posttoday
"ปชป."ซัด"ปึ้ง" ทำตัวล้าสมัยเป็นภาระสังคม

"ปชป."ซัด"ปึ้ง" ทำตัวล้าสมัยเป็นภาระสังคม

15 พฤศจิกายน 2557

"ชวนนท์"โต้ "สุรพงษ์" ทำตัวล้าสมัยเป็นภาระสังคม ชวนนักการเมืองสร้างสำนึกคุณภาพ

"ชวนนท์"โต้ "สุรพงษ์" ทำตัวล้าสมัยเป็นภาระสังคม ชวนนักการเมืองสร้างสำนึกคุณภาพ

วันที่ 15 พ.ย. นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ออกมาแถลงข่าว และเรียกร้องให้ ปปช. ดำเนินคดีกับรัฐบาลในอดีต โดยอ้างความเสียหายจากโครงการรับจำนำข้าว รวมถึงความพยายามที่จะหยิบยกคดีที่เกี่ยวข้องกับ ปรส. ในอดีตนั้นว่า ตนมีความจำเป็นที่จะต้องออกมาทำความเข้าใจกับสังคมไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของผู้ที่ต้องการสร้างความสับสนให้กับสังคม และไม่ต้องการให้กระบวนการยุติธรรมของประเทศต้องถูกกล่าวหาเพียงเพื่อใครบางคนไม่ต้องการที่จะรับผิด

โดยนายชวนนท์กล่าวว่าตนขอชี้ให้เห็นในประเด็นดังต่อไปนี้ว่า 1. กรณีที่นายสุรพงษ์ พยายามจะเปรียบเทียบว่าในอดีตก็มีตัวเลขขาดทุนจากโครงการช่วยเหลือเกษตรกรในลักษณะต่างๆ จึงเรียกร้องให้เอาผิดกับผู้นำรัฐบาลในขณะนั้นว่าเป็นเรื่องที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เนื่องจากในอดีตนั้นการช่วยเหลือเกษตรกรโดยการใช้จ่ายงบประมาณเป็นเรื่องปกติที่รัฐบาลที่มีจิตสำนึกจะต้องดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ แต่ในกรณีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ นั้นไม่ใช่เพียงตัวเลขการขาดทุนจำนวนมากที่เป็นปัญหาแต่ประการสำคัญก็คือ ตัวเลขขาดทุน5แสนกว่าล้านที่มากกว่ายุคก่อนๆ หลายเท่าตัว เกิดจากการปล่อยปละละเลยให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่น เกิดจากการทำสัญญาปลอม ระหว่างรัฐต่อรัฐ เกิดจากการเปิดโอกาสให้มีการสวมสิทธิ์เวียนเทียนจำนำและเปิดโอกาสให้มีการลักลอบนำข้าวคุณภาพดีออกไปจำหน่าย จึงเป็นที่มาของการตั้งข้อกล่าวหาของ ปปช. มิได้เกี่ยวกับตัวเลขความเสียหาย หรือตัวเลขการขาดทุนเพียงอย่างเดียว เพราะถ้าขาดทุนแล้วประชาชนได้ผลประโยชน์เต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่มีนักการเมือง หรือพ่อค้าที่ได้ประโยชน์จากน้ำตาของชาวนาก็คงไม่มีใครจะไปกล่าวหาน.ส.ยิ่งลักษณ์ว่ามีความผิด

ประการที่ 2 คดีความที่เกี่ยวข้องกับ ปรส. นั้น ได้มีการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องไปตามกระบวนการและพยานหลักฐานแต่อยากจะชี้ให้เห็นว่ารัฐบาลของนายชวน หลีกภัยในขณะนั้นมิได้เป็นผู้สร้างปัญหาต้นน้ำ กล่าวคือมิได้นำประเทศเข้าไปกู้เงินจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ตรงกันข้ามรัฐบาลของสมัยพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ที่เมื่อมีการลดค่าเงินบาทจนมีคำครหาว่าผู้ใกล้ชิดในรัฐบาลได้ประโยชน์จากเหตุการณ์ดังกล่าวจนเป็นที่มาของระบบเศรษฐกิจที่พังทลาย และพล.อ.ชวลิตได้ลาออก แล้วนายชวน หลีกภัย และพรรคประชาธิปัตย์จึงต้องก้าวเข้ามาเพื่อแก้ไขวิกฤตเศรษฐกิจของประเทศ ประคับประคองจนเศรษฐกิจฟื้นตัว และสะสมทุนสำรองระหว่างประเทศจนสามารถนำกลับไปใช้หนี้IMFได้ แต่ก็มักจะถูกแอบอ้างว่ามีผู้วิเศษที่เข้ามาทำงานเพียงไม่กี่เดือนแล้วอ้างว่าตนเป็นผู้ใช้หนี้ซึ่งความจริงเรื่องเหล่านี้ก็สามารถพิสูจน์ได้ตามข้อมูลหลักฐาน

ส่วนการประมูลทรัพย์สินของ ปรส. ย่อมเป็นเรื่องปกติที่ผู้ซื้อจะต้องประมูลราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดที่แท้จริง เพราะผู้ซื้อทรัพย์สินเหล่านั้นก็ต้องแบกรับความเสี่ยงตามไปด้วย แต่หากจะมีใครทำอะไรผิดก็ว่ากันไปตามกฎหมาย และคนของพรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่เคยหลบหนี หรือปฏิเสธความรับผิดชอบแต่อย่างใด และที่สำคัญถ้าพรรคประชาธิปัตย์ได้บริหารประเทศก่อนหน้านั้นประเทศก็อาจจะไม่ต้องล่มสลายและประเทศไทยอาจจะไม่ต้องจารึกประวัติศาสตร์ว่าต้องเป็นลูกหนี้ IMF ก็เป็นได้

ประการที่ 3 ตนเห็นว่าวันนี้ประเทศจะเดินหน้าไปสู่การปฏิรูปแล้ว จึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายเลิกพฤติกรรมเก่าๆ อย่าให้ใครว่านักการเมืองมีแต่น้ำเน่าใครจะถูกใครจะผิดก็ให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตัดสิน ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายที่เท่าเทียม เลิกกล่าวหากระบวนการยุติธรรมเมื่อตัวเองผิดและสรรเสริญกฎหมายเมื่อตัวเองถูก

"วันนี้พวกผมก็มีคดีความติดตัวกันมากมายทุกคน ไม่เห็นจะมีใครออกมาโวยวาย ร้องแรกแหกกระเชอให้เป็นที่รำคาญของสังคม วันนี้ผมเชิญชวนนักการเมืองทุกคนร่วมกันเสียสละใครผิดก็รับผิดอย่าให้เป็นภาระของสังคม อย่าเอาประชาชนมาเป็นเครื่องมือต่อรองทางการเมือง ให้ของขวัญปีใหม่พี่น้องประชาชน และประเทศไทยด้วยสำนึกของนักการเมืองที่มีคุณภาพกันเถอะครับ เลิกเถอะพฤติกรรมที่เมื่อถูกกล่าวหา แทนที่จะชี้แจงความบริสุทธิ์ของตัวเอง กลับเที่ยวไปกล่าวหาความผิดของคนอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความผิดของตัวเอง มันล้าสมัยไปแล้ว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท