posttoday
สารพัดปัจจัยเสี่ยง รุมทุบเศรษฐกิจไทย

สารพัดปัจจัยเสี่ยง รุมทุบเศรษฐกิจไทย

13 พฤศจิกายน 2557

สถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ขยายตัวได้ต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

สถานการณ์เศรษฐกิจในปีนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ขยายตัวได้ต่ำกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ก่อนหน้านี้ แถมการชะลอตัวของเศรษฐกิจยังมีแนวโน้มจะยาวนานต่อเนื่องไปจนถึงปีหน้าอีกด้วย

สิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กระทรวงการคลัง และรัฐบาลก็เห็นปัญหาตรงกันว่า เศรษฐกิจในปีหน้าจะเผชิญความเสี่ยงต่อไปจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ

อมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี (ไทย) มองว่า ปัจจัยเสี่ยงที่จะต้องติดตามดู ในด้านของปัจจัยเสี่ยงในประเทศคือ ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง ว่าจะกระทบอย่างไร จะกดดันการบริโภคและสินเชื่อให้ลดลงอีกในปีหน้าหรือไม่ โดยเฉพาะในกลุ่มครัวเรือนที่มีรายได้น้อย

ความเสี่ยงต่อมา คือ ราคาสินค้าเกษตรที่ยังตกต่ำต่อเนื่อง อาจจะส่งผลต่อกำลังการใช้จ่ายของกลุ่มรากหญ้า ที่เป็นประชากรกลุ่มใหญ่และมีผลต่อภาวะเศรษฐกิจมากที่สุด

ต่อมา คือ ประสิทธิภาพการลงทุนภาครัฐ ซึ่งจะสร้างความเชื่อมั่นให้เอกชนลงทุนตามได้มากน้อยเพียงใด เพราะถึงภาครัฐจะมีโครงการออกมามาก แต่การดำเนินการและเม็ดเงินที่ออกมาจริงๆ ยังไม่มากเพียงพอ
ที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวดีขึ้นได้มากนัก ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน รวมถึงฐานะของแบงก์และคุณภาพสินเชื่อในระยะต่อไปได้

สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่เป็นผลมาจากต่างประเทศ คือ การที่เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง เศรษฐกิจของมหาอำนาจทางเศรษฐกิจอย่างญี่ปุ่นชัดเจนว่ายังไม่ฟื้น และธนาคารกลางของญี่ปุ่นเองก็ประกาศอัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบอีก ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐและสหภาพยุโรป (อียู) นั้นก็ไม่ชัดเจน เหมือนจะฟื้นแต่แรงส่งก็ยังเปราะบาง

การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้กับประเทศที่พึ่งพาการส่งออกเป็นสัดส่วนสูงของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่อาจจะหดตัวลง

อมรเทพ มองว่า ผลของปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศ อาจจะได้เห็นความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เพราะเงินทุนไหลเข้าและไหลออกอาจเกิดอย่างรวดเร็ว รวมทั้งอาจเกิดสงครามค่าเงิน โดยประเทศที่พึ่งพาการส่งออกมากรวมทั้งไทย จะใช้นโยบายค่าเงินอ่อนเพื่อช่วงชิงตลาดส่งออกที่ยังพอที่จะขยายตัวต่อไปได้ เอามาไว้ในมือ

“หากทุกคนลงมาเล่นสงครามค่าเงิน สำหรับไทยจะเจอผลกระทบสองด้าน การส่งออกอาจจะดีแต่ราคาพลังงานที่เรานำเข้าเป็นสัดส่วนสูงจะมีราคาสูงขึ้นจึงมีทั้งผลได้และผลเสีย ซึ่งจะต้องวัดกำลังกันว่าด้านไหนจะได้ประโยชน์มากกว่ากัน” อมรเทพ กล่าว

