
ศาลจำคุกเกริกเกียรติ150ปี
ศาลอาญากรุงเทพใต้จำคุกเกริกเกียรติ150 ปี ปรับกว่า350ล้านยักยอกบีบีซีไม่ได้ประกันต้องนอนเรือนจำ
ศาลอาญากรุงเทพใต้จำคุกเกริกเกียรติ150 ปี ปรับกว่า350ล้านยักยอกบีบีซีไม่ได้ประกันต้องนอนเรือนจำ
ที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ ศาลมีคำพิพากษา ศาลมีคำพิพากษาคดียักยอกทรัพย์ธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ (บีบีซี) ที่พนักงานอัยการคดีเศรษฐกิจ และทรัพยากร เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายเกริกเกียรติ ชาลีจันทร์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่บีบีซี จำเลยกับพวกรวม6คน ในความผิดฐานร่วมกันยักยอกทรัพย์ และพ.ร.บ.หลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มูลค่า 902 ล้านบาท เหตุเกิดเมื่อ 28ก.ค.-5ก.ย.2537
คดีนี้อัยการฟ้องใจความสรุปว่า จำเลยที่1 ได้ร่วมกับพวก อนุมัติสินเชื่อให้กับบริษัท ซีลาร์ฯ โดยนำโฉนดที่ดิน อ.โซ่พิสัย จ.หนองคาย และที่ดินอื่น ๆ รวม 2,500 ไร่ รวมทั้งหุ้นบริษัทอื่นอีก 2 แห่ง มาเป็นหลักประกันหนี้ โดยประเมินราคาสูงกว่าความเป็นจริง การอนุมัติสินเชื่อไม่มีการตรวจสอบความน่าเชื่อถือตามระเบียบของธนาคารแห่งประเทศไทย และพ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ต่อมาเมื่อถึงกำหนดชำระหนี้ บีบีซีไม่สามารถบังคับเอามาชำระหนี้ได้ เพราะที่ดินและหุ้นไม่มีมูลค่าจริง
ศาลพิเคราะห์คำเบิกความ และพยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่า จำเลยเป็นผู้บริหารระดับสูง มีหน้าที่ตรวจสอบหลักทรัพย์ตามวิชาชีพที่ได้รับความไว้วางใจ กลับใช้โอกาสในหน้าที่แสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย อนุมัติเงินกู้ไปโดยหลักทรัพย์ไม่มีอยู่จริง ที่มีอยู่ก็เป็นการประเมินผิดราคาให้สูงผิดปกติ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่บีบีซีตามฟ้อง
พิพากษาจำคุกนายเกริกเกียรติ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 150 ปี ปรับ 359,446,559 บาท แต่เมื่อรวมกระทงลงโทษแล้ว ตามกฎหมายจำคุกได้ไม่เกิน 20 ปี คงจำคุก 20 ปี จำคุกจำเลยที่ 5 และ 6 คนละ 95 ปี ปรับคนละ 19 ล้านบาท รวมโทษจำคุกจำเลยที่ 5-6 ตามกฎหมายคนละ 10 ปี ส่วนจำเลยอื่นให้ยกฟ้อง
นายเกริกเกียรติ จำเลยที่ 1 ยื่นหลักทรัพย์ 10 ล้านบาท ขอประกันตัว เพราะป่วยเป็นมะเร็งปอด ลิ้นหัวใจรั่ว ศาลอาญากรุงเทพใต้ส่งเรื่องให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาการสั่งประกัน และเห็นว่า คดีมีพฤติการณ์ร้ายแรงขณะที่ค่าปรับจำนวนมาก ประกอบกับจำเลยถูกพิพากษาจำคุกคดีอื่น ๆ อีกหลายสำนวน ดังนั้น เกรงว่าจำเลยจะหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าปรับ จึงไม่อนุญาตให้ประกันตัว







