posttoday
เปิดใจ "ทหาร" ร่าง รธน. เปิดช่องนโญบายประชานิยม

เปิดใจ "ทหาร" ร่าง รธน. เปิดช่องนโญบายประชานิยม

17 พฤศจิกายน 2557

ขณะที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กำลังเดินหน้า ในอีกฟากหนึ่งกรรมาธิการ (กมธ.)

โดย...เจษฎา จี้สละ

ขณะที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กำลังเดินหน้า ในอีกฟากหนึ่งกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญกำลังเร่งเครื่องวาดโครงรัฐธรรมนูญเช่นกัน ทว่าทั้งสองส่วนสัมพันธ์กันอย่างไม่อาจแยกขาด เพราะข้อเสนอส่วนหนึ่งของ สปช. จะต้องปรากฏอยู่ในรัฐธรรมนูญ

“ผมอยากเห็นประเทศไทยเดินหน้าอย่างมียุทธศาสตร์ จะต้องวางเป็นนโยบายพื้นฐานของรัฐ เขียนเข้าไปในรัฐธรรมนูญ ไม่เช่นนั้นยุทธศาสตร์มันจะตาย แล้วก็จะต้องรื้อกัน 1 ปี หรือ 5 ปี แต่ผมคิดว่าควรกำหนดวิสัยทัศน์ไว้ 20 ปี ซึ่งสามารถแปลงบางส่วนเป็นยุทธศาสตร์ที่เดินหน้าได้ จะปฏิรูปอย่างไรต้องอยู่ในกรอบนี้ รัฐบาลไหนเข้ามาก็เข้ามาในกรอบยุทธศาสตร์ตัวนี้ ซึ่งจะเชื่อมปัจจุบันไปสู่อนาคต รัฐบาลที่เข้ามาจากการเลือกตั้ง ไม่ต้องไปคิดเกินเหตุ แล้วไม่ต้องวางเป้าที่ฉีกแนว ในเมื่อแนวมีอยู่แล้วคือยุทธศาสตร์ชาติ ฉะนั้นรัฐธรรมนูญที่ดีจะต้องมียุทธศาสตร์ แต่ไม่ใช่การเขียนยุทธศาสตร์ในรัฐธรรมนูญ” พล.ท.นาวิน ดำริกาญจน์ สมาชิก สปช. ด้านอื่นๆ หนึ่งใน “ม้ามืด” ที่ผ่านเข้าสู่วงร่างรัฐธรรมนูญ อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในทีมโฆษกของ กมธ.ยกร่างฯ เสนอความเห็น

“ประโยชน์คือ สส. และ สว. หรือสภาใหม่ที่เข้ามาหากมียุทธศาสตร์กำกับไว้ กฎหมายที่เข้ามายังสภานิติบัญญัติ ก็จะต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ส่วนรัฐบาลที่เข้ามาใหม่จะมีแนวทางหรือเป้าหมายชัดเจน ตอบสนองคนส่วนมาก รัฐบาลก็จะแข่งที่ใครสามารถเสนอนโยบายที่ดีที่สุด ซึ่งจะสอดรับกับยุทธศาสตร์ตรงนี้”

อย่างไรก็ตาม ยุทธศาสตร์ดังกล่าวยังต้องสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน ที่อาจต้องปรับแก้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของสังคม แต่ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ถ้าหากทำให้ดีจะไม่มีใครกล้าเถียง หรือหาว่าเป็นยุทธศาสตร์ยกเมฆ เพราะเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชน นอกจากนั้นอาจต้องมีองค์กรยุทธศาสตร์ชาติที่คอยติดตามการปฏิบัติงานของฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหารให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ที่วางไว้ด้วย”

นอกจากนั้น พล.ท.นาวิน กล่าวอีกว่า ภารกิจสำคัญของ สปช. และ กมธ.ยกร่างฯ จะต้องร่วมสร้างรัฐธรรมนูญที่สามารถหาทางออกของความคิดเห็นที่แตกต่างกัน เพื่อเปิดโอกาสให้มีการสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน ลดปัญหาความขัดแย้ง แต่ไม่ใช่การเข้าไปแก้ไขความขัดแย้งด้วยตัวเอง มีหน้าที่เพียงแค่บรรจุกลไกเข้าไปในรัฐธรรมนูญเท่านั้น เพื่อให้ความขัดแย้งที่เคยเกิดขึ้นลดลง เพราะรัฐธรรมนูญที่ดี คือรัฐธรรมนูญที่เป็นแนวทางสำหรับสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกัน

