
ทัศพลยึดแอร์เอเชียลุยซื้อหุ้นเรียกเชื่อมั่น
นักลงทุนตื่นผู้ถือหุ้นใหญ่ทิ้งหุ้นไทยแอร์เอเชีย“ทัศพล” แจงรับซื้อหุ้นทั้งหมดเอง
นักลงทุนตื่นผู้ถือหุ้นใหญ่ทิ้งหุ้นไทยแอร์เอเชีย“ทัศพล” แจงรับซื้อหุ้นทั้งหมดเอง
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายการบินไทยแอร์เอเชีย และผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ได้ส่งคำชี้แจงด่วน กรณีที่มีข่าวผู้บริหารซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นมีความประสงค์จะขายหุ้นบางส่วนก่อนครบกำหนดที่ระบุไว้ในหนังสือชี้ชวน ว่า จะไม่มีการขายหุ้นก่อน 5 ปี หลังจากบริษัทได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ไทยแอร์เอเชียได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า ผู้ถือหุ้นใหญ่ 6 ราย ที่ถือหุ้นรวม 2,576 ล้านหุ้น หรือ 53.12% คือ นายปรีชญา รัศมีธานินทร์ นายพรอนันต์ เกิดประเสริฐ ม.ล.บวรนวเทพ เทวกุล นายธนภัทร งามปลั่ง และนายสันติสุข คล่องใช้ยา ได้ตกลงใจจะขายหุ้นให้กับนายทัศพลทั้งหมด
นายทัศพล ชี้แจงว่า ได้ตัดสินใจรับซื้อหุ้นดังกล่าวไว้เอง จึงจะเรียกประชุมผู้ถือหุ้นวิสามัญ ในวันที่ 12 ธ.ค.นี้ เพื่อขอมติปลดล็อกข้อกำหนดห้ามขายหุ้นก่อน 5 ปี
การขายหุ้นดังกล่าวเกิดขึ้นกะทันหัน ทำให้นักลงทุนเกรงว่าไทยแอร์เอเชียอาจจะมีปัญหาทางการเงิน เพราะหุ้นในกลุ่มสายการบินประสบปัญหาขาดทุนจากภาวะเศรษฐกิจทั้งหมด แต่หุ้น AAV เมื่อวันที่ 14 พ.ย. ปรับตัวขึ้น 1.44% ปิดที่ 4.24 บาท มูลค่าซื้อขาย 80 ล้านบาทจากการประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ผ่านมากลุ่มธุรกิจสายการบินขาดทุนทุกบริษัท โดยเฉพาะ บริษัท สายการบินนกแอร์ (NOK) งบการเงินออกมาแย่สุด ขาดทุน 372 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนทำให้ไม่มีกำไร ส่งผลให้งวด 9 เดือนแรกปีนี้ขาดทุน 491 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนทำให้ไม่มีกำไร รองลงมาคือ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) ขาดทุน 209 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 158 ล้านบาท ส่งผลให้งวด 9 เดือนแรกปีนี้ขาดทุน 246 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไร 820 ล้านบาท
ขณะที่อันดับสาม บริษัท การบินกรุงเทพ (BA) ขาดทุน 52 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนกำไร 381 ล้านบาท ส่งผลให้งวด 9 เดือนแรกปีนี้มีกำไร 136 ล้านบาท ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 1,221 ล้านบาท และการบินไทย (THAI) กำไร 1,086 ล้านบาท จากกำไรอัตราแลกเปลี่ยนที่สูงถึง 7,400 ล้านบาท ทั้งนี้หากไม่นับรวมกำไรดังกล่าวจะมีผลขาดทุนถึง 5,100 ล้านบาท แม้ว่าจะลดลงจากผลขาดทุน 7,500 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อนก็ตาม ส่งผลให้งวด 9 เดือนแรกปีนี้ขาดทุน 9,211 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 6,351 ล้านบาท
สินค้าอุปโภคบริโภคหืดขึ้นคอ 9 เดือนยอดร่วงระนาว ขณะที่โรงหนังโตสวนทาง
นายบุญชัย โชควัฒนา ประธานกรรมการ บริษัท สหพัฒนพิบูล ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคในเครือสหพัฒน์ เปิดเผยว่า ผลพวงจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ กำลังซื้อรากหญ้าที่หายไปจากระบบ ส่งผลให้รายได้ของบริษัท 9 เดือนที่ผ่านมา เติบโตเพียง 1% เมื่อเทียบจากไตรมาสสอง 13,025.65 ล้านบาท กำไร 527.56 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาทั้งปี 26,950.47 ล้านบาท กำไร 1,035.85 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม เป้าหมายของบริษัทตั้งเป้าทั้งปีเติบโต 3% หรือปิดรายได้ 3 หมื่นล้านบาท ทำให้บริษัทต้องทำตลาดอย่างหนัก เพื่อผลักดันรายได้เพิ่มอีก 6,000–7,000 ล้านบาท
ด้าน นายพิพัฒ พะเนียงเวทย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ ผู้ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปตรามาม่า กล่าวว่า รายได้ 9 เดือนของบริษัทอยู่ที่ 5,974.59 ล้านบาท เติบโต 2% และทั้งปีนี้คาดว่าภาพรวมรายได้จะเติบโต 2% ต่ำกว่าปีก่อนที่เติบโต 78% ปิดรายได้ 11,806.56 ล้านบาท กำไร 1,615.16 ล้านบาท
เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ ส่งผลกระทบต่อยอดขายในช่วงที่ผ่านมา
สำหรับกลุ่มเครื่องดื่มภายใต้บริษัทไทยเบฟเวอเรจ รายได้ 9 เดือนที่ผ่านมา 8,005.60 ล้านบาท กำไรติดลบ 483.86 ล้านบาท เมื่อเทียบกับรายได้ปีที่ผ่านมา 11,619.77 ล้านบาท กำไรติดลบ 328.53 ล้านบาท ในส่วนบริษัท โออิชิ กรุ๊ป รายได้ 9 เดือนที่ผ่านมา 9,019.50 ล้านบาท แต่ กำไรกลับลดลงเหลือเพียง 232.14 ล้านบาท จากรายได้เมื่อปีที่ผ่านมาทั้งปี 12,269.24 ล้านบาท กำไร 455.57 ล้านบาท
ขณะที่กลุ่มธุรกิจและบริษัทที่รายได้ยังเติบโตในภาวะเศรษฐกิจซบเซา เป็นกลุ่มธุรกิจบริการและบันเทิง เช่น บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ ผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนาและบริหารศูนย์การค้ารายได้ 9 เดือน 1,378.11 ล้านบาท กำไร 486.24 ล้านบาท จากรายได้ปีที่ผ่าน 1,657.91 ล้านบาท กำไร 511.86 ล้านบาท ส่วนกลุ่มธุรกิจเพื่อความบันเทิง บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เป็นต้น แสดงให้เห็นว่าเมื่อภาวะเศรษฐกิจซบเซาผู้บริโภคยังจับจ่ายเพื่อความบันเทิง
รายได้ 9 เดือน ราว 6,811.82 ล้านบาท กำไร 879.24 ล้านบาท เทียบกับปีที่แล้วทั้งปีราว 8,239.43 ล้านบาท กำไร 1,051.63 ล้านบาท







