พบแล้วเด็กขวบเศษเข้าเฝ้าในภาพสุดประทับใจที่4
ประจวบคีรีขันธ์-พบเด็กวัยขวบเศษในภาพที่4เข้าเฝ้าในหลวงที่ห้วยสัตว์ใหญ่เมื่อ36ปีก่อน ทรงพระราชทานชื่อเล่นให้ด้วย
ประจวบคีรีขันธ์-พบเด็กวัยขวบเศษในภาพที่4เข้าเฝ้าในหลวงที่ห้วยสัตว์ใหญ่เมื่อ36ปีก่อน ทรงพระราชทานชื่อเล่นให้ด้วย
เมื่อวันที่15พ.ย.57 กระทรวงวัฒนธรรมได้ประกาศตามหาบุคคลในภาพสุดประทับใจ ที่ได้มีโอกาสเข้าเฝ้ารับเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างใกล้ชิด ในส่วนของภาพที่4 ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันที่7มิ.ย.2522 ขณะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ไปทรงเยี่ยม โครงการหมู่บ้านสหกรณ์ห้วยสัตว์ใหญ่ บ้านป่าเด็ง-ป่าละอู ตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหินและทางวัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้ออกตามหาบุคคลในภาพจนพบแล้ว และมีการยืนยันชัดเจนที่ตรงกันซึ่งเด็กชายวัย1ขวบเศษที่ปรากฏในภาพ ปัจจุบันคือนายอัตรภูมิ ภูมิประเทศ อายุ36ปี ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นลูกจ้างร้านขายอะไหล่รถจักรยานยนต์ ในอ.หัวหิน และนางสุนีย์ ภูมิประเทศ ผู้เป็นแม่
นางสุนีย์ แม่ของนายอัตรภูมิ กล่าวว่า เมื่อวันที่14 พ.ย.2557 ได้มีเจ้าหน้าที่วัฒนธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มาหาที่บ้าน พร้อมบอกว่ามีการยืนยันแล้วว่าบุคคลในภาพเป็นบุตรชายรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ลูกชายจะได้มีโอกาสถวายความจงรักภักดี ณ โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งถือเป็นสิ่งยิ่งใหญ่ในชีวิตที่ทุกคนในครอบครัวต่างเฝ้ารอคอยมาอย่างยาวนาน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้สั่งสอนให้ลูกเป็นคนดี และทุกครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯประทับ ที่วังไกลกังวล ตนและครอบครัวจะไปรอเฝ้ารับเสด็จพระองค์ท่านทุกครั้ง
"ครั้งนั้นคุณขวัญแก้ว วัชโรทัย ได้ตามเสด็จด้วย เห็นบุตรชายจึงบอกว่าลักษณะของบุตรชายควรเป็นลูกของผู้มีบุญ ให้ถวายบุตรชายกับในหลวง เมื่อพระองค์เสด็จฯมาถึงตนและสามีได้เข้าเฝ้าฯ สามีจึงได้ถวายบุตรชาย พระองค์ท่านทรงตรัสถามว่า ทำไมจึงถวายเด็กให้ สามีของตนได้บอกว่า ตอนภรรยาตั้งท้องฝันว่าได้ถวายงานพายเรือให้ในหลวง จากนั้นพระองค์ก็ตรัสว่า จะให้เอาไปเลยหรือไม่ ตนเห็นว่าลูกชายยังเล็กยังกินนมแม่ เกรงว่าจะสร้างความลำบากจึงขอเลี้ยงไว้ก่อน พระองค์ก็ตรัสว่า ถ้าอย่างนั้นฝากเลี้ยงไว้ก่อน เลี้ยงเขาให้ดี อย่าไปไหน ให้อยู่ทำกินที่ห้วยสัตว์ใหญ่นี่แหละ พร้อมกันนี้ ได้ทรงยื่นพระหัตถ์ซ้ายมาลูบศรีษะบุตรชาย และในหลวงทรงเรียกบุตรชายว่า"หม่อม"ชาวบ้านที่มารับเสด็จครั้งนั้นก็มีชาวบ้านเห็นเหตุการณ์เป็นจำนวนมาก" นายสุรีย์ กล่าว
ด้าน นายอัตรภูมิ กล่าวว่า รู้สึกดีใจและปลื้มปิติเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นบุคคลในภาพที่กระทรวงวัฒนธรรมตามหา ตั้งแต่เล็กจนโต พ่อแม่ก็ได้เล่าเรื่องเรื่องราวที่พ่ออุ้มไปถวายในหลวงที่รถยนต์พระที่นั่ง ที่จอดหน้าบริเวณบ้าน ซึ่งเหตุการณ์ครั้งนั้นพ่อแม่เล่าให้ฟังมาโดยตลอดว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ลูบศีรษะ และตั้งชื่อให้ว่า"หม่อม" ตนเสียดายเป็นอย่างมากที่ตอนนั้นตนเองอยู่ในวัยเพียงขวบเศษ ทำให้จำความรู้สึก หรือจำเหตุการณ์ในวันนั้นไม่ได้ หากย้อนเวลากลับไปได้อยากกลับไปรับรู้ความรู้สึกตอนนั้น เพราะถือเป็นมงคลสูงสุดแห่งชีวิต ทุกครั้งที่ตนเองประพฤติตนไม่เหมาะสมไปบ้าง ก็จะต้องกลับมาเตือนสติตนเองให้ดี ทำตัวเป็นคนดี ครั้งนี้ถือความความหวังที่ตนเองและครอบครัวเฝ้าหวังมาโดยตลอดว่าจะได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯใกล้ชิดพระองค์ท่านเป็นความจริงเสียที ซึ่งเป็นความดีใจที่ยากเกินบรรยายออกมาเป็นคนพูดได้.


