
ช่อง3รับพลาดเป้าลั่นลุยเอสดีปีหน้า
ช่อง 3 กางแผนปีหน้าลุยทีวีดิจิทัล หลังสางปัญหาอะนาล็อกจบ รับรายได้สิ้นปีอาจต่ำกว่าเป้า เหตุทุ่มลงทุน
ช่อง 3 กางแผนปีหน้าลุยทีวีดิจิทัล หลังสางปัญหาอะนาล็อกจบ รับรายได้สิ้นปีอาจต่ำกว่าเป้า เหตุทุ่มลงทุน
นายสุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ หรือไทยทีวีสีช่อง 3 เปิดเผยว่า ในปี 2558 บริษัทจะเดินหน้าธุรกิจทีวีดิจิทัลทั้ง 3 ช่อง โดยเฉพาะช่อง 3 เอสดี 28 ที่เน้นคอนเซ็ปต์รายการ วาไรตี้เป็นหลัก เพื่อสร้างจุดขายและความแตกต่างจากช่อง 3 เอชดี ที่เน้นรายการข่าวและละคร โดยจะเน้นช่วงเวลา 16.00-17.00 น. และ 20.00-21.00 น. เนื่องจากต้องการสร้างความต่างจากคู่แข่ง
อย่างไรก็ดี เบื้องต้นบริษัทคาดว่าจะเน้นคอนเซ็ปต์รายการของช่องไปในรูปแบบของรายการวาไรตี้ ซึ่งในส่วนของช่วงเวลาที่ต้องการเน้นทำการตลาด เพื่อสร้างแบรนด์ของช่อง 3 เอสดี 28 จะเริ่มที่ช่วงเวลา 16.00-17.00 น.เป็นหลัก เนื่องจากต้องการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่ง
“ตอนนี้กำลังคิดคอนเซ็ปต์ของช่อง 3 เอสดี อยู่ว่าจะเป็นรูปแบบไหน เพื่อไม่ให้ซ้ำกับช่อง 3 เอชดี เพราะถ้าซ้ำกันก็จะเหมือนแข่งกับตัวเอง ซึ่งไม่ดีแน่ ส่วนช่อง 3 แฟมิลี่ ปีหน้าจะยังไม่เน้นทำการตลาดมากนัก เนื่องจากต้องการสร้างช่อง 3 เอสดี 28 ให้ติดตลาดก่อนดังนั้นการทำตลาดช่อง 3 แฟมิลี่ จึงจะเน้นเป็นช่วงเวลา คือ 16.0017.00น. และช่วงกลางคืน คือ 20.00-21.00น.” นายสุรินทร์ กล่าว
สำหรับแผนการทำตลาดช่อง 3 เอชดี ซึ่งปัจจุบันออกอากาศแบบคู่ขนานกับช่อง 3 อะนาล็อกนั้น ยังคงเน้นรายการข่าวและละคร โดยจะผลิตละครเพิ่มเป็นกว่า 50 เรื่อง/ปีเหมือนกับปีนี้ ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ผลิตละคร 40 เรื่อง/ปี และจำนวนละครที่เพิ่มขึ้น ทำให้ต้องเพิ่มจำนวนนักแสดงตามไปด้วย และจะนำนักแสดงเบอร์รองมาเป็นตัวเอกมากขึ้นเพื่อเพิ่มความหลากหลายให้ผู้ชมรวมทั้งเนื่องจากบริษัทได้เพิ่มเวลาการออกอากาศละครเป็น 2 ชั่วโมงครึ่งต่อวัน จึงทำให้ละครแต่ละเรื่องจบเร็วขึ้น
นายสุรินทร์ กล่าวต่อว่า จากกำลังการผลิตละครที่มากขึ้น ส่งผลให้ต้องเพิ่มจำนวนนักแสดงเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันก็ต้องเริ่มนำนักแสดงเบอร์รองขึ้นมาเป็นพระเอกนางเอก เพื่อให้ผู้ชมมีความหลากหลายในการชม ซึ่งเหตุผลดังกล่าวคือ สูตรของความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจ เพราะผู้ที่ประสบความสำเร็จได้ต้องไม่เอานักแสดงเบอร์ 1 มาเล่นละครตลอด
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสิ้นปีนี้ผลประกอบการของบริษัทอาจต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณา 10 เดือน ยังคงติดลบที่ 10% ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทให้ชะลอตัวตามไปด้วย รวมทั้งการใช้งบลงทุนส่วนหนึ่งไปกับการลงทุนทีวีดิจิทัล 3 ช่อง แต่คาดว่าปี 2558 ผลประกอบการโดยรวมจะดีขึ้น หลังจากสัดส่วนผู้ชมทีวีดิจิทัลจะเพิ่มเป็น 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 1520% จากจำนวนผู้ชมทั้งหมดทั้งนี้ จากการที่บริษัทเน้นสร้างแต่ละครฟอร์มดีและมีโปรดักส์ชั่นที่ดี จึงทำให้ที่ผ่านมาบริษัทประสบความสำเร็จในด้านของคอนเทนต์ละคร เช่นเดียวกับรายการข่าว ซึ่งก็ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ส่งผลให้บริษัทมีแผนที่จะปรับอัตราโฆษณาในช่วงเวลาของรายการข่าวและละครเพิ่มขึ้นประมาณ 10% เพื่อให้สอดคล้องกับจำนวนผู้ชมที่เพิ่มสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม หลังจากผู้บริโภคเริ่มได้รับคูปอง 690 บาท เพื่อซื้อกล่องรับสัญญาณทีวีดิจิทัล บริษัทคาดว่าปีหน้าทีวีกิจิทัลจะมีสัดส่วนผู้ชม เพิ่มขึ้นเป็น 30% จากปัจจุบันทีวีดิจิทัลมีผู้ชมอยู่ที่สัดส่วนประมาณ 1520% ซึ่งจากแนวโน้มที่ดีดังกล่าวบริษัทคาดว่าสิ้นปี 2558 จะมีผลประกอบการเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ เมื่อเทียบกับสิ้นปีนี้ที่ผลประกอบการอาจต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ เนื่องจากภาพรวมอุตสาหกรรมโฆษณา 10 เดือนยังคงติดลบที่ 10% ส่งผลให้ภาพรวมรายได้ของบริษัทชะลอตัวตามไปด้วย
นอกจากนี้ การที่บริษัทได้ใช้งบลงทุนส่วนหนึ่งไปกับการลงทุนทีวีดิจิทัลจำนวน 3 ช่อง ก็ถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผลประกอบการของบริษัทต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้







