
ท่องเที่ยวจุกรัฐบาลเบรกแผนอื้อ
โพสต์ทูเดย์
— ครม.เศรษฐกิจเบรกข้อเสนอขอสินเชื่อท่องเที่ยวกว่า 2 หมื่นล้าน แต่ไฟเขียวลดหย่อนภาษีบุคคลธรรมดาได้ 1.2 หมื่นบาทนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วย รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการรัฐมนตรีเศรษฐกิจ (รศก.) มีมติไม่อนุมัติตามข้อเสนอของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ที่เสนอขอสภาพคล่องเพื่อช่วยเอกชนท่องเที่ยวจำนวน 2.15 หมื่นล้านบาท แยกเป็นการเสนอให้ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอีแบงก์ ตั้งวงเงินสินเชื่อ 1 หมื่นล้านบาทเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการรายใหญ่ปล่อยกู้สูงสุดต่อราย 50 ล้านบาท และตั้งวงเงินอีก 1 หมื่นล้านบาท เพื่อปล่อยกู้ให้ผู้ประกอบการายย่อยหรือเอสเอ็มอี เพิ่มสูงสุดจากรายละไม่เกิน 5 ล้านบาทเป็น 10 ล้านบาท และการเสนอให้ธนาคารออมสินปล่อยกู้มัคคุเทศก์ คนขับรถรับจ้าง อีก 1,500 บาท รายละไม่เกิน 1 แสนบาท
ทั้งนี้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจว่า ต้องการให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยที่ได้รับผลกระทบก่อน และเห็นว่ายังให้คงวงเงินปล่อยกู้สูงสุดต่อรายที่ 5 ล้านบาทต่อ แต่ยังไม่ให้ปล่อยเงินกู้ในส่วนผู้ประกอบการรายใหญ่ที่เสนอขอสินเชื่อต่อรายสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท โดยได้มอบหมายทางคณะกรรมการเยียวยาชุดของนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาถึงความจำเป็นทั้งหมดก่อนว่ามีผู้มาลงทะเบียนทั้งหมดกี่ราย ส่วนกรณีของธนาคารออมสิน ได้เสนอเรื่องเข้าที่ประชุมเองว่าต้องการปล่อยกู้ให้ผู้ที่ประกอบรายย่อยเกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว เช่น มัคคุเทศก์ คนขับรถรับจ้าง พนักงานโรงแรม สปา สูงสุดต่อราย 1 แสนบาท โดยเป็นการพิจารณาอนุมัติของธนาคารเองไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายของรัฐบาล
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังไม่อนุมัติมาตรการต่างๆ ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เสนอมาอีกหลายมาตรการ เช่น การเสนอขอลดค่าใช้จ่าย โดยการขอให้กระทรวงมหาดไทยยกเว้นภาษีโรงเรือน ภาษีที่ดิน ภายในปี 2553 และขอยกเว้นภาษีสรรพสามิตให้กับบางธุรกิจ เช่น ภาษีสนามกอล์ฟ โดยนายกฯ ให้ความเห็นว่าหลักการของการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตส่วนใหญ่ เป็นการเก็บภาษีจากสินค้าฟุ่มเฟือย จึงไม่ควรยกเว้นการเก็บภาษีจากธุรกิจดังกล่าว เพราะเกรงว่าอาจไม่เป็นธรรม และอาจมีธุรกิจที่ยื่นข้อเรียกร้องเข้ามาได้อีก
รวมทั้งมีการเสนอขอยกเว้นการนำส่งเงินเข้ากองทุนประกันสังทั้งส่วนของลูกจ้างและนายจ้างเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งที่ประชุม รศก. เห็น
