
เกษตรกรแห่ขอแก้หนี้นอกระบบกับธกส.8หมื่นราย
เกษตรกรแห่เข้าโครงการ แก้หนี้นอกระบบของ ธ.ก.ส.กว่า 8 หมื่นราย
เกษตรกรแห่เข้าโครงการ แก้หนี้นอกระบบของ ธ.ก.ส.กว่า 8 หมื่นราย
นายสมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส.อยู่ระหว่างเรียกเกษตรกรที่ยื่นเอกสารเข้าโครงการแก้หนี้นอกระบบของธนาคาร ตั้งแต่เดือน ก.ย.ถึงปัจจุบัน มีจำนวนกว่า 8 หมื่นราย คิดเป็นจำนวนเงินที่ขอสินเชื่อกว่า 8,000 ล้านบาท จากเป้าหมายปล่อยสินเชื่อในโครงการนี้ 1 ล้านบาท
ทั้งนี้ หลังจากเรียกเกษตรกรมาเจรจาประนอมหนี้แล้ว จะให้เกษตรกรเข้ารับการฝึกอบรมด้านการเงิน เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเพื่อไม่กลับไปกู้หนี้นอกระบบอีก ก่อนจะเริ่มปล่อยสินเชื่อให้เกษตรกรไปชำระหนี้ได้ภายในเดือน พ.ย.นี้
สำหรับเงื่อนไขของโครงการแก้หนี้ จะต้องเป็นหนี้ที่มีต้นเงินและดอกเบี้ยรวมกันสุทธิหลังประนอมหนี้ที่เกิดจากเหตุสุจริต ไม่เกิน 1 แสนบาท และต้องเป็นหนี้ที่ เกิดขึ้นก่อนวันที่ 1 ก.ย. 2557 มีเอกสารหลักฐานการเป็นหนี้จริง คิดดอกเบี้ย 12% ต่อปี ต้องชำระหนี้คืนไม่เกิน 10 ปี กรณีพิเศษไม่เกิน 12 ปี หรือหากจ่ายล่าช้ากว่ากำหนดต้องเสียเบี้ยปรับอีก 3% โดยหลักประกันสามารถใช้อสังหาริมทรัพย์ เงินฝาก การค้ำประกันกลุ่ม และหรือบุคคลค้ำประกัน
“มาตรการแก้หนี้นอกระบบของ ธ.ก.ส.เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้ช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาหนี้นอกระบบ โดยรัฐบาลสั่งให้กระทรวงการคลังหาแนวทางแก้อย่างบูรณาการและยั่งยืน ซึ่งนอกจาก ธ.ก.ส.แล้ว ยังมีธนาคารออมสินที่ปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้ทั่วไป และกองทุนหมู่บ้านของชุมชน รวมถึงศูนย์ดำรงธรรมที่รับร้องเรียนปัญหาต่างๆ” นายสมศักดิ์ กล่าว
นายธัชพล กาญจนกูล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสินอาวุโส รักษาการ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ธนาคารเตรียมออกสินเชื่อฉับพลัน เพื่อแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของประชาชนในระดับฐานราก ผู้มีรายได้น้อยที่มีความจำเป็นต้องการใช้เงินในการฉุกเฉินเพื่อการดำรงชีพ เช่น ค่าเล่าเรียนบุตร ค่ารักษาพยาบาลเบื้องต้นของบุคคลในครอบครัว ค่าใช้จ่ายฉุกเฉินเนื่องจากอุบัติเหตุ แต่ต้องมีประวัติชำระหนี้ดี สามารถยื่นกู้ได้ 1 หมื่นบาท/ราย ผ่อนชำระไม่เกิน 6 เดือน ดอกเบี้ย 1% ต่อเดือน ไม่ต้องใช้หลักประกัน นอกจากนี้ เตรียมเปิดตัวสินเชื่อโชห่วยมินิมาร์ท ใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพในธุรกิจร้านค้าขายปลีกโชห่วย ให้กู้ได้ตั้งแต่ 15 หมื่นบาท ชำระคืนไม่เกิน 3 ปี ถ้ากู้เกิน 5 หมื่น2 แสนบาท ชำระคืนไม่เกิน 5 ปีหรือ ให้กู้ตามความจำเป็นและความสามารถในการชำระคืน แต่ไม่เกิน 2 เท่าของยอดการซื้อสินค้าเฉลี่ยต่อเดือนเป็นระยะเวลาย้อนหลัง 6 เดือน







