
คดีก่อการร้ายพุ่ง เล็งรวบกว่า200สั่งคุมเข้มพยาน
โพสต์ทูเดย์
— สำนวนคดีก่อการร้ายพุ่งกว่า 200 คดี ดีเอสไอเตรียมนำพยานชี้ตัวชายชุดดำเข้าโครงการคุ้มครองพยานนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยหลังการประชุมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเกี่ยวกับคดีก่อการร้ายเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. ว่า สำนวนคดีก่อการร้ายเพิ่มขึ้นเป็น 151 สำนวน โดยยังไม่รวมสำนวนคดีที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 พ.ค. อีก 70 สำนวน และเมื่อรวมทั้งหมดแล้วกว่า 200 คดี
ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้มีความเห็นสั่งฟ้องให้อัยการดำเนินการแล้ว 2 สำนวน คือ คดีปาระเบิดเพลิงใส่รถถังหน้ากองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ สนามเป้า ดินแดง และการจับกุมการ์ด นปช. พกระเบิดแสวงเครื่องได้ที่ซอยรางน้ำ
นอกจากนี้ ดีเอสไอยังได้รับข้อมูลชายชุดดำที่ก่อเหตุลอบยิงเจ้าหน้าที่ทหารและประชาชนเมื่อวันที่ 10 เม.ย. จากตำรวจนครบาลแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบปากคำพยาน โดยมีแนวโน้มที่จะนำตัวเข้าโครงการคุ้มครองพยาน เนื่องจากเป็นประจักษ์พยานที่เห็นเหตุการณ์สามารถระบุตัวชายชุดดำได้
สำหรับการออกหมายจับแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ล็อตที่ 4 นั้นอยู่ระหว่างการดำเนินการ ส่วนล็อต 3 ที่ศาลไม่อนุมัติหมายจับ 3 รายนั้น เนื่องจากอัยการแนะนำให้รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม
ด้านนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการยกเลิก พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่า ขณะนี้ยังมีความจำเป็นที่จะต้องรักษาบ้านเมืองให้อยู่รอดปลอดภัยก่อน เพราะยังมีการจับกุมผู้กระทำผิดอยู่
สำหรับที่กระทรวงมหาดไทยเตรียมเสนอให้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน จ.นครปฐม นนทบุรี และสมุทรปราการนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ต้องพิจารณาก่อน ต้องดูว่าบ้านเมืองอยู่รอดปลอดภัยแล้วจึงจะยกเลิก หากบอกว่าเป็นไปไม่ได้ก็จะพาดหัวใหญ่โต หากบอกว่าเป็นไปได้ที่จะยกเลิกก็ไปกันใหญ่







