
นักเดินทางคุณภาพ อีกประเภท
โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
โดย...วีระศักดิ์ โควสุรัตน์
ผมเพิ่งกลับจากการไปเยี่ยมฉากถ่ายทำหนังฮอลลีวู้ด ที่ก้นซอยถนนสุขุมวิทแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ แถวพระโขนง เป็นการเอาโกดังสินค้าเก่าๆ หลายหลังต่อๆ กัน มาดัดแปลงให้ภายในบรรจุฉากถ่ายทำชั่วคราวสารพัด ตั้งแต่ฉากบ้านโบราณของอังกฤษ เป็นฐานทัพเรือดำน้ำในโรงเก็บทันสมัย
ดูจากภายนอกอาคารแล้วจะนึกไม่ถึงหรอกว่า เขาทำอะไรกัน ดูเหมือนโรงงานอะไรสักอย่าง เพียงแต่สะอาดสะอ้านและไม่มีใครแต่งยูนิฟอร์มเหมือนพนักงานโรงงาน เห็นฝรั่งและคนไทยเดินเข้าออก เปลี่ยนนั่นนี่ นับร้อยๆ ชีวิต มีกิจกรรมตลอดตั้งแต่เช้าตรู่ มีอาหารเครื่องดื่มจากท้องถิ่นละแวกนั้นป้อนทีมงานกันเกือบตลอดเวลา มีคลังเสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย มีคลังเครื่องแสงเครื่องเสียง (รู้ภายหลังว่ามีคลังอาวุธประกอบฉากที่ล็อกดูแลเป็นพิเศษ)
อันที่จริงก็ไม่ต่างจากการมองดูหลังเวทีคอนเสิร์ตใหญ่ๆ มากนัก เพราะมีช่าง มีนักแสดง มีตัวประกอบ มีเจ้าหน้าที่สั่งงานกันและถ่ายทอดงานกันเยอะแยะไปหมด เห็นสายเคเบิลสัญญาณกับเครื่องปั่นไฟเป็นจุดๆ
ใครเคยไปดูโรงถ่ายที่ยูนิเวอร์แซล โรงถ่ายของ Warner โรงถ่ายของ FOX สตูดิโอมาแล้ว คงพอนึกภาพตามได้...แม้ที่ปลายซอยของไทยไม่มีหลังคาสูงเท่าแต่ก็มีขนาดใหญ่พอใช้
ที่สะดุดหูผมจริงๆ คือ คำชมจากปากของผู้กำกับศิลป์ชาวอเมริกันจากฮอลลีวู้ด ที่บังเอิญผ่านมาเห็นผมยืนมองกิจกรรมของพวกเขาอยู่เงียบๆ ทำให้ฟังแล้วน่าชื่นใจครับ...
เขาบอกว่า เขามาเที่ยวเมืองไทยก็หลายหน แต่ไม่เคยรู้ว่าเรามีมืออาชีพ มีทีมงานคนไทยจำนวนมากขนาดนี้ที่สามารถบริหารจัดบริการให้กองถ่ายขนาดกลางอย่างเขาได้ เขาอธิบายผมเร็วปรื๋อว่า ยูจะไม่เชื่อเลยว่าความมีวินัยของคน (ไทย) เหล่านี้ เหลือเชื่อขนาดไหน เขาเล่าด้วยรอยยิ้มกว้าง ยูมีบุคลากรที่มีความเป็นมืออาชีพยิ่งกว่าที่ไหนๆ ที่ไอเคยสัมผัสมา ว่าแล้วแกก็เดินจากไปง่วนกับกองอุปกรณ์ถ่ายทำกองใหญ่ ที่เพิ่งเปิดลังออกมาใหม่สำหรับฉากต่อไป
เกือบ 200 ล้านบาทครับ ที่กองถ่ายนี้จากฮอลลีวู้ดนำมาใช้จ่ายในไทยในเวลา 5 เดือนเศษ นี่เรียกว่ากองถ่ายขนาดกลางเท่านั้นครับ เป็นกองถ่ายหนังแอ็กชั่นที่หลายส่วนของเรื่องมาถ่ายทำในโกดังนี้ หนังนี้ได้สัญญาเผยแพร่ในโรงหนังในสหรัฐแล้ว 2,600 จอ กับจะถูกฉายในอีก 51 ประเทศนอกสหรัฐ แต่ด้วยเกรงใจว่าแกกำลังงานยุ่ง จนผมเองก็ไม่ได้มีโอกาสแนะนำตัวเอง จึงยืนสังเกตการณ์และเดินเสาะหาความรู้ในบริเวณนั้นต่ออย่างเงียบๆ รู้ภายหลังว่า เจสสิก้า อัลบา (Sin City) ทอมมี่ ลีโจนส์ (Men in Black) และมิเชล โหย่ว (Crouching Tiger Hidden Dragon กับ The Lady) กำลังจะทยอยเข้ามาที่เซตฉากเหล่านี้