ว่าทางประกันสังคมมีภาระหน้าที่ในการดูแลผู้ประกันตนทั้งหมดตามปกติ จึงไม่ควรให้ยกเว้นการนำเงินส่งเข้ากองทุน ฯ รวมทั้งไม่อนุมัติข้อเสนอในการของบประมาณเพื่ออบรมมัคคุเทศก์ เนื่องจากเห็นว่า มัคคุเทศก์ ที่มีใบอนุญาติได้ผ่านการอบรมไปหมดแล้ว หากจะเปิดอบรมใหม่ก็เกรงว่าจะไม่สามารถช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนได้ตรงจุด ขณะที่การยกเว้นค่าธรรมเนียมไฟฟ้าได้มอบหมายให้ทางการไฟฟ้าไปพิจารณาในรายละเอียดทั้งหมดก่อนว่ามีค่าธรรมเนียมส่วนไหนบ้าง
“ในสัปดาห์นี้นายกฯ จะเชิญผู้อำนวยการด้านการท่องเที่ยวในต่างประเทศ 30 คน เข้ามาชี้แจงว่าประเทศไทยกลับสู่ภาวะปกติแล้ว” นายพุทธิพงษ์ กล่าวอย่างไรก็ตาม ที่ประชุมได้เห็นชอบมาตรการอนุมัติให้บุคคลธรรมดาสามารถนำใบเสร็จค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวในประเทศกับบริษัททัวร์มาลดหย่อนภาษีเงินได้ในปี 2553 ได้จำนวน 1.2 หมื่นบาท และให้คงวงเงินสินเชื่อจำนวน 5,000 ล้านบาท ของเอสเอ็มอีแบงก์ไว้ตามเดิม รวมทั้งให้การยกเว้นค่าธรรมเนียมธุรกิจโรงแรมโดยให้ขยายเวลาจากสิ้นสุดในปี 2553 ออกไปเป็นปี 2554 และอนุมัติเฉพาะงบการฟื้นฟูการท่องเที่ยวในประเทศ 360 ล้านบาท จากที่เสนอขอมาทั้งงบในประเทศและต่างประเทศจำนวน 1,600 ล้านบาท
สำหรับมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีย่านราชประสงค์ ที่ประชุมได้อนุมัติมาตรการสินเชื่อวงเงิน 5,000 ล้านบาท และให้ขยายได้ถึง 1 หมื่นล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการย่านราชประสงค์และพื้นที่ใกล้เคียงที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองโดยให้ขยายวงเงินปล่อยกู้สูงสุดต่อรายจาก 1 ล้านบาท เพิ่มเป็น 5 ล้านบาท ทั้งนี้ผู้กู้รายหนึ่งสามารถกู้ได้ทั้งแบบที่มีหลักประกัน และแบบไม่มีหลักประกัน โดยวงเงินสินเชื่อต่อรายรวมทั้งสิ้นต้องไม่เกิน 6 ล้านบาท กำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบการที่ต้องการยื่นขอสินเชื่อไม่เกิน 1 ล้านบาท ไม่ต้องใช้หลักประกัน คิดดอกเบี้ย 3 % และกรณีที่ไฟไหม้ให้กู้ 3 แสนบาทแรกในอัตราดอกเบี้ย 0 % แต่กรณีที่กู้เกิน 1 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5 ล้านบาท ต้องใช้หลักประกันและต้องตรวจเครดิตบูโร และต้องไม่มีปัญหาหนี้ค้างชำระกับสถาบันการเงินอื่น มีระยะเวลาผ่อนชำระหนี้นาน 6 ปี ปลอดชำระเงินต้น 2 ปี
ทั้งนี้ได้กำหนดให้ทางสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือ สสว. ชดเชยดอกเบี้ยให้เอสเอ็มอีแบงก์ 2 % ทั้งกรณีของสินเชื่อที่มีและไม่มีหลักประกัน ทั้งนี้ทางกระทรวงการคลังจะมีการเสนอรายละเอียดให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 8 มิ.ย. นี้
“
มาตรการภาษีของกระทรวงการคลังไม่มีการเสนอเข้าที่ประชุม รศก. ทั้งเรื่องของการค่าลดหย่อนในการอบรม สัมมนาในประเทศ คาดว่าน่าจะมีการเสนอให้ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาเป็นแพ็คเก็จมากกว่า” นายพุทธิพงษ์กล่าว