การคงไว้ซึ่งกฎอัยการศึกของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นอุปสรรคต่อการมีส่วนร่วมหรือไม่ พล.ท.นาวิน กล่าวว่า กฎอัยการศึกไม่ใช่ปัญหา เพราะในส่วนของ 77 จังหวัด เริ่มเดินหน้าเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น อีกทั้งในส่วนกลางอย่าง กมธ.วิสามัญ 18 คณะ ก็รับทราบว่ามีกรอบการรับฟังอย่างไร โดยอาจจะมีผู้แทนแต่ละด้านลงไปด้วยในแต่ละพื้นที่

ทั้งนี้ การปฏิรูปครั้งนี้ต้องการให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญที่ยืนยาว จึงไม่ใช่การร่างรัฐธรรมนูญที่จะมาแก้ปัญหา เพราะหากแก้ผิดต้องมีรีเซตใหม่อีกครั้ง แต่หากแก้ถูกไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะยั่งยืนไปอีก 20 ปีหรือไม่ ฉะนั้นจะต้องร่างรัฐธรรมนูญที่น่าเลื่อมใส ประชาชนศรัทธา ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อประชาชนมีส่วนร่วมแล้วรู้สึกเป็นเจ้าของ ประชาชนจะปกป้องเพราะเห็นว่านี่คือรัฐธรรมนูญที่ใช่

ขณะที่การปฏิรูปองคาพยพในสังคมไทยดำเนินไป กองทัพซึ่งเป็นหนึ่งในสถาบันสำคัญที่มีบทบาทต่อสังคมไทย ควรจะต้องปฏิรูปหรือไม่ พล.ท.นาวิน ให้ความเห็นว่า “ต้องวิเคราะห์จากยุทธศาสตร์ที่เกิดขึ้น ดูว่ามีสิ่งบ่งชี้หรือไม่ ว่าปัจจัยใดมีปัญหา คงไม่ใช่เรื่องปฏิรูปสถาบันใดสถาบันหนึ่งโดยเฉพาะ แต่สมมติหากยุทธศาสตร์มันบ่งชี้ว่าความมั่นคงตามความหมายในมาตรา 77 รัฐธรรมนูญปี 2550 มีความสำคัญน้อยกว่าอาชญากรรมข้ามชาติ หรือปัญหามิติความมั่นคงรูปแบบใหม่ ก็จะต้องมีการปฏิรูป คิดจากยุทธศาสตร์ แล้วถึงจะตอบว่ามิติความมั่นคงจะพัฒนาหรือไม่ ไม่ใช่ถามว่าจะต้องปฏิรูปกองทัพหรือไม่ นั่นคือตั้งประเด็นล่วงหน้า มันก็ไม่ใช่”

ท่ามกลางบริบทของสังคมที่ล่อแหลม ระหว่างบทบาทของกองทัพกับประชาธิปไตย ที่มีการคัดง้างและถ่วงดุลตลอดมา พล.ท.นาวิน แสดงความคิดเห็นจากกรอบวิเคราะห์ส่วนตัว ว่า ทหารไม่ได้อยากเข้ามามีบทบาท เพราะตั้งแต่เริ่มแรกหัวหน้า คสช. เคยบอกว่าไว้ชัดว่า ไม่ได้ต้องการเข้ามา แต่มันเป็นวิกฤตทางตัน ส่วนตัวหวังว่าเราจะมองอดีตให้น้อยลง และมองอนาคตให้มากขึ้น เพราะอดีตเป็นบทเรียนของอนาคต มองอดีตในเชิงบทเรียนของอนาคตดีกว่า อย่ามองว่าเป็นปัญหา

“บทบาทของกองทัพหลังจากนี้ก็คงจบ ถ้าประเทศเดินหน้าได้ ถามว่าทหารเข้ามาประชาชนยอมรับไหม มันไม่ใช่ว่าอยากเข้ามาก็เข้าได้ ถ้าไม่มีสถานการณ์จำเป็นจริงๆ ทหารไม่อยากเข้ามา แล้วถ้าสถานการณ์วิกฤตจริงๆ ไม่ใช่ว่าเข้ามาแล้วจะสำเร็จ คิดว่าขณะนี้ร่วมกันทำประเทศไทยให้ดี มองโลกในแง่ดี ในอนาคตที่สดใส สร้างกลไกที่เดินได้จะดีกว่า” มือร่างรัฐธรรมนูญสายทหาร กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท