
หยุดโหนกระแส
กระแสของคลิป “ลักเหนียวไก่” สะท้อนหลากหลายเรื่องในสังคม ที่สำคัญทำให้ได้เห็นภาพในบางประเด็นซ้อนทับอยู่ในมุมที่หลายคนอาจจะไม่อยากเห็น
กระแสของคลิป “ลักเหนียวไก่” สะท้อนหลากหลายเรื่องในสังคม ที่สำคัญทำให้ได้เห็นภาพในบางประเด็นซ้อนทับอยู่ในมุมที่หลายคนอาจจะไม่อยากเห็น
แม้ว่าความน่ารักน่าชังประสาเด็กอายุ 15 ที่อึดอัดระบายอารมณ์หลังจากถูกขโมยข้าวเหนียวไก่ทอด อัดคลิปส่งไปในโลกออนไลน์ตามประสาหนุ่มสาวสมัยนี้แต่ทว่าหลายภาคส่วนได้ร่วมกันกระตุ้นทำให้เกิดเป็นกระแสในสังคมตามมา
น่าแปลกใจที่ว่าทุกฝ่ายตื่นตูม สามารถสร้างประเด็นลักเหนียวไก่ให้ลุกลามไปทั่วประเทศได้เพียงชั่วข้ามวันทั้งที่เรื่องนี้เป็นเพียงการลักเล็กขโมยน้อยเท่านั้นเอง
เริ่มจาก ผวจ.สตูล ได้ลงพื้นที่เดินทางไปบ้านของเด็กหญิงเจ้าของคลิปทันที พร้อมมอบเงินและข้าวเหนียวไก่ทอด พรั่งพร้อมไปด้วยกองทัพสื่อที่พร้อมใจนำเสนอข่าว
หนักเข้าถึงขนาดที่ตำรวจภูธรเมืองสตูล ต้องลงพื้นที่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามหาตัวขโมยมาเผยต่อสาธารณชนที่สนใจประเด็นลักเหนียวไก่ให้ได้
จุดนี้เองทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมตามมาว่า พฤติกรรมและการกระทำต่างๆ ของผู้ใหญ่ในจังหวัด ตำรวจ และภาคประชาชนบางส่วน ที่สบโอกาสทำการตลาดให้ตัวเองนั้น มีความเหมาะสมหรือไม่ โดยเฉพาะกับตำรวจที่ถึงกับลงทุนตรวจกล้องวงจรปิดตามตัวคนร้าย
ทั้งนี้ เพราะหากแต่ยังมีเรื่องปัญหาบ้านเมือง และความเดือดร้อนของประชาชนอีกสารพัดที่รอการเยียวยาแก้ไขจากภาครัฐ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดเองน่าจะเร่งสะสาง รวมถึงตำรวจก็ควรจะทุ่มเททำคดีอื่นๆ ที่สำคัญให้มากกว่ามุ่งความสนใจเรื่องที่เป็นกระแสเช่นนี้
แม้จริงอยู่ว่าการลักขโมยถือเป็นความผิดตามกฎหมาย ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจที่ต้องติดตามดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกรายโดยไม่เลือกปฏิบัติ แต่ในเมื่อเด็กหญิงเจ้าของข้าวเหนียวไก่ทอดไม่ได้ติดใจไปแจ้งความดำเนินคดีแต่อย่างใด ทำไมตำรวจจึงได้กระตือรือร้นเข้ามาทำคดี มันจึงเป็นภาพที่ดูจะสวนทางกับความเป็นจริงในสังคม เพราะในความเป็นจริงแล้วประชาชนมองตำรวจในเชิงเกียร์ว่างมาตลอด โดยเฉพาะคดีลักเล็กขโมยน้อย ที่ตำรวจมักไม่ค่อยรับแจ้งความด้วยซ้ำไป
ดังนั้น จึงขอให้ทุกฝ่ายตั้งสติกันให้มั่น โดยเฉพาะข้าราชการต้องปฏิบัติตัวให้เป็นตัวอย่างของสังคม ไม่ใช่ทำงานแบบเช้าชามเย็นชาม ทำแต่เรื่องที่เป็นข่าวกระแส เพียงเพราะอยากจะให้มีชื่อของตัวเองติดอยู่กับกระแสอันร้อนแรงในสังคม เพื่อหวังจะได้ก้าวหน้าทางราชการ
ฉะนั้น ได้โปรดหยุดพฤติกรรมโหนกระแสนั้นเสีย มิเช่นนั้นการปฏิรูปประเทศที่กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้จะไม่มีประโยชน์ หากจิตใจสามัญสำนึกของข้าราชการยังติดยึดอยู่กับผลประโยชน์ส่วนตน