คุณเคที่ ผู้เชิญผมไปชมภายในบริเวณกองถ่ายอธิบายภายหลังว่า เดิมทีผู้กำกับศิลป์ชาวอเมริกันคนนี้ ค้านในที่ประชุมหัวชนฝาว่า ไม่ควรเสี่ยงเอากองถ่ายเข้ามาเมืองไทย เพราะไม่เชื่อว่าจะมีบริการของช่างฝีมือในการเตรียมฉากจัดอุปกรณ์ และสร้างเซตถ่ายทำได้เนี้ยบอะไร แต่เมื่อแพ้การรบเร้าของพรรคพวกและยอมมา ก็จึงได้ปลาบปลื้มกับการค้นพบของตัวเองโดยบังเอิญอย่างที่เล่า
เราเคยเข้าใจกันว่า กองถ่ายต่างประเทศมาไทยเพราะวิวสวยหรือไม่ก็ชอบอุปนิสัยสบายๆ ของคนไทย ความเอื้อเฟื้อหรือไม่ก็คงชอบความง่ายๆ อะไรก็ได้แบบไทยๆ หรือไม่ก็เพราะเราค่าแรงถูก
แต่กรณีนี้ไม่ใช่ครับ เขามาใช้เวลาส่วนใหญ่ วันและคืนอยู่ในโกดังถ่ายทำ ที่ถ้าไม่ประกาศก็ไม่มีทางรู้จากมุมกล้องหรือสิ่งใดที่บ่งบอกว่านี่คือเมืองไทย โกดังอยู่สุดซอยตัน หน้าซอยก็ไม่มีอะไรเด่น ไม่มีวิวอะไรให้เขาดื่มด่ำ เขาไม่มีเวลาออกไปสำราญอะไรเท่าไหร่ เพราะกองถ่ายต้องรีบทำงาน และบริหารเวลาให้ลงตัวกับคิวของดาราใหญ่ที่จะบินเข้ามาไม่ตรงกัน แต่ต้องทำให้หนังออกมาเป๊ะตามที่ดาราเหล่านั้นต้องการ ดาราบางคนงอแงต้องการให้เปลี่ยนบทพวกเขาก็ต้องยอมปรับให้ ซึ่งหมายความว่ารื้อฉากที่เพิ่งเตรียมเสร็จเมื่อวาน แต่ยังไม่ได้ถ่ายออกไปแล้วเนรมิตฉากใหม่ให้เกิดขึ้นในโกดังนั้นในชั่วข้ามคืน
ดังนั้น คำชมที่ออกจากใจของผู้กำกับศิลป์คนนี้ให้ผมฟัง โดยไม่รู้ชัดว่าผมเป็นใคร เกี่ยวอะไรกับธุรกิจของเขาหรือไม่ รู้เพียงว่าผมเป็นแขกชาวไทยแวะมาทักทาย และพูดจาสื่อสารเป็นมิตรดี คำพูดจากใจของผู้กำกับศิลป์คนนี้ จึงสำคัญและมีความหมาย โดยเฉพาะเมื่อเขาชี้ว่า ทีมงานคนไทยนับร้อยๆ เหล่านี้ มีวินัยสุดยอด! ค่าจ้างไม่ได้ถูกๆ นะครับ แต่คุ้มสุดๆ ไม่มีบ่น มีความคิดสร้างสรรค์ มีพลังเหลือเชื่อ มีฝีมือประณีต และพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
ผมเคยพบกับผู้กำกับหนังดังระดับโลกหลายท่าน ทั้งที่เจอในต่างประเทศหรือเจอในงานเลี้ยงต้อนรับในไทย ทุกคนพูดตรงกันถึงความมีศักยภาพของไทยที่เขาเสียดาย ลองคิดดูนะครับ จัดประชุมนานาชาติ จัดนิทรรศการนานาชาติทีนึง เราต้องโปรโมทดึงดูดคนต่างประเทศ ให้เข้ามาเมืองไทยได้ราว 1,000 คน เพื่อมาอยู่บ้านเรา 3-5 วัน แต่หนังดีหนังดังเรื่องหนึ่งกระจายได้ทั่วโลก กระจายได้นานปี ดึงคนมาเที่ยวตามรอยหนังอย่างน่าประทับใจเรื่อยๆ และไม่ได้มาเที่ยวอยู่แค่ 3 วันแน่ๆ ที่จริงแค่กองถ่ายขนาดกลางขึ้นไปมาใช้จ่ายในช่วงสั้นๆ ก็คุ้มแล้ว
ฮอลลีวู้ดมีหนังผลิตปีละ 500 กว่าเรื่อง ญี่ปุ่นอีกร้อย นับแล้วก็ไม่มากเกินกำลังที่เราจะลงทุนดึงดูด เจาะตลาดนี้ดีๆ อย่างตั้งใจ โดยไม่ปล่อย “ให้ไหล” ตามยถากรรมคู่แข่งน่ะหรือ เพียบ แต่ที่เขาชมออกปากอย่างนี้ มีไม่มากแห่งหรอกครับ
ตั้งเป้าดึงดูดกองถ่ายคุณภาพ ด้วยมาตรการ Cash Rebate กับบริหาร Film Commission ที่มีความเข้มแข็ง ภาษาดีๆ ให้ไปได้มาสัก 20 เรื่อง/ปี ได้เงินดีกว่าปล่อยซำเหมาทัวร์มาลงเป็นร้อยๆ คณะอีกนะ







