
ต้องเปิดกว้าง
ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การปฏิรูปด้านต่างๆ หลายคนคาดหวังว่ารัฐบาลคณะรัฐประหารชุดนี้
ประเทศไทยกำลังเดินหน้าสู่การปฏิรูปด้านต่างๆ หลายคนคาดหวังว่ารัฐบาลคณะรัฐประหารชุดนี้ จะใช้โอกาสยึดอำนาจเปลี่ยนประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ทว่าบรรยากาศที่เกิดขึ้นดูจะสวนทางกับการปฏิรูปที่ต้องเปิดกว้างให้ทุกฝ่ายแสดงความเห็น หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาทหารได้เข้าแทรกแซงการทำหน้าที่ของสื่อทั้งหนังสือพิมพ์และทีวีอย่างหนัก
ไม่ว่ากรณีเจ้ากรมการสื่อสารทหาร ได้เชิญสื่อสิ่งพิมพ์มาพูดคุยขอความร่วมมือในการนำเสนอข่าว โดยย้ำให้สื่อช่วยสร้างบรรยากาศความปรองดอง อย่าทำให้เกิดความแตกแยก และระมัดระวังการพาดพิงบุคคลที่สาม พร้อมกับสั่งการให้คณะทหารจำนวนหนึ่งเดินทางมายังสำนักงานหนังสือพิมพ์หลายแห่ง โดยอ้างมาขอข้อมูลบริษัทและรายละเอียดในการนำเสนอข่าว
ที่เป็นประเด็นร้อน เมื่อทหารระดับพันเอกได้บุก สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ขอให้ปลดผู้ดำเนินรายการ “เสียงประชาชนที่ต้องฟังก่อนปฏิรูป” เพราะไม่พอใจการตั้งคำถามพาดพิงรัฐประหาร พร้อมขู่จะตัดงบสถานี กระทั่ง พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และผู้บัญชาการทหารบก ยอมรับว่าเป็นเพียงการขอความร่วมมือจากสื่อ เนื่องจากบางครั้งมีภาพที่ออกมาในสื่อแล้วทำให้ดูไม่ดี
แม้สถานการณ์ของประเทศยังอยู่ภายใต้ความขัดแย้ง ซึ่ง คสช.ได้ออกประกาศฉบับที่ 97 และ 103 จำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ห้ามนำเสนอข่าวบิดเบือน สร้างความสับสนให้กับสังคม รวมทั้งอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรง แต่ก็ไม่ควรอ้างประกาศ 2ฉบับนี้มาตีกรอบปิดกั้นการแสดงความคิดเห็นของสื่อในเรื่องที่จะเป็นประโยชน์ต่อการปฏิรูปประเทศ เพราะสื่อเป็นตัวกลางถ่ายทอดความรู้สึกประชาชนในฐานะเจ้าของประเทศ ให้มาวาดฝันอนาคตร่วมกัน
คสช.ควรผ่อนคลายมาตรการควบคุมสื่อมวลชน ไม่ควรขึงตึง กดดัน ข่มขู่ หรือเขียนเสือให้วัวกลัว มิฉะนั้นการปฏิรูปด้านต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้น จะถูกจำกัดกรอบอยู่ในวงแคบเฉพาะ สปช. และสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งล้วนเป็นคนที่ คสช.เลือกมาเองทั้งสิ้น ไม่หลากหลายอย่างที่ควรจะเป็น ยิ่งเมื่อทำสำเร็จก็จะถูกค่อนแคะไปตลอดว่า เป็นการใช้อำนาจ “บังคับปฏิรูปกดปุ่มปฏิรูปปิดปากปฏิรูป” หาใช่การปฏิรูปที่มาจากเสียงของคนทุกกลุ่ม
ว่าตามจริงแล้ว เมื่อ คสช.ตั้งรัฐบาลขึ้นมาบริหารประเทศ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องรับฟังเสียงวิพากษ์วิจารณ์ให้มาก เพื่อช่วยกันตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาษีประชาชน สกัดการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ฝังรากลึกเข้าระบบราชการและเอกชน อีกทั้งเพื่อรับฟังการออกแบบประเทศให้ตรงตามเป้าหมายที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา วางไว้ หากยังกดทับการแสดงความคิดเห็น ก็น่าห่วงว่าจะเป็นความขัดแย้งระลอกใหม่ และทำให้การปฏิรูปรอบนี้บิดเบี้ยวไม่ถึงฝั่งฝา