ในมุมมองของ กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เห็นว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดคือ การปรับทิศทางดอกเบี้ยในสหรัฐอเมริกาเป็นขาขึ้น คาดว่าจะขึ้นไปอยู่ที่ระดับ 4% ในช่วง 2 ปีข้างหน้านี้ ซึ่งน่าจะเห็นการทยอยปรับขึ้นตั้งแต่กลางปีหน้าเป็นต้นไป เช่นเดียวกันดอกเบี้ยไทยก็น่าจะปรับขึ้นไปอีกประมาณ 2% จากปัจจุบันอยู่ที่ 2%

นอกจากนี้ การที่ดอกเบี้ยสหรัฐปรับขึ้นจะมีผลทำให้เงินทุนส่วนหนึ่งไหลออก กระทบสภาพคล่องในระบบบ้าง และมีผลต่อค่าเงินบาท ตลาดการเงินผันผวนมากขึ้น

“หากดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจะกระทบต้นทุนของลูกค้า และต้นทุนของธนาคารด้วย เพราะเมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้น ภาระหนี้ของครัวเรือนที่มีหนี้สูงอยู่แล้วจะเพิ่มขึ้นไปอีก เสี่ยงต่อการเกิดหนี้เสียในระบบเพิ่มขึ้นได้ และการที่ค่าเงินบาทผันผวนก็อาจจะกระทบต่อลูกค้า” กอบศักดิ์ กล่าว

ความกังวลเรื่องความเสี่ยงของภาวะเศรษฐกิจนี้ ทาง ธปท.ได้เตรียมวางแผนรับมือด้วยการส่งแบบทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ให้นายแบงก์ทั้งหลายทำส่งมาให้ในช่วงต้นปีหน้า โดยการทำ Stress Test ในรอบนี้จะใส่ปัจจัยเสี่ยงทางด้านเศรษฐกิจจากในประเทศและต่างประเทศเข้าไปด้วย รวมถึงให้รายงานกลยุทธ์ในการดำเนินงานของธนาคาร เพื่อ ธปท.จะดูว่าธนาคารต่างๆ จะมีการเตรียมการรองรับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในปีหน้าอย่างไร

ประโยชน์ของแบบสอบถามดังกล่าว ธปท.จะรวบรวมเป็นข้อมูลเพื่อนำไปสู่การดำเนินนโยบายการเงินและการคลัง เพื่อใช้ดูแลเศรษฐกิจ และดูถึงแผนงานของธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่งว่าได้วางแผนรับมือความเสี่ยงไว้อย่างไร ธนาคารมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) และสำรองหนี้จัดชั้นสงสัยจะสูญไว้ในปริมาณมากน้อยแค่ไหน

มุมมองด้านความเสี่ยง สะท้อนความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจในปีหน้า ธปท.คาดการณ์ว่าจีดีพีในปีนี้จะขยายตัวในระดับ 1.5% แต่ปีหน้าจีดีพีจะโต 4.8% แต่ก็ยังไม่แน่นอนว่าจะดีได้มากน้อยเพียงใด เพราะมีโอกาสที่จีดีพีจะโตได้ต่ำกว่าคาด หากการเบิกจ่ายงบประมาณและการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลไม่มีผลออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม

นอกจากนี้ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจปีหน้า ยังจับสัญญาณได้จากการที่ ธปท.สั่งการให้ระบบธนาคารพาณิชย์ที่อยู่ภายใต้กำกับดูแลให้เตรียมการรับมือกับภาวะวิกฤตต่างๆ ในปีหน้าเอาไว้ล่วงหน้า
เพื่อความไม่ประมาท

หากพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ข้างต้นนี้แล้วพอจะสรุปได้ว่าเศรษฐกิจปีหน้าถึงจะมีแนวโน้มที่จะขยายตัวได้ดีขึ้นกว่าปีนี้ แต่ค่อนข้างชัดเจนว่าเศรษฐกิจปีหน้าคงไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเป็นแน่ เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยเสี่ยงให้ต้องระมัดระวังอีกเพียบ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท