออกมาเหมือนเดิม แล้วก็ต้องไปปฏิวัติกันใหม่บ้านเมืองจะอยู่อย่างไร
หัวใจของความสำเร็จคือการเอาชนะใจประชาชน ไม่ใช่เอาชนะใครคนใดคนหนึ่ง
จะเอาชนะใจประชาชนได้อย่างไรหากมัวแต่เอาแต่ใจตัวเองและเอาความต้องการของตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ใส่ใจหรือไม่รู้จริงว่าความต้องการของประชาชน คนส่วนใหญ่ของประเทศต้องการอะไร
ชาวนาเดือดร้อนเรื่องราคาข้าว รัฐบาลก็เอาเงินไปแจก ใช้เงินไปหลายหมื่นล้านบาท ถามว่าแก้ปัญหาได้จริงหรือเกิดประโยชน์อะไร สิ่งที่จะตามมาก็เห็นแล้วว่าเกษตรกรไม่ได้มีแต่ชาวนา ยังมีชาวสวนยาง สวนผลไม้ ชาวไร่ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง ถั่วเหลือง กระเทียม หอม เมื่อแจกชาวนาก็ต้องแจกเกษตรกรอื่นที่เดือดร้อนเหมือนกัน จะต้องใช้เงินอีกเท่าไร
ถามว่าการแจกเงินเพื่อแก้ปัญหาของรัฐบาลนี้ทำให้ประชาชนดีขึ้นและพึงพอใจมากกว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลที่ผ่านมาอย่างไร
ทำไมไม่เอาเงินที่แจกมาทำโครงการบริหารจัดการน้ำแบบบูรณาการที่จะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรแบบยั่งยืนโดยการจัดหาน้ำเพื่อการเกษตร น้ำเพื่อการบริโภคและแก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งแบบครบวงจร เพื่อช่วยเพิ่มผลผลิตและรายได้ที่สม่ำเสมอให้กับเกษตรกรอย่างทั่วถึง ซึ่งเป็นคนรากหญ้าให้พ้นจากความยากจน ประชาชนยังจะพึงพอใจมากกว่า
โจทย์ของรัฐบาล คือ ต้องทำให้ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลนี้หรือรัฐบาลใหม่ที่จะมาจากการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญใหม่สามารถทำได้ดีกว่า สะอาดกว่า ประชาชนได้รับประโยชน์และมีความสุขมากกว่ารัฐบาลที่ผ่านมาจริง
ถ้ารัฐบาลตอบโจทย์ไม่ได้และยังคงเดินหน้าอย่างนี้ต่อไป
ขอทำนายไว้ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้า ไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะออกมาอย่างไรรัฐบาลจะใช้กลวิธีแบบไหนก็ตาม ก็ไม่สามารถกีดกันพรรคเพื่อไทยหรือพรรคตัวแทนได้อย่างแน่นอน แล้วคงไม่ต้องบอกว่าคะแนนเสียงที่พรรคเพื่อไทยหรือพรรคตัวแทนจะได้จะมากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
ไม่ต้องไปทำโพลแบบเดิมให้เสียเวลา เพราะประชาชนระดับรากหญ้าเขาฉลาดพอที่จะไม่พูดอะไร เพราะเกรงกลัวภัยที่จะมาถึงตัว เขาจะพูดทีเดียวคือวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง
ไม่ต้องคิดหาทุนไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยรวบรวมนักการเมืองเก่าเหมือนในอดีตมาสู้ให้เสียเวลา เพราะประชาชนไม่ได้โง่
รัฐบาลที่จะชนะการเลือกตั้งอย่างท่วมท้นได้ ต้องเข้าใจความต้องการของประชาชนและสามารถเอาชนะใจประชาชนได้ นโยบายจึงออกมาตรงใจประชาชน จนเกิดกระแสประชานิยม
คำตอบสุดท้ายอยู่ที่เอาชนะใจประชาชนรู้คำตอบแล้ว ขอให้รัฐบาลไปตั้งโจทย์เสียใหม่เพื่อให้ได้คำตอบที่ถูกต้อง







